ออริจิ้นส่งคอนโดฯ แบรนด์ ดิ ออริจิ้น 6 โครงการ ลุยเจนซีเพิ่งเริ่มทำงาน

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาแบรนด์ ดิ ออริจิ้น เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน หรือ เฟิร์ส จ๊อบเบอร์ และกลุ่มอายุ 23-28 ปี หรือกลุ่มเจนวายตอนปลายต่อเนื่องเจนซี ที่เพิ่งซื้อคอนโดมิเนียมหลังแรก ระดับราคาเฉลี่ย 1.7-1.8 ล้านบาท สำหรับขนาดห้องเริ่มที่ 1 ห้องนอน 22.5 ตร.ม. ซึ่งจุดเด่นของแบรนด์ ดิ ออริจิ้น จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ภายใต้ 4 ฟังก์ชั่นที่โดดเด่น ได้แก่ การออกแบบทุกพื้นที่ในห้องให้สามารถเก็บของได้เพิ่มขึ้น การเชื่อมโยงบริการช่างและพนักงานทำความสะอาด มาตรฐานระดับโรงแรม พื้นที่การทำงานส่วนกลาง หรือ โค เวิร์กกิ้ง สเปซตอบโจทย์การทำงาน 24 ชั่วโมง และไพรเวท ปาร์ตี้ รูม พื้นที่ปาร์ตี้แบบเก็บเสียง

“ตอนนี้คนชนชั้นกลางมีหนี้ครัวเรือนสูง เนื่องจากเกิดมาในช่วงที่มีเครื่องมือทางการเงินที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่าย ทำให้เป็นหนี้รถยนต์ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต เป็นต้น ทำให้หนี้ครัวเรือนสูงและส่งผลให้กำลังซื้อลดลง กดดันให้ทางการต้องออกมาตรการดูแลระบบการเงิน ผ่านมาตรการแอลทีวี ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของกลุ่มปลายเจนวาย และ เจนซี ไม่ยึดติดการบริโภคแบรนด์ ไม่ค่อยซื้อรถยนต์ ชอบการเดินทางโดยรถไฟฟ้า ที่สำคัญเป็นกลุ่มที่เวอร์จิ้นเครดิต หรือยังไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต และเชื่อว่ากลุ่มนี้จะมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อจะต่ำ”นายพีระพงศ์ กล่าวและว่า ทำให้ในปีนี้บริษัทวางแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ ดิออริจิ้น ทั้งหมด 6 โครงการ ใน 6 ทำเลทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ สุขุมวิท รัชดา ลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง และพหลโยธิน มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,700 ล้านบาท และมีความมั่นใจว่าดิออริจิ้นทุกโครงการที่เปิดการขายจะได้ยอดขายไม่น้อยกว่า 70% ในสิ้นปีนี้ และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 25% ของยอดขายรวม โดยที่บริษัทต้องการครอบครองตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ และตั้งเป้าภายใน 3 ปีข้างหน้ากลุ่มนี้จะสร้างยอดขายและรายได้ให้บริษัทเพิ่มเป็น 40-50% ทำให้ทิศทางธุรกิจของบริษัทในปี 2563 จะยังเดินหน้ารุกตลาดคอนโดมิเนียมดิออริจิ้น อีกไม่น้อยกว่า 8-10 โครงการ

สำหรับแนวโน้มยอดขายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้บริษัทคาดว่าจะทำได้อีก 15,000 ล้านบาท จากในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ที่ทำยอดขายได้แล้ว 7,290 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้ว 13,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 46% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 28,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย

บทความก่อนหน้านี้ยายทรุดร้องไห้โฮ! ไฟเผาบ้านวอดลามไหม้บ้านติดกัน เจ้าของช็อกเป็นลมอีกราย(คลิป)
บทความถัดไปไล่จับระทึก 2 ผัวเมียซิ่งเก๋งหนี 25 กม.กว่าจะจนมุม ฝ่ายหญิงรับแต่กลับพลิกลิ้น