ชาญอิสสระ อวดโฉม Issara Residence Rama 9 บ้านสุดหรู ใจกลางพระราม 9 เริ่มต้น 100 ล้าน

บ้านสุดหรูเริ่มต้น 100 ล้าน

ชาญอิสสระ เปิดสัมผัสประสบการณ์ ที่สุดของบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ Issara Residence Rama 9 ในทำเลศักยภาพ ย่าน New CBD บนถนนพระราม 9 ราคาเริ่มต้น 100 ล้าน

บ้านสุดหรูเริ่มต้น 100 ล้าน – นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาโครงการ Issara Residence Rama 9 บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่อย่างแท้จริง ในย่าน New CBD บนถนนพระราม 9 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “บ้านล้อมสวน” ที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวกับการอยู่อาศัยในสังคมคุณภาพ เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยจำนวนบ้าน เพียง 20 หลังเท่านั้น และมีการพัฒนาออกมาด้วยการสร้างความแตกต่างสอดแทรกการออกแบบบ้านที่ต้องอยู่สบาย ฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านครบครัน มีการนำนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัย ได้รับความสะดวกสบาย คุ้มค่า และปลอดภัยในการพักอาศัยให้มากที่สุด โดยมีบริษัทชั้นนำอย่าง บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) เป็นผู้รังสรรค์งานออกแบบบ้าน

ด้านนายเมธินทร์ จันทรอุไร กรรมการบริหาร บริษัทสถาปนิก 49 จำกัด (A49) ผู้ออกแบบโครงการ Issara Residence Rama 9 กล่าวว่า เราออกแบบบ้านภายใต้แนวคิดของบ้านที่โอบล้อมธรรมชาติ เพื่อให้ตอบโจทย์วิถี คนเมือง มีพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกบ้านที่ลงตัว โดยการออกแบบจึงทำให้บ้านมีหน้าบ้าน 2 ฝั่ง แต่ละด้านมีความสวยงามแตกต่างกัน เราต้องการออกแบบให้เกิดประโยชน์ใช้สอยในพื้นที่ข้างบ้านเป็นพื้นที่ใช้สอยภายนอก ที่สวยงามเสมือนเป็นหน้าบ้านอีกด้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่เรียกว่าหน้าบ้านจะมีเยอะกว่าโครงการอื่นๆ

โครงการ Issara Residence Rama 9 ยังเน้นการออกแบบเพื่อให้ก่อเกิดประโยชน์จากการใช้สอยพื้นที่ให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งให้ฟังก์ชั่นการใช้สอยที่ครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ บ้านล้อมสวน และเพื่อให้ภายในบ้านสามารถรับแสงจากธรรมชาติมากขึ้น และยังเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจึงใช้กระจกสูงถึงฝ้า และดีไซน์ให้มีชายคาที่ยื่นยาวผสมกับองค์ประกอบตกแต่งที่มีลักษณะเหมือนแผ่นไม้แนวตั้งสำหรับการบังแดด และเพิ่มความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถช่วยลดพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นในอาคารได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับบ้านโครงการอื่นที่มีปริมาณกระจกเท่ากัน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติเต็มที่ แต่ไม่รู้สึกร้อน พร้อมกันนี้ยังมีการออกแบบ Super living-dining ที่มีความสูงของพื้นถึงฝ้าถึง 9 เมตร ทำให้บ้านดูโอ่โถง เพิ่มความหรูหรา และมีการถ่ายเทอากาศที่ดีทุกห้อง

“นอกจากการคำนึงถึงหลักการธรรมชาติ และการประหยัดพลังงานในการออกแบบเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ความปลอดภัยในการอยู่ การออกแบบยังให้ความสำคัญกับ Universal Design เพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุหรือผู้ใช้วีลแชร์ โดยมีการทำทางลาดเอียงสำหรับเข้าบ้าน รวมถึงขนาดของลิฟท์ที่เหมาะสมด้วย พร้อมมีการออกแบบคลับเฮาส์ที่มีความทันสมัย และลงตัวกับพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นที่ 2 เป็นฟิตเนส พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย ส่วนชั้นที่ 3 เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 25×8.45 เมตร พร้อมห้องสตรีม แยกชายหญิงอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับทุกครอบครัวที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ ชั้นหนึ่งยังมีลานอเนกประสงค์ ห้องประชุม และห้องทำงานนิติบุคคลด้วย” นายเมธินทร์ กล่าว

