LPN โซน “เพชรเกษม-บางแค-หลักสอง” เพชรเม็ดงามทำเลฝั่งธนฯ ชีวิตลงตัวนอกเมืองที่เหมือนอยู่ในเมือง

เพชรเม็ดงามทำเลฝั่งธนฯ

 

LPN โซน “เพชรเกษม-บางแค-หลักสอง” เพชรเม็ดงาม

ทำเลฝั่งธนฯ ชีวิตลงตัวนอกเมืองที่เหมือนอยู่ในเมือง

เพชรเม็ดงามทำเลฝั่งธนฯ – ทันทีที่รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-หลักสอง (บางแค) เปิดให้บริการทางการกันยายนนี้ ขณะที่ไม่เกินไตรมาสแรกปีหน้าส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน (บางซื่อ) – ท่าพระ จะเปิดให้บริการตามมาติดๆภายในต้นปี 2563 ทำให้ภาพของชีวิตผู้คนในฝั่งธนบุรีที่นอกจากเป็นย่านยอดนิยมของพื้นที่ “ที่อยู่อาศัย” แล้ว ยังเป็นพื้นที่ความเป็นเมืองขยายตัวอย่างน่าจับตาที่สุดในยุคนี้

หากย่าน “สุขุมวิทตอนปลาย” มีเสน่ห์มากขึ้นเท่าไรในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โซน “เพชรเกษม-บางแค และพื้นที่ส่วนขยายใกล้เคียง” ที่อยู่ในกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกก็กำลังคึกคัก มีพลังของความเป็นเมืองที่สร้างจุดสนใจให้มากขึ้นทุกขณะ

นั่นเพราะโซนเพชรเกษม-บางแค-หลักสอง และพื้นที่โดยรอบ คือพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้าน “คมนาคม” อย่างขีดสุด โดยได้รับอานิสงส์จาก “รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน” ที่มีโครงข่ายที่สมบูรณ์จากนอกเมืองสู่ในเมือง และจากเมืองสู่เมือง ทั้งยังมีถนนสายหลักสำคัญๆหลายเส้นทางเชื่อมต่อจากนอกเมืองเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในในระยะเวลาไม่กี่นาที มีทางด่วนที่เข้าสู่กรุงเทพฯชั้นในได้อย่างสะดวก เชื่อมต่อกับถนนที่มุ่งหน้าออกสู่จังหวัดปริมณฑลและจังหวัดทางฝั่งตะวันตกและทางใต้ได้รวดเร็ว

พลังของเส้นทางคมนาคมนี้ คู่ขนานมากับการขยายความเจริญเติบโตของความเป็น “ชุมชนเมือง” น่าอยู่ของย่านนี้ ที่มีทั้งความ “ทันสมัยแบบกรุงเทพฯเขตชั้นใน” และความมี “เสน่ห์เก่าแก่ของย่านฝั่งธนฯ” ผสมผสานกันอยู่ ทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้มีไลฟ์สไตล์ที่ลงตัวกับทั้งรูปแบบครอบครัวที่มีคนหลายเจนเนอเรชั่นอยู่ร่วมกัน และไลฟ์สไตล์ในแบบคนทำงาน-คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ใจกลางเมืองเสมอไป แต่มีมุมมองที่ต้องการอยู่ย่านที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ค่าครองชีพไม่สูงเกินไปนัก เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์ เดินทางเชื่อมต่อในเมืองได้สะดวก ขณะเดียวกันก็ต้องมีความทันสมัยเฉกเช่นในเมืองรองรับ

ถนนเพชรเกษมขาเข้ามุ่งหน้าไปสถานี MRT หลักสอง(บางแค)ที่ห่างเพียง 2 กิโลเมตร

โซนเพชรเกษม-บางแค-หลักสอง จึงตอบโจทย์ที่ว่ามาทั้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต การเดินทาง และความเป็นเมืองขยายที่กำลังเติบโต

วามสมบูรณ์แบบของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย รวมทั้งจุดเชื่อมต่อ Interchange กับ BTS สายสีเขียว ที่สถานีท่าพระและสถานีบางหว้า ทำให้การอยู่อาศัยในโซนเพชรเกษม-บางแค-หลักสอง เป็นไปได้โดยง่ายดายในการเดินทางไปส่วนต่างๆของเมือง ทั้งเขต CBD (Central Business District-พื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ สีลม , สาทร , เพลินจิต , สุขุมวิทตอนต้น) และ New CBD (อโศก-รัชดา-พระราม9) ได้ทั่วถึง

