เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อต้องรับมือให้เป็น

เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อต้องรับมือให้เป็น

เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อ – โรคเกาต์และโรครูมาตอยด์เป็นโรคข้อที่พบมากในคนไทย ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก การแยกความเจ็บป่วยของทั้งสองโรคไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นการรู้ถึงความต่างของอาการระหว่างทั้ง 2 โรคจะช่วยให้รับมือได้ทันและดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี

เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อ

นพ.สุรราชย์ ธำรงลักษณ์ แพทย์อายุร ศาสตร์โรคข้อและรูมาติสซั่ม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรครูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่มีการอักเสบของเยื่อบุข้อ ซึ่งเยื่อบุข้อนี้จะลุกลามและไปทำลายกระดูกและข้อในที่สุด โรคนี้มิได้เป็นแต่เฉพาะข้อเท่านั้น ยังอาจมีอาการทางระบบอื่นๆ อีก เช่น ตา ประสาท กล้ามเนื้อ เป็นต้น

โรคนี้เป็นได้กับทุกกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยวัย กลางคน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

สาเหตุการเกิดโรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การมีฟันผุ การสูบบุหรี่ ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และเคลื่อนไหวข้อลำบาก จะมีอาการมากที่สุดในช่วงตื่นนอนตอนเช้าและอาจมีอาการอยู่ 1-2 ชั่วโมงหรือทั้งวันก็ได้ ตำแหน่งของข้อที่มีอาการปวดมากที่สุดมักจะเป็นที่มือและเท้า แต่มีโอกาสปวดข้อตำแหน่งอื่นได้

เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อ

นอกจากอาการทางข้อแล้ว ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์อาจมีอาการต่อไปนี้ได้ เช่น อ่อนเพลีย ไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร ตาแห้ง คอแห้งผิดปกติ พบก้อนใต้ผิวหนัง บริเวณข้อศอกและข้อนิ้วมือ ในรายที่ได้รับการรักษาล่าช้าอาจเกิดการทำลายข้อถาวร เป็นผลทำให้ข้อพิการผิดรูปได้

โรครูมาตอยด์ในระยะเริ่มต้นอาจมีความลำบากในการวินิจฉัย เนื่องจากการดำเนินของโรคมักเป็นไปอย่างช้าๆ จำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัย ขณะเดียวกันการรักษา ได้แก่ 1.การใช้ยา 2.การพักผ่อนและการบริหารร่างกาย 3.การป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้น และ 4.การผ่าตัดใช้รักษาโรครูมาตอยด์ในกรณีที่ข้อถูกทำลายไปมากแล้ว

ส่วนโรคเกาต์ ถือเป็นหนึ่งในโรคข้ออักเสบเช่นกัน พบได้ประมาณร้อยละ 5 ในบรรดาโรคข้ออักเสบทั้งหมด

เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อ

ลักษณะของโรคเกาต์คือ การอักเสบของข้อที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน อาจมีอาการอยู่ประมาณ 5-10 วัน แล้วหายไป ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดเป็นโรคเรื้อรัง เกิดการอักเสบของข้อแบบเป็นๆ หายๆ และจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

สาเหตุของโรคเกาต์เกิดจากระดับของกรดยูริกในเลือดสูง โดยเฉลี่ยแล้วกรดยูริกจะตกผลึกเมื่อระดับของกรดยูริกในเลือดมากเกิน 6.8 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร การที่ร่างกายมีกรดยูริกสะสมมากกว่าปกติเป็นระยะเวลานาน ทำให้ไปตกตะกอนอยู่บริเวณรอบๆ ข้อ หรือภายในข้อ วินิจฉัยโรคโดยการซักถามประวัติอาการ ตรวจระดับของกรดยูริกในเลือด

การรักษาโรคเกาต์ในปัจจุบันอาศัยหลักสำคัญ 3 ประการ คือ 1.รักษาอาการข้ออักเสบเฉียบพลันให้หายเร็วที่สุด 2.ป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของข้อจากผลึกของกรดยูริก 3.รักษาภาวะกรดยูริกสูงในเลือด และป้องกันข้อและกระดูกถูกทำลาย

เกาต์-รูมาตอยด์ วายร้ายโรคข้อ

นพ.สุรราชย์กล่าวต่อว่า โรคเกาต์และโรครูมาตอยด์เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจะพบข้อแตกต่างดังนี้ คือ โรคเกาต์ เกิดจากร่างกายสะสมกรดยูริกมากเกินไป จะปวดที่ข้อเดียวไม่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายข้อ ประคบร้อนจะเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ขณะที่โรครูมาตอยด์ เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิต้านทาน ที่ไปทำลายและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อและกระดูกรอบข้อ ปวดได้ทุกจุดของร่างกาย และปวดได้หลายข้อพร้อมกัน การประคบเย็นจะยิ่งทำให้ข้อที่เป็นมีอาการปวดมากขึ้น

หากมีอาการปวดข้อแล้วไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นโรคเกาต์หรือรูมาตอยด์ ควรสังเกตตนเองและรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและทำการรักษาโดยเร็ว เพื่อคนไข้จะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพดังเดิม

บทความก่อนหน้านี้ถ้าเจอสิ่งมีชีวิตตัวนี้เกาะอยู่บนผนังบ้าน…รับรองมีช็อกแน่ๆ
บทความถัดไปบิ๊กตู่ ห่วงเด็กไทยติดมือถือ แนะพ่อแม่ช่วยวางแผนใช้ชีวิต ป้องสมาธิสั้น-ใช้อารมณ์รุนแรง