 

นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ Issara Residence Rama 9 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ มีความเป็น Luxury Private เพียง 20 หลังเท่านั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ ประมาณ 9 ไร่ บริเวณถนนพระราม 9 ซอย 13 บนพื้นที่ดินขนาด 113-208 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 700-842 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 100 ล้านบาท

พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งคลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือ พื้นที่สวนที่ให้ความเป็นส่วนตัว อบอุ่นด้วยธรรมชาติสำหรับครอบครัว พร้อมที่จอดรถ 4-8 คัน รวมถึงการให้บริการ Lifestyle Concierge Service บริการที่จะช่วยสร้างไลฟ์สไตล์ความเป็นส่วนตัว แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ลูกบ้านภายในโครงการ อีกทั้งยังมีงานบริการด้านต่างๆ ไว้คอยดูแลและอำนวยความสะดวก อาทิ บริการด้านโฮมแคร์ ที่จะช่วยดูแลและบำรุงรักษาตั้งแต่เรื่องภายในบ้านและภายนอกบ้านอย่างครบครัน, บริการด้านสุขภาพที่ช่วยให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, บริการด้านการจัดเลี้ยง จัดกิจกรรมที่ครบวงจร และบริการผู้ช่วยส่วนตัวที่จะคอยดูแลให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นในทุกๆ เรื่องเมื่อเข้ามาอยู่ภายในโครงการ

นอกจากนี้ ภายในโครงการยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการอยู่อาศัยด้วยการนำระบบ Home Automation มาใช้ซึ่งคือนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เอาอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านมาทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ โดยอาศัยการควบคุมผ่านอินเตอร์เน็ต (Internet of Things : IoT) โดยจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบาย ปลอดภัย และยังช่วยประหยัดพลังงานได้ โดยการ Control ผ่าน Mobile Application บน Smart Phone หรือ Tablet

“นวัตกรรมนี้สามารถช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบความปลอดภัยว่ามีการ เปิด/ปิด ประตู หรือ ไฟ เรียบร้อยแล้วหรือไม่ ก่อนออกจากบ้าน, การแจ้งเตือนผ่านมือถือเมื่อมีผู้บุกรุก หรือมีสัญญาณตรวจจับควันไฟ เมื่อตัว Smoke Detector ทำงาน ซึ่งจะช่วยทำให้เจ้าของบ้านทราบเหตุและระงับได้ทันท่วงที นอกจากนี้การควบคุมผ่าน Mobile Application ยังสามารถสั่งให้ไฟแสงสว่าง และแอร์ทำงานล่วงหน้า หรือปรับ Scenario ตามความต้องการ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่มีการ จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความปลอดภัยด้วย Gate ทางเข้า-ออกโครงการถึง 2 ชั้น, Video Door phone, Burglar Alarm, CCTV เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน” นายดิฐวัฒน์ กล่าว

โดยมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ ASHER, BRAYDEN, และ CEDRIC ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 700-842 ตารางเมตร ขนาดบ้าน 3 ชั้น เริ่มตั้งแต่ 4-5 ห้องนอน 4-5 ที่จอดรถ ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ครัว Panty ครัวไทย ห้องแม่บ้าน สระว่ายน้ำ พร้อมลิฟท์ภายในบ้าน โดยในปัจจุบันมียอดขายก่อนบ้านตัวอย่างแล้วเสร็จกว่า 60%

บทความก่อนหน้านี้รีบฟื้นนะน้องมีตังค์! พ่อเริ่มหมดตังค์ ‘ถั่วแระ’นำคณะให้กำลังใจ บอกขโมยเงินเมียมาช่วย
บทความถัดไปแอร์เอเชียเสริมแกร่งเวียดนามใต้ เปิดบินตรง “กรุงเทพฯ-ญาจาง” สุดคุ้มเริ่ม 990 บาท/เที่ยวบิน