ภาพที่เห็นวันนี้คือ “ทำเลศักยภาพ” ที่ใกล้เมือง นับจากสถานีรถไฟฟ้า MRT หลักสอง (บางแค) ที่ถือเป็น “พื้นที่แห่งอนาคต” คล้าย “สุขุมวิทตอนปลาย” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาทั้งเชิงพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยไปพร้อมๆกัน ทำให้เกิดชุมชนเมืองที่คึกคัก ขยายตัวต่อเนื่องมาจากบางแคจนถึงย่านหลักสอง ซึ่งในอนาคตการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังมีแผนพัฒนาส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย 4 ทำให้ภาพโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะขยายรางมาถึงย่านหลักสองในอนาคตไปด้วย

ขณะเดียวกันนอกจากระบบรางที่โครงข่ายครอบคลุม และถนนหนทางที่เชื่อมต่อระหว่างนอกเมืองสู่ตัวเมืองอย่างง่ายดาย ย่านนี้ยังมีรถเมล์สาธารณะให้บริการหลายสายที่จะพาเราเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในแบบไม่อ้อมเมือง

ป้ายรถเมล์หน้าโครงการ

ในแง่รูปแบบการใช้ชีวิตแล้ว โซน “เพชรเกษม-บางแค-หลักสอง” ที่ขยายและเติบโตต่อเนื่องนี้ เป็นย่านที่มีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ครบวงจร อาทิ เดอะมอลล์ บางแค, ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อย่างบิ๊กซี และแมคโคร เพชรเกษม โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ร้านอาหารเชนดังในคอมมิวนิตี้มอลล์ วิคตอเรีย การ์เด้นท์ พร้อมด้วยตลาดสดแบบดั้งเดิมขนาดใหญ่ เช่น ตลาดบางแค เรื่อยไปจนถึงตลาดนัดสนามหลวง 2 ขณะเดียวกันก็มีร้านสตรีทฟู้ดดั้งเดิมต่างๆกระจายตัวอยู่ในย่าน

ในความเป็นฝั่งธนฯย่านเก่าแก่ที่มีวัดวาอารามมากมาย มีลำคลองที่ได้รับการดูแลพัฒนามาเป็นตลาดน้ำ ซึ่งพื้นที่เพชรเกษม บางแค หลักสอง มีถนนสำคัญๆเชื่อมต่อแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในโซนฝั่งธนฯ ตั้งแต่เที่ยวเล่นตลาดน้ำ ไหว้พระวัดดัง เรื่อยไปถึงการขับรถออกไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับในจังหวัดใกล้เคียง แวะรับประทานอาหารชื่นชมทัศนียภาพในแถบจังหวัดปริมณฑลก็ทำได้โดยง่ายทั้งนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร เป็นต้น

LPN ในฐานะที่เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เจ้าใหญ่ที่โดดเด่นด้านการเลือกทำเลใช้ชีวิต “อยู่ได้จริง” จึงเปิดตัวโครงการ “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” โครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 20-21 ชั้น ที่ LPN มองเห็นศักยภาพของทำเลแห่งการ “ซื้ออนาคต” ที่น่าลงทุนและน่าอยู่อาศัยอย่างลงตัว

ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ในย่านสิ่งอำนวยความสะดวกโซนเพชรเกษม-บางแค-หลักสอง

ทั้งนี้ “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” เฟส 1 เปิดตัวเมื่อปี 2557 โดยเปิดขาย 1,352 ยูนิต (ตึก A และ B) ไม่กี่ปีถัดมาลุมพินีเปิดเฟส 2 (ตึก C , D) ที่มีห้องชุด 1,320 ยูนิต ขนาดตั้งแต่ 22.5 จนถึง 35.5 ตารางเมตร โดยล่าสุดหลังรถไฟสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หัวลำโพง-หลักสอง(บางแค) มีความชัดเจนเปิดให้บริการในปีนี้

ทำให้ขณะนี้เหลือห้องชุดเปิดขายเพียง 600 ยูนิต ที่ตึก C , D ในราคาที่ยังประคองได้ในระดับล้านต้นๆ (ห้องขนาด 26 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.39 ล้านบาท ห้องขนาด 35 ตร.ม. ซึ่งมี 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ 2.19 ล้านบาท)

บรรยากาศความร่มรื่นรอบโครงการ

โครงการลุมพินีที่เพชรเกษม 98 นี้เป็นรูปแบบ “พาร์ค” (Park) เน้นความร่มรื่นของสวน และต้นไม้ มีสวนเขียวขจีล้อมรอบโครงการ ทำให้การเดินจากหน้าโครงการตึก A ไปยังตึกท้ายหรือตึก D ในระยะ 400 เมตร มีความร่มรื่นสบายตา สอดคล้องกับที่ตึก C และ D มีจุดเน้นที่ความเงียบสงบ เพราะเป็น 2 อาคารที่อยู่ด้านในของโครงการ

