ส่งอัลติจูดซิมโฟนีลุยตลาดคอนโดฯ 5 ดาวย่านเจริญกรุง

นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ปีนี้เป็นปีที่ 3 โดยมีนโยบายในการพัฒนาที่อยู่อาศัยกลางเมืองทั้งแนวราบ และแนวสูง บนขนาดที่ดินไม่ใหญ่ เนื่องจากในปัจจุบันที่ดินในเมืองค่อนข้างหายากและจำกัด ขณะที่กลุ่มเป้าหมายจะเน้นกลุ่มที่มีกำลังซื้อกลาง-บน ซึ่งแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2562 จะเปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท โดยจะมีทั้งคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพฯ และโครงการแนวราบ ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทเตรียมเปิดการขายโครงการแรกในช่วงต้นปีหน้า ภายใต้โครงการอัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง สาทร บนถนนจันทน์ 44 เนื้อที่ 3.69 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม 21 ชั้น ออกแบบห้องชุดเป็นขนาดใหญ่ทั้งหมดตั้งแต่ 61.90-73.66 ตร.ม. รวม 99 ยูนิต ในราคาเฉลี่ยที่ 160,000 บาทต่อตร.ม. หรือราคาเริ่มต้นยูนิตละ 4.9-29 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี เนื่องจากปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างห้องตัวอย่างและคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้จองได้ในไตรมาส 1 ปีหน้า พร้อมกับเริ่มงานก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2563 ทั้งนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะมียอดขาย 70-80% ภายใน 3 เดือนหลังการเปิดให้ลูกค้าจอง

ขณะที่นายขวัญชัย ยิ่งเจริญถาวรชัย กรรมการบริหาร ในช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้อัตราการขยายตัวปีที่ผ่านมายังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมต้องยอมรับว่าปัจจุบันมีจำนวนยูนิตใหม่เกิดขึ้นประมาณ 170,000 ยูนิต โดยที่มีอัตราการขายได้ 75% ซึ่งในส่วนของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลย่านเจริญกรุง-สาทร โดยรัศมีไม่เกิน 1.5 ก.ม. จากโครงการอัลติจูด ซิมโฟนี พบว่ามีการเปิดการขายอยู่ประมาณ 2,700 ยูนิต และโดยส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับ 5 ดาว และปัจจุบันเหลือขายไม่เกิน 600 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยกว่า 200,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่าโครงการอัลติจูดฯ ขายต่ำกว่าราคาตลาด 30-40% ขณะที่ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอร์รี่ 400 เมตร รวมถึงใกล้โรงเรียนอัสสัมชัญและกรุงเทพคริสเตียนไม่เกิน 1.5 ก.ม.

นายขวัญชัย กล่าวด้วยว่าจากการที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ลดวงเงินสินเชื่อเงินกู้ต่อมูลค่าที่อยู่อาศัย สำหรับสัญญากู้บ้านหลังที่สองขึ้นไปที่ 80% จะทำให้แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าจะเป็นปีที่ยากมากขึ้น และจะเห็นภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ โดยจะมีแพคเกจการเงินเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ทำให้ตลาดเป็นของผู้ที่มีความพร้อมในการซื้อเพื่ออยู่จริง

บทความก่อนหน้านี้มจพ. จัดสัมมนา “ครบเครื่องเรื่องการแปลงโฉมธุรกิจในสี่มิติ” เตรียมผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวทันนานาชาติ
บทความถัดไปหมอเสม พร้อมลุยปราบ ผีกระสือ หลังชาวบ้าน ผวาหนัก เชื่ออาจเป็นปอบ ว่านโพง