แสนสิริ เดินแผนระมัดระวัง 3 ปียอดขายแตะ 1.6 แสนล้าน จ่อรุกบริการประกันซ่อมบ้านหวังรักษาผู้นำ

รุกบริการประกันซ่อมบ้าน

แสนสิริ เดินแผนระมัดระวัง 3 ปียอดขายแตะ 1.6 แสนล้าน – ไตรมาส 2 เตรียมรุกบริการประกันซ่อมบ้านหวังรักษาผู้นำด้านบริการอสังหาฯครบวงจร

รุกบริการประกันซ่อมบ้าน – นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาว 3 ปี (2562-2564) ในการสร้างยอดขายรวมที่ 1.6 แสนล้านบาท โดยเริ่มจากปีนี้ที่ยอดขาย 36,000 ล้านบาท ปี 2563 ที่ 55,000 ล้านบาท และในปี 2564 ที่ 65,000 ล้านบาท ซึ่งยอมรับว่ายอดขายปีนี้ชะลอลงจากปี 2561 ที่ทำยอดขายได้กว่า 48,500 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยอดขายต่างชาติ 14,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะมียอดขายต่างชาติประมาณ 9,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันเพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดด้านการให้บริการแบบครบวงจร โดยในไตรมาส 2 ปีนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวบริการรับประกันงานซ่อมบำรุง (After Warranty Repair) ทั้งแบบรายเดือน และรายปี ซึ่งเบื้องต้นจะให้บริการกับฐานลูกบ้านของแสนสิริ ซึ่งมีการบริหารจัดการนิติบุคคลบ้านจัดสรรและอาคารชุด โดย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแสนสิริ ที่ปัจจุบันมีการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัยรวมกว่า 160 โครงการ ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มเปิดให้บริการกับฐานลูกค้าต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมของบริษัทไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยให้บริการตั้งแต่การซ่อมบำรุง การชำระค่าสาธารณูปโภค ไปถึงการบริหารผู้เช่าให้ ขณะเดียวกันในส่วนของการเปิดตัวบริการดังกล่าวบริษัทไม่ได้มองเป้าหมายเชิงรายได้ แต่มองเชิงคุณภาพ และการบริการ ซึ่งในระยะยาวสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการได้

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2562 จะมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่รวม 28 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 46,600 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นโครงการระดับกลาง และระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น หรือถ้าเป็นคอนโดมิเนียม จะอยู่ในกลุ่มราคา 60,000-100,000 บาท/ตร.ม. ส่วนบ้านเดี่ยว จะเน้นแบรนด์คณาสิริ ราคา 3-5 ล้านบาท และทาวน์โฮมระดับราคา 2 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียม 12 โครงการ มูลค่ารวม 22,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุน 3 โครงการ ส่วนอีก 9 โครงการ บริษัทลงทุนเอง ขณะที่โครงการบ้านเดี่ยว 9 โครงการ มูลค่ากว่า 18,700 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 7 โครงการ มูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท

ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 3,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นบ้านแนวราบ ซึ่งบริษัทมีแผนระบายสต๊อกก่อนมาตรการแอลทีวี จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.นี้ ผ่านแคมเปญ “โปรหมดเปลือก” ลดสูงสุด 12 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายภายในไตรมาสแรกนี้ที่ 8,000 ล้านบาท ซึ่ง 3,000 ล้านบาท เป็นยอดขายจากแคมเปญดังกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนรวมกว่า 63,500 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้ในช่วง 3 ปีจากนี้ (2562-2564) ซึ่งจะเป็นการโอนในปีนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาท จากเป้าหมายยอดโอนในปีนี้ทั้งหมดที่ 32,000 ล้านบาท เติบโต 5% จากปี 2561

“บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดัน ทั้งเรื่องการเลือกตั้ง เกณฑ์การใช้แอลทีวีใหม่ และดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น”นายวันจักร์ กล่าว

ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 เชื่อว่ายังเติบโตแต่อาจจะชะลอตัวบ้าง ในส่วนของการซื้อเพื่อลงทุนของลูกค้าคนไทย อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าการซื้อเพื่ออยู่เองจะยังคงโตในระดับเดียวกับปีก่อน ทั้งนี้ จากการแข่งขันด้านราคาและการพัฒนาโครงการของทุกผู้ประกอบการในปีนี้ ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ซึ่งบริษัทมั่นว่าการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการหลังการของผู้ประกอบจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้ดี

บทความก่อนหน้านี้เซเลบขุนวาง! เจ้าหลงสร้างชื่อ นั่งรอเจ้าของไม่ยอมไปไหน หลังถูกลืมทิ้งไว้
บทความถัดไปชาวเลมอแกน ขอขยายที่อยู่อาศัย หลังที่เดิมแออัด พล.อ.สุรินทร์ ชี้ควรให้สิทธิ เพราะอยู่มาก่อน