สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย 

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย – เด็กขี้กลัว อ่อนแอ ขาดความมั่นใจ ดื้อ ต่อต้าน โดนรังแก เป็นสภาพของเด็กที่พบบ่อยขึ้นในสังคมยุคปัจจุบัน ถ้าปล่อยไว้ไม่แก้ไข อาจนำไปสู่พัฒนาการของคนรุ่นใหม่ที่ใจร้อน หงุดหงิดง่าย เป็นอันธพาลและอาชญากรได้ในที่สุด เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเพิ่มความสามารถในการปรับตัวในสภาวะยากลำบากเช่นนี้

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช จึงได้ตั้งศูนย์ ‘Samitivej Parenting Center’ ขึ้น เพื่อให้สถาบันครอบครัวได้ร่วมกับกุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็ก ในการดูแลแก้ปัญหาช่วยให้ลูกหลานมีความยืดหยุ่น สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เมื่ออยู่ในภาวะวิกฤต

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรมว.ศึกษาธิการ กล่าวไว้ว่า คนจะทำงานหรือทำอาชีพอะไรก็ตาม จะต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวนั้นๆ เสียก่อน แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่กลับไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย นี่คือที่มาของ ‘Samitivej Parenting Center’ ซึ่งมีคุณหมอเป็นผู้อำนวยการ และศูนย์แห่งนี้ได้รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวไว้อย่างครบวงจร อธิบายง่ายๆ คือ เป็นศูนย์ที่เน้นให้คำปรึกษาแก่พ่อแม่และผู้ปกครองโดยตรง ในด้าน EF, IQ, EQ, Resilience และ Growth Mindset

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย

EF (Executive Functions) ก็คือกระบวนการทางความคิดในสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ เช่น การยับยั้งชั่งใจ คิดไตร่ตรอง การควบคุมอารมณ์ การตั้งเป้าหมาย วางแผน และการจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนบรรลุความสำเร็จ ซึ่งเป็นทักษะที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ และมีความสำคัญยิ่งต่อทั้งความสำเร็จในการเรียน การทำงาน รวมทั้งการมีชีวิตครอบครัว ขณะที่ IQ (Intelligence Quotient) หมายถึงความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ และการเชื่อมโยง อีกทั้ง EQ (Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข ก็ต้องมีด้วย

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย

“ศูนย์แห่งนี้จะช่วยให้พ่อแม่มองเห็นปัญหาของลูกตั้งแต่ต้น และรีบจัดการโดยได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะแก้ไขไม่ได้หรือสายเกินไป รวมทั้งช่วยกันสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกหลานพร้อมที่จะเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ”

ด้าน พญ.สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและบีเอ็นเอช ผอ.โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชเสริมว่า ยุคนี้พูดกันมากเรื่องของ Disruption ดิจิตอล โซเชี่ยลมีเดีย เด็กที่เกิดมาจึงเป็นเด็กไม่มีคำว่ารอ ต้องเดี๋ยวนี้! ทันที! เด็กถูกปลูกฝังแบบนี้มาตลอดในชีวิตประจำวัน ดังนั้นความอดทนของเด็กยุคนี้จึงน้อยลง แต่เมื่อโลกไม่ได้เป็นสีชมพู ออกไปข้างนอกจะยืนหยัดแข็งแกร่งได้หรือไม่ ทำอย่างไรให้ลูกอยู่รอด

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย

ดังนั้นการแก้ปัญหานี้แต่ต้นมือจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยต้องเร่งพัฒนา Resilience Quotient (RQ) หรือความฉลาดทางอารมณ์ ที่จะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวในสภาวะที่ยากลำบาก ศูนย์นี้มีวิสัยทัศน์ที่จะดูแลเด็กทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ทั้งยังมีกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาต่างๆ กว่า 150 คน สามารถดูแลเด็กในขั้นเจาะลึก ที่ไม่ใช่แค่การรักษาอาการต่างๆ แต่เป็นการรวมพลังของแพทย์และพ่อแม่ผู้ปกครองในการเรียนรู้วิธีรับมือกับลูกอย่างมีแบบแผน ถูกต้อง และตรงจุด

“ฉะนั้น เด็กที่มีความเก่งอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบในยุคนี้แล้ว แต่ต้องเติบโตมาด้วยคุณภาพทางอารมณ์ ศูนย์นี้จึงรับอาสาให้บริการดูแลสุขภาพจิตเด็กโดยผ่านรากฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม คือ สถาบันครอบครัวนั่นเอง”

สมิติเวชพาเรนติงเซ็นเตอร์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทย

ระยะแรกศูนย์นี้จะเปิดโปรแกรมสำหรับพ่อแม่และ ผู้ปกครองเพื่อการรักษาเด็กสมาธิสั้น (ADHD) และเด็กดื้อ (ODD) อายุระหว่าง 2-12 ปี โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีโครงสร้างลักษณะเฉพาะและมีแบบแผนชัดเจน อิงตามแนวทางของ Russell A Barkley ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมาธิสั้นระดับโลก โดยพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโรคสมาธิสั้น และพฤติกรรมดื้อ ต่อต้านของเด็กอย่างครบวงจร ทั้งยังมีการฝึกสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูก ฝึกการออกคำสั่งอย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกทักษะการปรับพฤติกรรม การเลือกโรงเรียน เป็นต้น ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 0-2378-9125

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊นท์ สิรีธร’ขอกำลังใจ ชิงมิสอินเตอร์ฯ 2019
บทความถัดไปนากาซารี-กูอิห์ปิซาง