ฮาบิแททได้ลิสต์กรุ๊ปซอเธอบี้ส์ทุนญี่ปุ่นลุยคอนโดฯทองหล่อ 2 โครงการบุกขายทั่วโลก

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เปิดเผยว่า เพื่อรองรับนโยบายบริษัทที่พยายามจะรุกตลาดลูกค้าต่างประเทศ ทำให้ล่าสุด บริษัทได้ร่วมทุนกับ ลิสต์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ทั้งยังเป็นเจ้าของสิทธิ์ ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้ ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ที่มีฐานลูกค้าระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ทำให้การร่วมทุนครั้งนี้ไม่เพียงแค่ร่วมกันพัฒนาสินค้า แต่ยังมองไปถึงซินเนอร์ยี่ในด้านการทำตลาดและขายลูกค้าในต่างประเทศด้วย ซึ่งสัดส่วนในการร่วมทุนครั้งนี้บริษัทจะถือหุ้น 62% และส่วนลิสต์ กรุ๊ป ถือหุ้น 38%

โดยเบื้องต้นในปีนี้ได้ร่วมทุนพัฒนาคอนโดมิเนียม 8 ชั้น บนทำเลทองหล่อ รวม 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการวาลเด้น ทองหล่อ 8 จำนวน 117 ยูนิต มีขนาดห้องตั้งแต่ 32.5-71 ตร.ม. ราคาเฉลี่ย 235,000-260,000 บาท/ตร.ม. และโครงการ วาลเด้น ทองหล่อ 13 จำนวน 122 ยูนิต มีขนาดห้องตั้งแต่ 35-60 ตร.ม. ราคาเฉลี่ย 185,000-220,000 แสนบาท/ตร.ม. โดยจะเปิดขายพร้อมกันในช่วงปลายเดือนก.ย.ปีนี้ ซึ่งบริษัทคาดหวังยอดขายจากลูกค้าต่างประเทศเกือบเต็มโควต้า 49%

“เชื่อมั่นว่าตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ยังเนื้อหอมในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ แม้ภาพรวมปัจจุบันจะชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ในระยะกลาง-ยาว ยังดี ประกอบกับเมื่อเทียบราคาคอนโดฯ ในไทยปัจจุบันในระดับลักชัวรี่ราคาสูงสุดอยู่ที่ 3-4 แสนบาท/ตร.ม. ขณะที่ในฮ่องกง ลอนดอน อยู่ที่ 1 ล้านบาท/ตร.ม. อีกทั้งเมื่อมองในแง่ของผลตอบแทนจากการเช่าในไทยยังได้ 4-5% ขณะที่เมืองใหญ่ๆ ในต่างประเทศให้ผลตอบแทนเพียง 2-3% และในแง่ของการเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาฯ ในไทยก็ถือว่ายังเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะทำเลทองหล่อ 5-7%”นายชนินทร์ กล่าว

ด้านนายฮิซาชิ คิตะมิ ผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และประธาน, ลิสต์ กรุ๊ป กล่าวว่า ลิสต์ กรุ๊ป ได้ซื้อสิทธิ์ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้ ในประเทศญี่ปุ่น และในฮาวาย ทำให้ปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วโลก โดยมีสำนักงานกว่า 1,000 แห่ง ใน 72 ประเทศทั่วโลก รวมถึงมีตัวแทนขายกว่า 22,000 คน ทำให้สามารถใช้เครือข่ายนี้แนะนำลูกค้าระหว่างกันได้ ส่งผลให้ปี 2561 บริษัทได้มีการแนะนำอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วสูงถึง 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้ได้ยอดขาย 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งยังมีจุดแข็งด้านการทำตลาดผ่านเว็บไซต์โดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากถึง 31 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน

อย่างไรก็ดีเมืองไทยถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับ ลิสต์ กรุ๊ป โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มทุนญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุนในไทยแล้วล้วนประสบความสำเร็จ ประกอบกับบริษัทได้เล็งเห็นความแข็งแกร่งในพื้นฐานหลายเรื่องๆ อีกทั้งยังมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง 2562 มีแนวโน้มดีขึ้นจากสภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และโครงการลักชัวรีที่ยังมีจำนวนจำกัดในพื้นที่ ทำให้การร่วมทุนในครั้งนี้มองไปถึงระยะกลางและระยะยาวด้วย

บทความก่อนหน้านี้สัมพันธ์สะบั้น! ประยุทธ์ รุ่น 12 ตัดพี่ตัดน้อง เสรีพิศุทธ์ รุ่น 8
บทความถัดไปကိုကျော်ဇင်၀င်း အလုပ်ခွင်အတွင်း ခွဲခြားခံရတာ မတွေ့ရဘူးလို့ လူ့အခွင့်အရေး ကော်မရှင်ပြော