ศุภาลัยคงเป้ายอดขาย 3.5 หมื่นล. มองดอกเบี้ยลดดึงกำลังซื้อเพิ่ม 2% ครึ่งหลังเปิด 21 โครงการ

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เปิดเผยว่าปี 2562 ผ่านมา 7 เดือนครึ่ง ถือเป็นปีที่ไม่ง่ายของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมีหลายปัจจัยกระทบตลาด โดยเฉพาะมาตรการคุมเข้มสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ทำให้เดือนเม.ย. ซึ่งเป็นเดือนแรกของการบังคับใช้มาตรการแอลทีวี ต่อเนื่องถึงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงและปัจจุบันถือว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และเชื่อว่าจากนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะล่าสุดอัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลงแล้ว 0.25% ซึ่งอาจช่วยให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นได้บ้างประมาณ 1.5-2% และช่วยให้ลูกค้าบางกลุ่มที่ก่อนหน้านี้กู้ไม่ได้เริ่มกู้ได้แล้ว และบางส่วนสามารถซื้อบ้านแพงขึ้นได้ นอกจากนี้ ช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีปัยจัยบวกจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ และความชัดเจนในการสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในขณะที่จะเห็นว่าผลกระทบของมาตรการแอลทีวีทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต่างปรับตัว รวมถึงศุภาลัยด้วย ที่ได้มีการปรับตัว อาทิ การพยายามติดตั้งของที่จำเป็นต่างๆ เข้าไปในราคาบ้าน เช่น เครื่องปรับอากาศ หรือเฟอร์นิเจอร์ และแถมบัตรกำนัลต่างๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากู้ได้มากขึ้น ดังนั้นเชื่อว่าภาพรวมตลาดในไตรมาส 3-4 นี้จะดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 แน่นอน

ทำให้บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขาย รวมในปีนี้ที่ 35,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขายรวมแล้วที่ 13,307 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 69% และต่างจังหวัด 31% โดยครึ่งปีแรกบริษัทได้เปิดขายโครงการใหม่รวม 9 โครงการ มูลค่ารวม 19,760 ล้านบาท ซึ่งทุกโครงการได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 21 โครงการ มูลค่ารวม 20,240 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ 4 โครงการ, โครงการบ้านแนวราบกรุงเทพฯ 6 โครงการ และต่างจังหวัด 11 โครงการ ซึ่งทั้งหมดจะผลักดันยอดขายช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย

โดยล่าสุดบริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107 เป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้น จำนวน 6 อาคาร รวมห้องชุด 1,022 ยูนิต บนพื้นที่โครงการรวมประมาณ 13 ไร่เศษ มูลค่ารวม 2,400 ล้านบาท สำหรับขนาดห้องชุดพักอาศัยเริ่มที่ 28.5-69.5 ตร.ม. และจำนวนร้านค้า 4 ยูนิต ราคาขายเริ่มที่ 1.79 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าพร้อมโอน (สต๊อก) มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบประมาณ 5,000 ล้านบาท และเป็นโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งสต๊อกดังกล่าว สามารถรับรู้เป็นรายได้ทันทีหลังการขาย และเชื่อมั่นว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 28,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 10,892 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,293.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

บทความก่อนหน้านี้ดีเจภูมิ ขอบคุณ หมื่นกำลังใจ ใครพร้อมอยู่เคียงข้าง “ขอบคุณที่ยืนเคียงข้างกัน”
บทความถัดไปธนาคารออมสินมาแล้วลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.13% – ส่วนดอกฝากยังไม่ลด