สดจากเยาวชน : 4นศ.ท่องแดนญี่ปุ่น บ้านรักษ์ธรรมชาติ

“ธีรดา ศิริมงคล”

ญี่ปุ่นไม่เพียงเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องประชากรคุณภาพ แต่ยังรุดหน้าไปด้วยเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมื่อไม่นานนี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นำ 4 นักศึกษาไทยที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ “เอพี โอเพ่น เฮ้าส์ 2018” พร้อมสื่อมวลชนบินไปศึกษาดูงานด้านอาคารสถาปัตยกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

นักศึกษาทั้ง 4 คน ได้แก่ นายทิฆัมพร สำเร็จศิลป์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี น.ส.พิมพิศา กลิ่นขจร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายนภวัตร พุทธะชา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ สาขาบริหาร ธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และน.ส.ภัทรลภา วจีไกรลาส นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เมื่อคณะเดินทางถึงโอซาก้า ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว AP Academy : AP Open House 2018 ปีที่ 3 ภายใต้วิสัยทัศน์ “การผลิตคนอสังหาฯ รุ่นใหม่ แบบมืออาชีพ” โดย นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่แรกคือ บ้านมูจิ แบรนด์ มูจิ (MUJI) ที่ โดดเด่นด้วยสินค้าสไตล์เรียบง่าย ดูสบายตา แต่น้อยคนที่จะรู้ว่ามูจิสร้างบ้านสำเร็จรูปออกขายที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปี 2004

บ้านมูจิมีสไตล์ความเป็นมินิมอลอย่างชัดเจนด้วยบ้านสีขาวสบายตาโดดเด่นด้วยหน้าต่างบานใหญ่ที่ชื่อว่า MUJI Window House วิทยากรของมูจิอธิบายให้ฟังว่าบ้านมูจิมีเอกลักษณ์ตรงที่มีหน้าต่างบานใหญ่ไร้กรอบ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติรอบบ้าน กระจกบานใหญ่ยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าเพราะเปิดรับแสงเข้าสู่ตัวบ้านมากขึ้น ลดการเปิดไฟ นอกจากนี้ตัวบ้านไม่มีผนังกั้นห้องด้วยแนวคิดที่อยากให้คนในครอบครัวสื่อสารกันตลอดเวลา 

ลักษณะบ้านที่เป็นโถงสูงยังเป็นการเชื่อมต่อกันของชั้น 1 และชั้น 2 ทำให้บ้านทั้งหลังใช้แอร์เพียงแค่ 2 ตัว ที่ติดตั้งไว้ชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งกระจายความเย็นได้ทั่วทั้งบ้าน และที่ขาดไม่ได้สำหรับบ้านในประเทศญี่ปุ่นคือบ้านมูจิสามารถทนแรงแผ่นดินไหวได้อย่างดีเยี่ยม

วันต่อมาคณะเดินทางออกนอกเมืองโอซาก้า มาเล็กน้อย เพื่อเยี่ยมชม The Parkhouse Oikos Mikunigaoka คอนโดฯโครงการต้นแบบ BIO Net Initiative ที่ให้ความเป็นส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ ความพิเศษของคอนโดฯแห่งนี้คือต้องการให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนที่สุด ก่อนสร้างมีการศึกษาว่าในพื้นที่แห่งนี้มีสัตว์ต่างๆ อาทิ นก แมลง ผีเสื้อชนิดใดอาศัยอยู่บ้าง รวมถึงพืชที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ การสร้างคอนโดฯจะไม่ทำลายที่อยู่อาศัยเหล่านั้น รอบๆ คอนโดฯเป็นพื้นที่สีเขียวให้คนพักผ่อนสายตา พร้อมสร้างรังนกและพื้นที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิต เพื่อ ส่งเสริมให้ธรรมชาติเจริญเติบโตอย่างสมดุล ทั้งยังนำระบบประหยัดพลังงาน ENE Farm ที่สกัดไฮโดรเจนจากก๊าซหุงต้มผสานเข้ากับออกซิเจนในอากาศเพื่อสร้างพลังงานไฟฟ้าเข้ามาติดตั้ง ทำให้ค่าไฟแต่ละบ้านถูกลง

สถานที่สุดท้ายที่ได้ไปเยี่ยมชมคือ Knowledge Capital ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโอซาก้า หากดูผิวเผินอาจเหมือนห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเป็นศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่รวมไอเดียเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ไว้มากมาย ชั้นล่างเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีคาเฟ่ให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ถัดขึ้นมาอีกหน่อยเป็นโซนจัดแสดงนวัตกรรมที่เปิดให้คนเข้าชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสามารถติชมหรือให้คำแนะนำแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานเพื่อนำไปปรับปรุงต่อไป

โซนสำคัญที่สุดในตึกนี้คือ Knowledge Office ที่เปิดให้เฉพาะสมาชิกเข้าใช้พื้นที่ ประกอบด้วยคาเฟ่ ห้องประชุม โดยสามารถเช่าพื้นที่เปิดเป็นออฟฟิศได้

พิมพิศา กลิ่นขจร กล่าวว่า “ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากเอพีในการฝึกงาน เรียนรู้และปฏิบัติจริงที่ไซต์งานก่อสร้างในไทยซึ่งใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูป และยังมีโอกาสมาดูงานในประเทศต้นแบบด้านการพัฒนาการก่อสร้างสำเร็จรูปที่ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าโชคดีมาก โครงการเอพี โอเพ่น เฮ้าส์ ทำให้เข้าใจระบบการทำงานด้านอสังหาฯ ชัดเจนขึ้น ทั้งแนวคิด กระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ การมาดูงานที่ญี่ปุ่นได้รับประสบ การณ์มากมาย มีหลายสิ่งที่นำไปปรับใช้ใน วงการอสังหาฯ ของประเทศไทยได้”

บทความก่อนหน้านี้ฤทธิ์พายุ ‘บารีจัต’ เตือนฝนถล่ม 61 จว. เหนือ-อีสานเสี่ยงน้ำหลาก ซัดกรุงร้อยละ 70
บทความถัดไปนีโน่ เผย โอ วรุฒ มาหาเมื่อคืน คนใกล้ชิดเผยมาฝากฝัง พ่อเปิดห้องลูกยังเก็บไว้เหมือนเดิม(คลิป)