ทั้งโครงการที่มี 4 อาคารนั้น มีการสร้างทางเชื่อมเดินที่มีหลังคาระหว่างอาคารเพื่อให้ลูกบ้านสามารถเดินไปใช้บริการส่วนกลางที่มีสวนหย่อม สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องกิจกรรม ห้องสมุด ทางวิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น และสวนออกกำลังกายกลางแจ้งได้อย่างสะดวกสบาย

คลับเฮ้าส์และสระว่ายน้ำ

โดยมีอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น 2 อาคาร (ที่ตึก B และ C) โดยโครงการเฟส 1 จอดรถได้ประมาณ 388 คัน และเฟส 2 ประมาณ 443 คัน นอกจากนี้ยังมีจุดจอดรถกลางแจ้งนอกตัวอาคาร รวมแล้วที่จอดรถทั้งโครงการคิดเป็น 40%

บริเวณหน้าโครงการริมถนนใหญ่

อีกจุดพิเศษที่เสริมขึ้นมา นั่นคือ การมี “มินิมอลล์” หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาดเล็กขนาบหน้าโครงการเพื่อให้ลูกบ้านเข้ามาใช้บริการได้สะดวก โดยมีระบบประตูอัตโนมัติให้ลูกบ้านเดินเชื่อมต่อจากโครงการเข้าสู่มินิมอลล์ได้ทันที โดยภายในจะมีทั้งร้านกาแฟอย่างอเมซอน ร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น ร้านทำผม ร้านนวดผ่อนคลาย ฯลฯ ให้บริการ

ตัวโครงการ “ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98” อยู่ห่างจากสถานี MRT สายสีน้ำเงินหลักสอง (บางแค) ในระยะเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นั่นทำให้เป็นโครงการที่สะดวกสบายในระยะเข้าถึงรถไฟฟ้าได้ง่าย และจุดแข็งสำคัญคือ ในโซนเพชรเกษม 98 ที่ตั้งของโครงการ มีความเป็น “เมือง” ที่ขยายออกมาอย่างคึกคัก ตัวโครงการติด “ถนนใหญ่” อยู่ใกล้ “ห้างบิ๊กซี เพชรเกษม” และ “แมคโคร” รวมทั้งโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ในระยะเดินไม่ถึง 300 เมตร ส่วนบริเวณหน้าโครงการที่นอกจากมีร้านค้าใน “มินิมอลล์” ของลุมพินีเองแล้ว ในช่วงเย็นแต่ละวันยังมีตลาดนัดอาหารเย็นมาออกร้านกันด้วย

เส้นทางเพชรเกษมขาเข้า

แหล่งช้อปปิ้งห่างจากโครงการไม่ถึง 200 เมตร

ขณะที่หากมุ่งหน้าไปทางฝั่ง “เพชรเกษมขาเข้า” ตัวโครงการอยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้าครบวงจรขนาดใหญ่อย่าง “เดอะ มอลล์ บางแค” เพียง 3 กิโลเมตร ห่างจากห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ 8 กิโลเมตร หรือหากต้องการช้อปปิ้งของสดก็มีตลาดสดดังอย่าง “ตลาดบางแค” ห่างจากโครงการไม่เกิน 3 กิโลเมตร

ส่วนด้านฝั่ง “เพชรเกษมขาออก” มีคอมมิวนิตี้มอลล์ใหญ่อย่าง “วิคตอเรีย การ์เด้นท์” ที่รวมร้านอาหารดังไว้มากมาย อยู่ห่างจากโครงการ 800 เมตร ถัดไปจากนั้นมีตลาดนัดหน้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ หรือจะไปเดินเล่นตลาดสนามหลวง 2 ก็อยู่ในละแวกไม่ไกล

ตัวโครงการตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา อาทิ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน , มหาวิทยาลัยสยาม , โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า และอยู่ละแวกเดียวกับโรงพยาบาลชื่อดังทางฝั่งธนฯหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.เกษมราษฎร์บางแค , รพ.เพชรเกษม 2 , รพ.บางไผ่ , รพ.พญาไท 3 ส่วนด้านเส้นพระราม 2 ที่เชื่อมต่อกัน มีทั้งรพ.บางปะกอก 8 , รพ.พระราม 2 , รพ.นครธน , รพ.บางมด และรพ.บางปะกอก 9 จะเห็นว่าที่นี่มีไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตที่สะดวกสบายครบครันในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากโครงการที่มีครบทุกอย่าง

