Khaosod
Online

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิ.ย. 2563

เป็นแม่ไม่ง่าย "Preemie"

23 พ.ค. 2563 - 06:58 น.

Preemie

คอลัมน์ เป็นแม่ไม่ง่าย

โดย...ขึ้นหนึ่งค่ำ

เป็นแม่ไม่ง่าย - จริงๆ แล้วเราวางแผนกันว่าจะไม่มีลูก แต่หลังจากแต่งงานไปได้ 9 ปีเริ่มมีคิดว่าถ้าเราแก่ตัวไปแล้วจะเหงาหรือเปล่าเลยคิดว่าลองดูก่อนพ้นโค้งสุดท้าย ถ้ามีก็ดีไม่มีก็ได้

เราแต่งงานตอนอายุเยอะแล้วเป็นผู้ใหญ่กันแล้วทั้งคู่ ต่างคนต่างก็มีความรับผิดชอบทั้งต่องานในหน้าที่และครอบครัว การแต่งงานการมีลูกเป็นการตัดสินใจของเราเอง จึงไม่มีความกดดันใดๆจากครอบครัวเลย

ตอนท้องคนแรกได้ 4 เดือนครึ่งมีอาการมดลูกหดตัวก่อนกำหนด คุณหมอให้นอนโรงพยาบาลเพื่อให้ยาระงับการหดตัวของมดลูกเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด แต่อยู่ได้แค่อีกแค่ประมาณ 1 เดือนสรุปคือคลอดที่ 23 สัปดาห์เศษ ๆ ก็คลอดเค้าค่ะ

หลังคลอดอยู่โรงพยาบาลอีก 3 หรือ 5 วันจำไม่ค่อยได้ค่ะตอนนั้นจำได้แต่เรื่องลูก รู้แต่ว่าหลังจากคลอดแล้วได้กลับบ้าน 2 วันก็เป็นไข้หนาวสั่นต้องกลับเข้าโรงพยาบาลไปเข้าห้องผ่าตัดเพื่อผ่าตัดรักษาแผลฝีเย็บที่ติดเชื้ออีกรอบ

หลังจากนั้นก็ออกจากโรงพยาบาลนี้ไปเทียวดูลูกในตู้อบอีกทุกวัน จนได้ย้ายออกจากไอซียูมาอยู่วอร์ดธรรมดาก็ไปนอนเฝ้าลูกต่อ หลังจากอยู่อยู่โรงพยาบาลกันจนได้ 9 เดือนกว่า เราก็ได้อุ้มลูกกลับบ้านเสียที ดีใจมากได้กลับบ้านเราเสียที

ตอนทารกเนื่องจากเค้าคลอดก่อนกำหนดมาก เลยมีภาวะแทรกซ้อนเยอะ เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทไปกับการกิน การเพิ่มน้ำหนักกระตุ้นพัฒนาการ ไปพบหมอตามนัดต่าง ๆ การรักษาความสะอาดของคนในบ้าน และคนที่มาช่วยเลี้ยงลูก เพื่อป้องกันไม่ให้เค้าติดเชื้อซึ่งจะทำให้ต้องกลับไปนอนโรงพยาบาลและมีพัฒนาการที่ถดถอย(ลงไปกว่าเดิม ของเดิมก็ช้าอยู่แล้ว)

ช่วงเริ่มพูดเริ่มเดินก็จะช้าไปหมดตามสไตล์ของเด็กคลอดก่อนกำหนดเยอะแบบนี้ โดยเฉพาะเค้าต้องนอนโรงพยาบาลนาน ต้องรักษาตัว ทำอะไรหลายอย่างพัฒนาการจึงเรียกว่าแทบไม่มีตอนที่กลับบ้าน

เราก็ค่อย ๆ กระตุ้นพัฒนาการไปทีละขั้น ทีละขั้น ไม่มองไกล ไม่รีบ เวลามีเยอะ ช้าแค่ไหนก็ได้ เรารอได้ เราไม่รีบ ยังจำได้ว่าครอบครัวเรามีความสุขมาก ๆ ทุกครั้งที่ลูกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าไป 1 ขั้น เราฉลองกันในครอบครัวทุกครั้งยังจำได้ถึงความสุขในตอนนั้นเลยค่ะ

