‘ภิรัชบุรี’ ทยอยงัดที่ดินเก่าทำเลศูนย์กลางธุรกิจ พัฒนาปีหน้าลดภาระภาษีฯ

นายปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่ม บริษัทภิรัชบุรี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ในฐานะเจ้าของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค อาคารสมัชชาวาณิช 2 วันอุดมสุข คอมมิวนิตี้มอลล์ และล่าสุดอาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดใช้อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเป็นต้นแบบของอาคารสำนักงานแบบใหม่ภายใต้แนวคิดออฟฟิศ แคมปัส แห่งแรกใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ สำหรับอัตราค่าเช่า 750-800 บาท/ตร.ม. สัญญาเช่า 3 ปี ปัจจุบันมีผู้เช่าแล้ว 80% โดยกลุ่มธุรกิจหลักจะเป็นบริษัทออกแบบ สถาปัตย์ อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ

ส่วนความคืบหน้าโครงการซัมเมอร์ ลาซาล บนที่ดิน 60 ไร่ บริเวณซอยลาซาล-แบริ่ง ซึ่งรูปแบบการพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่ค้าปลีก 8,000 ตร.ม. และอาคารสำนักงานในรูปแบบออฟฟิศ แคมปัส รวม 5 เฟส 29 อาคาร โดยปัจจุบันการก่อสร้างได้แล้วเสร็จในส่วนของแคมปัส เอ 3 อาคารแรก ส่วนอีก 3 อาคารหลัง จะแล้วเสร็จกลางปี 2562 ซึ่งแต่ละอาคารมีพื้นที่สำนักงานให้เช่าประมาณ 2,000 ตร.ม. และเตรียมที่จะเปิดให้กลุ่มธุรกิจเป้าหมายเข้าชมอาคาร โดยอัตราค่าเช่าพื้นที่ 600 บาท/ตร.ม. แบ่งพื้นที่ให้เช่าขั้นต่ำ 100 ตร.ม. พร้อมกันนี้ ยังได้เริ่มงานก่อสร้างในส่วนของพื้นที่ค้าปลีกบริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งสัดส่วน 60-70% จะเป็นร้านอาหารเพื่อรองรับการเข้ามาใช้บริการของลูกค้าออฟฟิศ และชุมชนที่อยู่อาศัยในย่านนั้น โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนก.ย.ปีหน้า

“นโยบายการลงทุนของบริษัท จะไม่เร่งการพัฒนา แต่จะเน้นความยั่งยืนเป็นหลัก โดยกลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาเช่าสำนักงานก็ต้องมีจุดยืนเดียวกัน ประกอบกับในย่านซอยลาซาล จะไม่ค่อยเห็นการลงทุนออฟฟิศให้เช่า ซึ่งซัมเมอร์ลาซาล น่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มาทำโลว์ไรส์ออฟฟิศเกรดเอ อีกทั้งบริษัทได้พันธมิตรร้านอาหารซึ่งมีคอนเซ็ปต์ที่ค่อนข้างน่าสนใจ โดยจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้สูงอายุได้ด้วย เนื่องจากปัจจุบันโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเยอะพอสมควร แต่พื้นที่ให้พักผ่อนหรือเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชนยังไม่ค่อยมี”

นายปิติภัทร กล่าวว่า นอกจากนี้ ในปีหน้าบริษัทยังมีแผนนำที่ดินบริเวณซอยอ่อนนุช มาพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการออกแบบ ตลอดจนการหาพันธมิตรร่วมทุนเพื่อพัฒนาที่ดินสะสมของบริษัทซึ่งอยู่ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจ โดยการดำเนินการทั้งหมดเป็นการปรับโครงสร้างบริษัทเพื่อรองรับการบังคับใช้ของกฏหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2563

บทความก่อนหน้านี้กวาร์ดิโอลา อยากหาความท้าทายใหม่ เผยอนาคตสนรับงานคุมทีมชาติ
บทความถัดไปหนุ่มผู้จัดการเครียดเรื่องมรดก เขียนกระดาษ 10 แผ่น ซดเหล้าข้ามคืน ก่อนยิงตัวดับ