ความที่ตัวโครงการติด “ถนนใหญ่” คือถนนเพชรเกษม ทำให้การเดินทางทั้งแบบใช้รถ และเชื่อมต่อไปใช้ระบบรางเป็นไปอย่างง่ายดาย

มินิมอลล์หน้าโครงการ

หากอยู่อาศัยบริเวณนี้ และมีสถานที่ทำงานที่ต้องออกนอกเมืองหรือชานเมืองสามารถใช้ถนนเพชรเกษม และถนนกาญจนาภิเษกได้สะดวก ขณะที่หากทำงานในเขตเมืองชั้นใน ถือว่าโลเคชั่นลงตัวและตอบโจทย์ เพราะสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเข้าเขตเมืองไม่ว่าจะเป็นสีลม สาทร ได้ในระยะเวลา 30 นาที ซึ่งไม่ไกล และไม่ใช้เวลานานเกินไป โดยสามารถใช้บริการที่ MRT สถานีหลักสอง ที่อยู่ใกล้สุด โดยสถานีนี้มีบริการอาคารจอดแล้วจรที่จัดที่จอดรถขนาดใหญ่ไว้ให้ด้วย

หรือถ้าจะใช้บริการรถสาธารณะมีรถเมล์ผ่านหน้าโครงการหลายสาย รวมทั้งรถสองแถวที่วิ่งรับส่งในละแวก ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่บริเวณหน้าโครงการ หรือจะเลือกใช้บริการ “รถตู้” ของโครงการเอง ที่เปิดให้บริการลูกบ้านในช่วงเช้าเป็นรอบๆ ราคา 20 บาท ส่งถึง BTS สถานีบางหว้า ที่จะวิ่งตรงไปยังเขตเมืองชั้นใน ทั้งสีลม สาทร พระราม 4 ได้ในไม่กี่สถานี

ขณะที่การลงทุนระยะยาว ปัจจัยสำคัญอย่างโลเคชั่น ที่ “ติดถนนใหญ่” สามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมผ่านทั้งท่าพระ วงเวียนใหญ่ ไปจนถึงสีลม สาทร หรือจะเลี่ยงใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษก ที่มีสะพานตัดเข้าสู่ถนนกัลปพฤกษ์ที่ใช้สัญจรเข้าสู่เขตโซนธุรกิจใจกลางเมืองอย่างสีลม-สาทรได้เช่นกัน

ขณะเดียวกันจากถนนเพชรเกษมยังเชื่อมต่อไปเส้นกาญจนาภิเษกไปทางพุทธมณฑลสาย 2-3-4 ทวีวัฒนา-ศาลายา, ถนนบรมราชชนนี , ปิ่นเกล้า , จรัญสนิทวงศ์ โดยเส้นทางนี้ยังมีทางด่วนศรีรัช ที่ไปจตุจักรได้ ขณะที่ก็สามารถใช้เส้นทางกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางใหญ่-บางบัวทอง-นนทบุรีได้ด้วย ซึ่งในอนาคตยังเชื่อมต่อไปทางมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี และทำเลนี้ยังสามารถใช้เส้นทางขึ้นถนนพระราม2 ได้ โดยมีทางด่วนรองรับให้ใช้อีกจุดในบริเวณนี้

พร้อมกันนั้นจากหน้าโครงการฝั่งตรงข้ามยังใช้เส้นทางเพชรเกษมขาออกตอนปลายเพื่อออกนอกเมืองไป สมุทรสาคร นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี หรือจังหวัดทางภาคใต้และตะวันตกได้โดยง่าย

ขณะที่ในระยะยาว รฟม.ยังมีแผนการสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจากเดอะมอลล์ บางแค-พุทธมณฑลสาย 4 (ระยะทาง 8 กิโลเมตร) ซึ่งจะทำให้แนวรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 ในอนาคตด้วย

โซนเพชรเกษม-บางแค-หลักสอง ถือเป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่มีศักยภาพ ราคายังไม่สูงมาก เป็นเพชรเม็ดงามที่อยู่บนถนนเพชรเกษม มีความสะดวกครบครันทั้งโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อทั้งหมด และความเจริญของย่านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตครบ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ไม่ต้องอยู่ใจกลางเมืองแต่เหมือนอยู่ในเมืองชั้นในได้อย่างสมบูรณ์แบบ

บทความก่อนหน้านี้ครูบา ทำพิธีใหญ่กลางสะพานบางปะกง สาวชุดแดง วอนช่วยปลดปล่อยวิญญาณ!
บทความถัดไปอ.รามฯ อดีตกปปส. ร้องฟัน ‘สำนักงานเลขาฯครม.’ รับผิดแทนบิ๊กตู่ ถวายสัตย์ไม่ครบ