แอล.พี.เอ็น. ยอมรับมีฟองสบู่คอนโดฯ ยอดเปิดขายมากกว่าความต้องการซื้อ

เริ่มมีฟองสบู่คอนโดฯ

แอล.พี.เอ็น. ยอมรับมีฟองสบู่คอนโดฯ ยอดเปิดขายมากกว่าความต้องการซื้อ – เปิดแผน 6 เดือนรุก 11 โครงการ

เริ่มมีฟองสบู่คอนโดฯ – นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พีเอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในรอบ 6 เดือนจากนี้ บริษัทได้เตรียมเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านแนวราบและโครงการมิกซ์ยูสรวม 10-11 โครงการ มูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท

ด้านนายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ กล่าวว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ทั้งอุตสาหกรรมในขณะนี้ จะเห็นว่าผู้ประกอบการต่างปรับลดเป้าหมายธุรกิจลงโดยในส่วนของบริษัทได้ปรับลดไปตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาทั้งยอดขายคาดว่าจะทำได้ 1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดิมคาดว่าจะทำได้ 1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้คาดว่าทำได้ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเฉพาะในไตรมาส 4 นี้ จะมีคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบที่จะทยอยรับรู้รายได้รวม 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8 พันล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายรอรับรู้ประมาณ 70%

“สถานการณ์ตลาดการซื้อขายที่อยู่อาศัยในขณะนี้ โดยในส่วนของตลาดบ้านแนวราบถือว่ายังแข็งแกร่ง โดยปริมาณการเปิดตัวใหม่และความต้องการซื้อของผู้บริโภคยังมีตลอดเวลา เนื่องจากรัฐบาลมีการลงทุนขยายถนนและรถไฟฟ้าทำให้คนอยากไปอยู่จริง อีกทั้งยังไม่มีการเก็งกำไรเข้ามาทำให้สภาพตลาดยังแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดคอนโดฯ โดยเฉพาะในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีการเก็งกำไรทั้งจากคนไทยและจีน ทำให้ผู้ประกอบการเร่งกันเปิดการขาย ส่งผลให้สภาพตลาดขณะนี้เริ่มมีภาวะฟองสบู่เกิดขึ้น โดยเห็นได้จากปริมาณคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในปัจจุบันมีมากกว่าความต้องการซื้อ ทำให้กลยุทธ์การเปิดตัวคอนโดฯ ของบริษัทจะมองหาทำเลใหม่ๆ ที่มีความต้องการใหม่ๆ จากการขยายตัวของรถไฟฟ้าสายใหม่ ขณะเดียวกันก็จะเลี่ยงทำเลที่มีคนเข้าไปเปิดจำนวนมากแล้ว เช่นบริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วง ขณะเดียวกันก็ไม่รีบร้อนในการซื้อที่ดิน เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้ไปราคาที่ดินจะถอยลงมาในระดับที่สะท้อนราคาปัจจุบันมากขึ้น”

อย่างไรก็ดี ตามแผนเปิดโครงการใหม่ข้างต้น โดยบริษัทจะเริ่มทยอยเปิดขายตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ รวม 5 โครงการ ประกอบด้วยทาวน์โฮม และบ้านแฝด ที่ระดับราคา 2-5 ล้านบาท รวม 3 โครงการ ประกอบด้วย ทำเลพหลโยธิน 54/1 ห่างรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสะพานใหม่ 3 ก.ม. จำนวน 253 ยูนิต มูลค่า 880 ล้านบาท ทำเลลาดกระบัง ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 4 ก.ม. จำนวน 400 ยูนิต มูลค่า 1,250 ล้านบาท และทำเลสุขุมวิท 113 จำนวน 133 ยูนิต มูลค่า 750 ล้านบาท

ขณะที่คอนโดมิเนียม 2 โครงการ ประกอบด้วยทำเลเตาปูน ซึ่งห่างจากจุดตัดรถไฟฟ้า 2 สายสถานีเตาปูน (เตาปูนอินเตอร์เชนจ์) 200 เมตร มูลค่าโครงการ 1.9 พันล้านบาท จำนวนห้องชุดรวม 800 ยูนิต ระดับราคา 2-3 ล้านบาท และโครงการลุมพินีวิลล์ แจ้งวัฒนะ 10 เป็นคอนโด 8 ชั้น รวม 476 ยูนิต ที่ระดับราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท หรือมูลค่าโครงการ 600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยเปิดในไตรมาส 1 ปี 2563 ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมทำเล แจ้งวัฒนะ ซอย 17 ซึ่งจะมี 2 อาคาร จำนวนห้องชุดรวม 1,500 ยูนิต มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีคอนโดมิเนียมในทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพอย่างทำเลถนนเอกชัย ใกล้เซ็นทรัลพระราม 2 เป็นคอนโด 8 ชั้น จำนวน 2,293 ยูนิต มูลค่ารวม 2.5 พันล้านบาท ส่วนอีกโครงการเป็นมิกซ์ยูส 3 ไร่ครึ่ง บริเวณถนนนราธิวาสฯ-รัชดาฯ หรือบริเวณวัดโพธิ์แมน ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน มูลค่า 3 พันล้านบาท ส่วนโครงการแนวราบที่จะเปิดตัวในปีหน้า จะมีโครงการบ้าน 365 เมืองทองธานี จำนวน 182 ยูนิต มูลค่า 1.89 พันล้านบาท และโครงการบ้านแฝดบริเวณท่าข้าม-พระราม 2 เป็นบ้านแฝด 2 ชั้น รวม 108 ยูนิต มูลค่ารวม 650 ล้านบาท

พร้อมกันนี้บริษัทได้เตรียมงบ 150 ล้านบาท สำหรับเปิดตัวแคมเปญโฆษณาแบรนด์ดิ้งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “ความพอดี ที่ดีกว่า” เพื่อสะท้อนปรัชญาเบื้องหลังชุมชนน่าอยู่ สร้างบ้านที่พอดีและบริการที่ลงตัว พร้อมกับงบสำหรับกิจกรรมการเปิดตัวโครงการใหม่

บทความก่อนหน้านี้อนาคตใหม่ ติวเข้ม ส.ส. ชำแหละงบฯ 63 ฉะลงทุนไม่คุ้มค่า ประเทศหายนะ
บทความถัดไปแอบขาย นมโรงเรียน ซื้อประทัด พ่อโมโห เงินแทบไม่พอใช้ เฆี่ยนลูก 10 ขวบช้ำ-เลือดซึม