‘ศูนย์จักษุ’ราชวิถี ชวนสมทบทุนดูแลเบาหวานขึ้นตา

‘ศูนย์จักษุ’ราชวิถี

ศูนย์จักษุราชวิถี ชวนสมทบทุนดูแลเบาหวานขึ้นตา

ศูนย์จักษุราชวิถี – ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยศูนย์เสียการมองเห็นเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาสามารถป้องกันได้ ถ้าวินิจฉัยได้เร็ว

นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข นายแพทย์เชี่ยวชาญโรคจอประสาทตา โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ภาวะเบาหวานขึ้นจอ ประสาทตา คือระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สูงผิดปกติและส่งผลข้างเคียงต่อจอประสาทตา หากตรวจพบช้า หรือรักษาช้า รุนแรงถึงขั้นศูนย์เสียการมองเห็น โดยภาวะเบาหวานขึ้นตานั้นสามารถเกิดขึ้นได้ถึงร้อยละ 30-40 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โดยผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงที่จะมีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา คือ

‘ศูนย์จักษุ’ราชวิถี

1.การเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานและขาดการตรวจหาภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

2.ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง

3.ผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูง

4.ผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง

สำหรับอาการที่บ่งบอกถึงโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ระยะแรกส่วนมากจะไม่แสดงอาการตามัว และไม่เจ็บปวดทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่ามีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา แต่หากปล่อยไว้จนมีโปรตีนรั่วเข้าไปในจอประสาทตา อาจทำให้มองเห็นผิดปกติ เห็นภาพไม่ชัดเจน และเริ่มมีเลือดออกจะบดบังการมองเห็น และถ้าหากบดบังการมองเห็นทั้งหมด ผู้ป่วยจะมีภาวะตาบอดในที่สุด จึงแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน หมั่นตรวจคัดกรองหาภาวะเบาหวาน ขึ้นตาเป็นประจำทุกปี

‘ศูนย์จักษุ’ราชวิถี

การตรวจก็ไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อน หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ 1.แพทย์จะหยอดตาขยายม่านตา และรอจนม่านตาขยาย และ 2.แพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจไปที่จอตา

หากตรวจพบมีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาในระยะที่ยังไม่รุนแรง แพทย์ก็จะรักษาโดย การคุมเบาหวาน คุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงจนเป็นอันตรายต่อดวงตา ซึ่งระยะนี้เป็นระยะที่รักษาได้ง่ายที่สุด

แต่ถ้ามีภาวะที่เสี่ยงต่อตาบอด เช่น โปรตีนรั่วเข้าไปในจอตามากแล้ว หรือมีเส้นเลือดผิดปกติ มีเลือดออกในตา มีพังผืดบนจอตา จอตาหลุดลอก ก็จะมีการรักษาอยู่ 3 วิธี 1.การรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ คือการใช้แสงเลเซอร์เพื่อปิดเส้นเลือดรอยรั่วที่จอประสาทตา จะทำให้ผู้ป่วยมองเห็นได้ชัดขึ้น ซึ่งอาการข้างเคียงอาจทำให้ผู้ป่วยมีการมองเห็นที่แคบลง และความสามารถในการมองเห็นในที่มืดลดลง

‘ศูนย์จักษุ’ราชวิถี

2.การรักษาด้วยการฉีดยาเข้าในตา ซึ่งเป็นการรักษาที่นับเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้คือจะทำให้จุดมองภาพชัดที่บวมยุบลงได้เร็ว การมองเห็นกลับมาฟื้นตัวเร็ว แต่ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง

3.การรักษาด้วยการผ่าตัด ใช้เมื่อมีเลือดออกในน้ำวุ้นตาเรื้อรัง มีพังผืดบนจอตา จอตาหลุดลอก

ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีใด หลังการรักษาผู้ป่วยต้องดูแลตัวเอง โดยการควบคุมเบาหวานไม่ให้มีน้ำตาลในเลือดสูง ต้องมาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการหลังการรักษาตามที่แพทย์นัด

‘ศูนย์จักษุ’ราชวิถี
นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข

ส่วนการป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาของผู้ป่วย เบาหวานที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูง ดูแลควบคุมอาหารการกิน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ในแต่ละปีศูนย์จักษุ โรงพยาบาลราชวิถี ได้ช่วยแก้ไข ปัญหาให้กับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพทางตามากกว่า 1 แสนราย

ศูนย์จักษุแพทย์ ร..ราชวิถียังมีความต้องการงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์การรักษาที่ทันสมัย ครบครัน เพื่อประโยชน์ในการรักษา จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถี

โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชีเงินบริจาคของ โรงพยาบาลราชวิถีหมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถี (ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) หรือ สอบถามโทร. 0-2354-8108-37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน http://www.rajavithi.go.th

บทความก่อนหน้านี้รอบด้านวงการพระ : เหรียญหลวงปู่น้อย วัตถุมงคลจัดสร้างเพียง 1 รุ่น
บทความถัดไป3คนงาน ขาดอากาศหายใจ ลงไปเชื่อมใต้ท้องเรือ แจ้งกู้ภัยช่วยระทึก!