เค้าเริ่มเกาะเดินตอนอายุ 1.5 ปี และเริ่มพูดคำแรกตอน 3 ขวบ โดยทั่วไปคุณหมอพัฒนาการเด็กบอกเราว่าลูกมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติทุกด้านประมาณ 1-1.5 ปี เพราะนอกจากเค้าจะพัฒนาการช้าจากการคลอดก่อนกำหนดแล้วเค้ายังมีปัญหาเรื่องการมองเห็นมาก ๆ อีกอย่างหนึ่ง

ที่ผ่านมาสามีเป็นคนสำคัญที่สุดในการช่วยดูแลลูก เค้าอาจจะช่วยน้อยในเรื่องของแรงกายในการดูแลลูกที่บ้านแต่เป็นคู่คิดเป็นกำลังใจ เป็นกำลังสนับสนุนทุกอย่างที่เค้าสามารถทำได้จริง ๆ ถ้าไม่มีเค้าเราก็คงดูแลลูกไม่ได้ดีอย่างนี้ค่ะ โชคดีที่เรามีกันค่ะ

พอถึงวัยเรียน ด้วยปัจจัยเรื่องสุขภาพของลูก เราจึงเลือกที่จะสอนลูกเองที่บ้านในระบบโฮมสคูล

เพราะเราสามารถเลือกไม่เข้าไปในที่ที่มีความเสี่ยงได้ เราสามารถป้องกันตัวเองได้เต็มที่ จะใส่หน้ากาก ล้างมือ แบบไหนก็ได้ และแม่ก็มีโอกาสได้คอยดูแลในเรื่องความสะอาดและป้องกันไม่ให้คนที่ติดเชื้อมาเข้าใกล้เข้าได้ด้วย

ผลที่ได้รับคือเมื่อหยุดพาเข้าไปที่ชุมชน เราสามารถลดการติดเชื้อลงได้เหลือปีละประมาณ ไม่เกิน 3 ครั้ง และทั้งหมดสามารถหายได้โดยไม่ต้องไปนอนที่โรงพยาบาล

สุขภาพโดยรวมตอนนี้ดีขึ้นมากค่ะ เด็กยิ่งโตเค้าก็จะยิ่งแข็งแรง ภูมิคุ้มกันเค้าก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นแม่ไม่ง่าย

ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสลองพาเค้าเข้าไปเรียนร่วมที่โรงเรียนเอกชนใกล้บ้านซึ่งมีจำนวนนักเรียนต่อห้องน้อย ก็สามารถเรียนได้โดยไม่เจ็บป่วยนะคะและสามารถเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ดี (ภายใต้เงื่อนไขที่ถ้ามีคนไม่สบายมาโรงเรียนเราจะหยุดทันทีนะคะไม่ไปเรียนจนกว่าเพื่อนจะพ้นระยะแพร่เชื้อเลยค่ะ) พอหายไข้ส่วนใหญ่เด็ก ๆ ก็จะมาโรงเรียนกันแม้จะยังไม่พ้นระยะติดต่อก็ตาม ทำให้เด็กที่ไปโรงเรียนมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย คนอื่นไม่หยุดเราก็ต้องหยุดเอง เพื่อป้องกันลูกของเราจากการติดเชื้อ

ช่วงที่เรียนอยู่ได้รับการติดต่อจากแพทย์ให้กลับไปติดตามเพื่อตรวจวัดระดับสติปัญญาก็พบว่าอยู่ในระดับ high average

เราดีใจที่ได้ทำบ้านเรียนมาตลอดเพราะได้ให้โอกาสลูกได้เติบโต ได้มีพัฒนาการและภูมิคุ้มกันที่ดีค่ะ

คุณแม่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
ภาพประกอบจากบุคคลต้นเรื่องและจากเว็บ Pixabay

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เป็นแม่ไม่ง่าย "Preemie"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง