เปิดตัว‘นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่’ รถ 7 ที่นั่ง เพิ่มออปชั่นล้น

19 ส.ค. 2564 - 22:49 น.

นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์เอนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มีทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ราคาเริ่มต้น 1,199,000 บาท

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ออกแบบกระจังมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เส้นโครเมียมแนวนอนด้านในกระจังช่วยเสริมบุคลิกที่หรูหรา รับกับเส้นสายที่ต่อเนื่องจากฝากระโปรง เสริมแผ่นกันกระแทกด้านล่างที่เป็นสีเงิน ตามสไตล์เอสยูวีที่ทันสมัย

ไฟหน้า Quad LED 4 ดวง ดีไซน์ใหม่ ความสว่างมากขึ้นถึง 34% ตัวโคมไฟถูกดีไซน์ให้เพรียวบาง ดูปราดเปรียว ไฟ Daytime Running Light ไฟตัดหมอก LED ประสิทธิภาพสูงล้อมรอบด้วยแถบโครเมียมขนาดใหญ่

ด้านท้ายถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สปอยเลอร์บนหลังคาจนถึงชายกันชนด้านล่าง ฝาท้ายเพิ่มความหรูหราและโดดเด่นมากขึ้นในทุกรายละเอียด ด้วยการใช้วัสดุโครเมียม และชิ้นส่วนสีเงินเข้ามาตกแต่งมากขึ้น

ไฟท้ายลดความสูงและเพิ่มความกว้างมากขึ้นให้ดูโฉบเฉี่ยว เป็น ไฟ LED แบบ Light Guide เส้นคู่ ให้ความรู้สึกล้ำสมัย ไฟเบรกแบบ LED ให้ทั้งความสว่าง ความสวยงาม และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว ใช้สีทูโทนแบบปัดเงา

ฝาประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง (Auto Lift Gate) เพื่อความสะดวกในการเปิด-ปิด เพียงแค่ยื่นเท้าเข้าหาบริเวณกึ่งกลางของกันชน

ภายในใช้สีครีมกับดำดูกว้างขวางมากขึ้นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังรูปทรง D-shape พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานของรถซึ่งขยายจอแสดงผลให้มีขนาด 7 นิ้ว สามารถปรับตั้งการทำงานของระบบต่างๆ ได้ผ่านปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย มีให้เลือกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

หน้าจอ Display Audio แสดงผลแบบสัมผัสใหม่ขนาด 9 นิ้ว ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกออกแบบใหม่พร้อมไฟเรืองแสงสีขาว

ครั้งแรกกับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย (Wireless Apple CarPlay) เพิ่มความสะดวกอย่างปลอดภัยตลอดการขับขี่ สามารถใช้งาน Apple CarPlay ผ่านบลูทูธ

เทคโนโลยี NissanConnect ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมด้วยระบบนำทาง (Navigation System) และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition)

ระบบเสียงรอบทิศทางจาก Bose Premium Audio System (เฉพาะรุ่น VL 4WD) จัดวางลำโพง 8 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ ให้เสียงคุณภาพสูง

ครั้งแรกกับเทคโนโลยีชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) ให้กำลังการชาร์จไฟสูง 15 วัตต์ ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลหน้า เพียงแค่วางสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ที่รองรับก็สามารถชาร์จได้ทันที พร้อมไฟแสดงสถานะการชาร์จตลอดเวลา

ติดตั้งหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 11 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มีช่อง HDMI พร้อมช่องชาร์จไฟที่ช่วยให้ความบันเทิงไม่มีสะดุดตลอดการเดินทาง (เฉพาะรุ่น VL 2WD และ VL 4WD)

มีช่องชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารแถวที่สาม โดยทั้งคันมี USB-A 3 จุด และUSB-C 2 จุด รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ และการชาร์จแบตเตอรี่

คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ และเปลี่ยนมาใช้เบรกมือไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น VL 2WD และ VL 4WD) เพิ่มพื้นที่ใช้สอยบริเวณคอนโซลกลาง รวมถึงสามารถเพิ่มพื้นที่ที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของที่มีขนาดใหญ่ขึ้น


ระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติแยกการควบคุมอุณภูมิตามความต้องการของห้องโดยสารแต่ละด้าน พร้อมช่องแอร์ครอบคลุมผู้โดยสารทั้ง 7 ที่นั่ง ที่ ผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับแรงลมอิสระตามความต้องการ

ที่นั่งแถว 2 มีฟังก์ชั่น Auto Tumble Seat ที่คอนโซลกลาง โดยจะพับอัตโนมัติเบาะแถวที่ 2 อัตโนมัติแค่กดปุ่มเพียงจากสวิตช์แบบ 1-Touch Remote Fold & Tumble เพื่อความสะดวกในการขึ้นลงของผู้โดยสารแถวที่ 3

เบาะนั่งแถวที่สามสามารถพับได้แบนราบ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

เทคโนโลยี Intelligent Rear View Mirror มาใช้เป็นรายแรก ติดกล้องความละเอียดสูงที่กระจกบานหลัง ใเสริมทัศนวิสัยที่ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ สามารถปรับมุมมองได้ตามความต้องการของผู้ขับ เพิ่มความชัดเจนแม้มีผู้โดยสารตอนหลัง หรือสัมภาระขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังให้มุมมองที่กว้างกว่ากระจกมองหลังทั่วไป ให้ความชัดเจนแม้ในขณะฝนตกหนัก หรือแม้กระทั้งรถที่ติดฟิล์มมืดสนิทกว่าปกติ

เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด รองรับน้ำมันดีเซลทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20เทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 (4WD) สามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อ หรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ four-wheel drive ได้ทั้ง 4H และ 4L ผ่าน Rotor Switch ที่บริเวณแผงคอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชัน shift-on-the-fly ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ขณะขับขี่ จาก 2H เป็น 4H ได้ทันทีขณะรถวิ่งไม่เกิน 100 กม./ชม.

ขณะที่โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive หรือ 4LO สำหรับการขับขี่บนพื้นที่ทุรกันดาร มาพร้อมระบบ Electronic Locking Rear Differential (Diff-Lock) ช่วยกระจายกำลังไปยังล้อหลังทั้ง 2 ข้างเพื่อเสริมกำลังฉุดให้ขับออกจากหล่มหรือในสถานการณ์ที่ต้องการแรงบิดสูงในโหมด 4L ได้ง่ายขึ้น

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 ลิ้งค์ (5-Link) พร้อมคอยล์สปริงปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี‘นิสสัน 360 เซฟตี้ ชิลด์’(360 Safety Shield Technology)

อาทิ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะทำงานทันทีที่เริ่มขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และแสดงผลเป็นภาพมุมสูงแบบ Bird’s-eye View

 

เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้ โดยจะปรากฏบนหน้าจอเครื่องเสียงกลางคอนโซล ช่วยให้การขับรถในสถานการณ์ต่างๆ ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รุ่น 4WD ที่เพิ่มระบบ Off-Road Mode เมื่อเปิดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองรอบตัวรถขณะขับขี่ให้คุณมั่นใจและปลอดภัย แม้ในทางที่ลำบาก รวมถึงการทำงานร่วมกับ Parking Sonar ที่ติดตั้งเซนเซอร์ที่กันชนหน้า 4 จุด และกันชนหลัง 4 จุด เมื่ออยู่ในเกียร์ D และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 10 km/h ทันทีที่เซนเซอร์ตรวจพบวัตถุ จะส่งเสียงเตือนและระบบ IAVM จะแสดงภาพโดยอัตโนมัติที่หน้าจอเครื่องเสียง เพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่ ลดข้อจำกัดสำหรับรถยนต์ที่มีความสูงได้เพิ่มมากขึ้นเทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) ส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า เมื่อเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป สามารถตรวจจับได้ถึงรถคันที่สองที่อยู่ต่อจากคันหน้า

 

เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็ว และหยุดรถ เพื่อลดความรุนแรง หรือ ลดความสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ระบบจะเตือนระหว่างเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านเดียวกันกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา ฯลฯ

นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

2.3 E 2WD 7AT ราคา 1,199,000 บาท

2.3 VL 2WD 7AT ราคา 1,449,000 บาท

2.3 VL 4WD 7AT ราคา 1,499,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เปิดตัว‘นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่’ รถ 7 ที่นั่ง เพิ่มออปชั่นล้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง