วาติกัน (ตอนแรก)

วาติกัน (ตอนแรก)

วาติกัน (ตอนแรก) 

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

วาติกัน (ตอนแรก) – นครรัฐวาติกัน มีความเป็นมา ก่อตั้งขึ้นอย่างไร

เรยา

ตอบ เรยา

มีเรื่อง “กำเนิด ‘วาติกัน’ รัฐอิสระ-นครศักดิ์สิทธิ์ ไม่เหมือนที่ใดในโลก สู่พระสันตะปาปาองค์แรก” โดย บุญยก ตามไท เผยแพร่ในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม www.silpa-mag.com/ ว่า ดันเต้ จินตกวีและจิตรกรชาวอิตาเลียน ซึ่งเกิดเมื่อ ค.ศ.1265 และตายเมื่อ ค.ศ.1321 ได้พรรณนาว่ากรุงโรมคือสถานที่ประทับของผู้แทนพระเยซูคริสต์ไว้ว่า “…เบื้องสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตของผู้สืบสันตติแห่งมหานักบุญปีเตอร์”

ประโยคข้างต้นสามารถนํามาใช้เปรียบเทียบพรรณนา “รัฐวาติกัน” ได้อย่างเหมาะสม รัฐวาติกันคือจุดรวมความสนใจของนานาชาติทั่วโลก และจะเห็นได้ชัดว่ามวลมหาชนต่างหลามไหลเดินทางไปชมบุญบารมีพระสันตะปาปาอย่างมิรู้จักจบสิ้นอยู่ทุกวันวารเพื่อฟังโอวาทจากพระองค์ และเพื่อเปล่งเสียงถวายพระพรแด่พระองค์ ผู้อภิบาลชาวคริสต์ทั้งปวงทั่วทุกมุมโลก ซึ่งประทับอยู่ที่นี่

วาติกัน (ตอนแรก)

ในวันพิธีฉลองการเสด็จคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ต่อจากวันเพ็ญภายหลังวันที่ 21 มีนาคม ทุกปี ที่เรียกกันว่า วันอิสเตอร์ ซันเดย์ หรือวันอิสเตอร์นั้น ณ บริเวณลานจัตุรัสเบื้องหน้ามหาวิหารเซนต์ ปีเตอร์ ประชาชนนับแสนคนต่างพร้อมใจกันเดินทางมาชุมนุมถวายพระพรแด่พระสันตะปาปาเสียงดังกระหึ่มปานจะให้ได้ยินถึงสรวงสวรรค์ “Viva il Papa!” ด้วยหัวใจและความจงรักภักดีของชนชาวคริสต์ทุกชาติทุกภาษาต่างประสงค์ให้พระสันตะปาปามีพระชนมายุยืนนาน

วาติกัน (ตอนแรก)

ย้อนอดีตกาลกลับไปสู่สมัยอัครสาวกพระเยซูคริสต์ชื่อ ปีเตอร์ (หรือ เปโดร) ซึ่งถูกจักรพรรดินีโรแห่งกรุงโรมจับขังคุกทรมานเป็นเวลา 9 เดือน และถูกตรึงกางเขนเมื่อปีคริสตศักราช 67 เนินเขาวาติกันอันแห้งแล้งและปราศจากความงดงามคือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตจักร เนื่องจากเป็นที่ประทับของนักบุญปีเตอร์ พระสันตะปาปาองค์แรก

ศพของนักบุญปีเตอร์ถูกฝังอยู่ใกล้กับสถานที่ที่ท่านถูกทรมานจนสิ้นชีวิต และต่อมามีการก่อสร้างวิหารขนาดใหญ่โตและสวยงามบนพื้นที่บริเวณดังกล่าว นั่นคือ มหาวิหารเซนต์ ปีเตอร์ ซึ่งจนกระทั่งทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมากรุงโรมจะต้องแวะเยี่ยมชม เพื่อสักการบูชาและดื่มด่ำในประวัติการณ์อันยาวนานย้อนหลังไปถึงสมัยคริสตกาล อีกทั้งชื่นชมในศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงามอลังการ

วาติกัน (ตอนแรก)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์-มุมสูงงดงาม

ตำแหน่งพระสันตะปาปามีผู้สืบทอดมาตลอดทุกสมัยในฐานะที่เป็นประมุขแห่งคริสตจักรที่ต้องปกครองดูแลชาวคริสต์ทั่วโลก จวบจนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1929 วาติกันก็กลายเป็นรัฐอิสระแยกออกมาปกครองตนเอง ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาแลเทอเรน ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาไพอัสที่ 11 ได้ลงนามไว้กับรัฐบาลอิตาลี

สนธิสัญญาแลเทอเรนกระทำเพื่อยุติข้อขัดแย้งซึ่งเกิดขึ้นระหว่างพระสันตะปาปากับรัฐบาลอิตาลี หรือประมุขแห่งศาสนจักร กับประมุขแห่งอาณาจักร ที่มีมาตั้งแต่ค.ศ.1870 โดยระบุให้ตั้งรัฐปกครองศาสนจักรบนแผ่นดินอิตาลีอย่างเป็นอิสระภายใต้อำนาจของพระสันตะปาปา ในขณะที่พระสันตะปาปายอมรับว่าวาติกันเป็นส่วนหนึ่งของอิตาลี รัฐบาลอิตาลีก็เช่นกัน ยอมรับว่าวาติกันเป็นรัฐอิสระที่ปกครองตนเอง

รัฐวาติกันคือประเทศเอกราชต่างหากจากอิตาลี ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีชื่อเดียวกันบนฝั่งขวาของแม่น้ำไทเบอร์ ใจกลางกรุงโรม มีอาณาเขตเพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าสาธารณรัฐซาน มารีโน ถึง 140 เท่า และมีประชากรเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐที่เล็กที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เป็นรัฐที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นสถานที่เคารพนับถือและเป็นศูนย์กลางการปกครองดูแลชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มีอยู่จำนวนหลายล้านคนทั่วโลก

ฉบับพรุ่งนี้ (26 พ.ย.) นำสู่นครรัฐวาติกัน

nachart@yahoo.com

บทความก่อนหน้านี้นิชิโนะสวดยับเจ้าภาพต้อนรับยอดแย่ พีฬาวัชเสียบแทนเอกนิษฐ์-7สียิงสดซีเกมส์เริ่ม 26 พ.ย.
บทความถัดไปเปรี้ยงเดียวรู้เรื่อง! ไวลเดอร์ หมัดหนักน็อกออร์ติซ ป้องแชมป์โลก-สถิติไร้พ่ายสำเร็จ