logo

วันเสาร์ ที่ 6 มิ.ย. 2563

หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ ยานยนต์ ไอที-สมาร์ทโฟน
รอบโลก หนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง นิวส์มอนิเตอร์ BBC Thai BBC Burmese ข่าวในพระราชสำนัก
ข่าวโควิด-19 เด่นออนไลน์ บันเทิง
กีฬาต่างประเทศ ไทยซอคเกอร์ เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
หวย ดวง
ข่าวทะลุคน วงล้อเศรษฐกิจ สดจากสนามข่าว ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม ข่าวข้น คนเข้ม บ.ก. ตอบจดหมาย วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ ยานยนต์
คลิปฮอต
บิวตี้ อิ่มอร่อย ท่องเที่ยว
เคล็ดลับการเงิน ลงทุนเรื่องง่าย รีวิวผลิตภัณฑ์

ปัญหาอาหารหลังโควิด

30 เม.ย. 2563 - 00:40 น.

ปัญหาอาหารหลังโควิด

เยียวยาออนไลน์อลหม่าน

คอลัมน์ บก.ตอบจดหมาย

ปัญหาอาหารหลังโควิด - เรียน บ.ก.ที่เคารพ

จบจากการแพร่ระบาดของไวรัส ก็จะมีปัญหาน้ำแล้ง พีเอ็ม 2.5 น้ำท่วมรออยู่ โดยเฉพาะผลกระทบจากการกู้หนี้ยืมมาใช้ในโครงการประชารัฐกว่า 6 ปี ก็จะเริ่มเห็นผลแล้วอย่างแน่นอน นอกจากนั้นปัญหาอาหารขาดแคลนหลังจากจบการแพร่ระบาดก็จะเกิดขึ้นทั่วโลก

แต่เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับแรงงานด้านอื่นๆ และเมื่อมีปัญหาภัยแล้งเพิ่มก็จะทำให้ผลผลิตลดลง มีโรคระบาด มีศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น และเมื่อรัฐบาลส่งเสริมเกษตรเคมีแทนเกษตรอินทรีย์

ดังนั้นก็จะมีสารก่อมะเร็งตกค้างในอาหารของคนไทยมากขึ้น ทำให้โอกาสที่คนไทยจะเป็นมะเร็งก็เพิ่มมากขึ้น ปัญหาสารเคมีปราบศัตรูพืชก็จะเป็นปัญหาใหญ่รออยู่

เดือนมิถุนายนนี้ก็จะถึงทางแยกว่าประเทศไทยจะเลือกใช้เกษตรเคมีหรือเกษตรอินทรีย์ ปัญหาทุกปัญหาจะต้องเริ่มที่เหตุก่อนถึงผล และต้องเป็นการแก้ไขแบบบูรณาการ มิใช่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเดียว ซึ่งเป็นการแก้ไขแบบลูบหน้าปะจมูก กู้มาผลาญในวันนี้ก็ต้องรับผิดชอบปัญหาเงินฝืดในอนาคต

ไข่เจียว

ตอบ ไข่เจียว

เป็นความจริงว่า วิกฤตโควิดทำให้ภาคการเกษตรกระทบ ลดการผลิต การขนส่ง อะไรต่อมิอะไร ดังนั้นปัญหาอาหารขาดแคลนจะต้องติดตามมาอีก ซึ่งองค์กรสหประชาชาติก็ยังออกคำเตือนและให้ทุกประเทศเตรียมรับมือเอาไว้แต่เนิ่นๆ สำหรับรัฐบาลไทยก็ต้องคิดให้ดี ที่คุณหยิบยกเรื่องเกษตรเคมีและเกษตรอินทรีย์ขึ้นมาเตือน ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ

เยียวยาออนไลน์อลหม่าน

เรียน บรรณาธิการข่าวสด

กรณีอุทธรณ์ขอสิทธิรับเยียวยาที่มีข่าวว่าเปิดให้อุทธรณ์ออนไลน์เท่านั้น ขอวิพากษ์ว่ามาตรการเยียวยาแรงงานนอกระบบประกันสังคมที่ประกาศว่าจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังนั้น แท้ที่จริงเป็นการเยียวยาผู้ที่มีสมาร์ตโฟนครอบครองเท่านั้น เพราะมาตรการช่วยเหลือต่างๆที่กำหนดขึ้นนั้นตั้งเกณฑ์ด่านแรกว่า “คุณต้องมีสมาร์ตโฟนในครอบครอง” เมื่อขึ้นต้นผิดก็ไม่สามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้ สำหรับสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ที่กำหนดว่า “ต้องยื่นอุทธรณ์ออนไลน์เท่านั้น” ก็เป็นผิดซ้ำซ้อน

เพราะเมื่อปัญญาประดิษฐ์มีปัญหา ดังนั้นก็คงวนลูปเหมือนเดิม ขอยกตัวอย่างการขอรับเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้าน ที่พยายามยื่นขอผ่านแอพฯของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทุกครั้งก็จะหยุดอยู่ที่เลขที่บัตรประชาชนไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่ก็มีบัตรประชาชนใบเดียว มอบให้โดยกระทรวงมหาดไทยใช้มาตลอดชีวิต จนใบสุดท้ายไม่มีกำหนดหมดอายุแล้ว ไม่เคยมีปัญหาใดๆ มาตลอดชีวิต เลขที่ในบัตรประชาชนก็เป็นเลขเดิมมาโดยตลอด แต่เมื่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแจ้งว่าเลขที่ไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่เป็นเลขที่ใช้ขอมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ว่าจะยื่นผ่านระบบกี่ครั้งผลก็เหมือนเดิม ครั้นจะต้องขับรถไปที่การไฟฟ้าเพื่อยื่นเรื่องก็ไม่คุ้มค่ากับโอกาสติดเชื้อไวรัส ไม่ใช่ว่าเงินสองพันกว่าไม่มีความหมาย แต่ชีวิตมีค่ามากกว่านั้น

หนูถุงเงิน

ตอบ หนูถุงเงิน

จริงๆ แล้วระบบออนไลน์เป็นเรื่องทันสมัยก้าวหน้า สังคมจำเป็นต้องก้าวไปตามโลกยุคดิจิตอล เพียงแต่ในความจริงของระบบบ้านเรา เต็มไปด้วยปัญหาดังที่คุณสะท้อนมาให้ฟัง แต่ก็มีข้อสังเกตว่า ระบบฐานข้อมูลดิจิตอลก็น่าจะต้องมีอยู่แล้ว จัดการเยียวยาได้ทันที ทำไมจึงต้องให้ประชาชนเข้าไปลงทะเบียนด้วย ก็เลยเต็มไปด้วยปัญหาจากความไม่พร้อมของระบ


เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

ปัญหาอาหารหลังโควิด