หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค

หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค

หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค

คอลัมน์ รายงานสุขภาพ

หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค – โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตประชากรมากที่สุด พบว่าทุกๆ 2 วินาที จะมีคนเสียชีวิตด้วยโรคนี้ 1 ราย

นพ.สุรพงษ์ วรสุวรรณรักษ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดเฉพาะทางหัตถการปฏิบัติและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด แพทย์หัวหน้าศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า หัวใจนับว่าเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมากที่สุด เพราะต้องทำงานตลอดเวลา โดยไม่มีการหยุดพัก เพื่อทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตให้หมุนเวียนทั่วร่างกายอย่างต่อเนื่อง แต่กลับได้รับการดูแลและใส่ใจน้อยที่สุด โดยยืนยันได้จากอัตราผู้เสียชีวิตจาก “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ที่พุ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ

หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค

สาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากการที่มีไขมันจับที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ เรียกว่า พลัก (Plaque) ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งหนา รูในหลอดเลือดจึงตีบแคบลง เลือดจึงหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงเกิดเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทำให้มีอาการแน่นหน้าอกและเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง หยุดพักแล้วดีขึ้น ในผู้ป่วยบางราย พลัก (Plaque) ที่จับที่ผนังหลอดเลือดมีการอักเสบและแตกออก (Plaque rupture) กระตุ้นให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนของเกล็ดเลือด ทำให้หลอดเลือดอุดตันทันที มีผลให้ผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง เหงื่อแตก ตัวเย็น อาจถึงขั้นทำให้หัวใจหยุดเต้นและถึงขั้นเสียชีวิตได้

หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ เพศชาย อายุมากกว่า 45 ปี และเพศหญิง อายุมากกว่า 55 ปี โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และสูบบุหรี่

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากการรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว ยังต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมด้วย ได้แก่ การรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หมั่นออกกำลังกาย ลดความเครียด งดการสูบบุหรี่ เป็นต้น

สำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันทำได้โดยวิธีการฉีดสีสวนหัวใจ (Coronary angiography) เพื่อดูหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันที่จุดใด ก่อนที่จะตัดสินใจให้การรักษาต่อไป ได้แก่ การทำบอลลูน หรือใส่ขดลวดเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งสามารถดำเนินการต่อเนื่องหลังการฉีดสีสวนหัวใจเลยก็ได้

นพ.สุรพงษ์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ศูนย์หัวใจและหลอดเลือดโรงพยาบาลหัวเฉียว มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด พร้อมด้วยเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีห้องปฏิบัติการเครื่องฉีดสีสวนหลอดเลือดหัวใจ(Cath lab) ที่สามารถตรวจภาวะหลอดเลือดตีบตัน ขยายหลอดเลือดหัวใจตีบตันด้วยบอลลูน และใส่ขดลวดทั้งชนิดปกติและชนิดเคลือบยาพิเศษ เป็นต้น ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว พร้อมดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินทุกสิทธิ ตลอด 24 ชั่วโมง

หัวใจและหลอดเลือดเลี่ยงภาวะความเสี่ยงต่อโรค

และเนื่องในวันหัวใจโลก ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว จัดกิจกรรมเสวนาพิเศษโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นวิทยากร ในวันเสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคาร 22 ชั้น โรงพยาบาลหัวเฉียว พร้อมรับสิทธิตรวจสุขภาพและของที่ระลึกฟรี รับจำนวนเพียง 200 ท่าน เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0-2223-1351 ต่อ 3126

บทความก่อนหน้านี้งานฝีมือคนพิเศษเพิ่มรายได้-พลังใจ
บทความถัดไปThe New‘Volvo XC40’เขย่าตลาดเอสยูวีหรูขนาดเล็ก