Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 14 ก.ค. 2563

คอลัมน์ เป็นแม่ไม่ง่าย : ตอน ค่านิยมของแพงในโรงเรียน - โดย ขึ้นหนึ่งค่ำ

28 มิ.ย. 2563 - 06:58 น.

คอลัมน์ เป็นแม่ไม่ง่าย : ตอน ค่านิยมของแพงในโรงเรียน - โดย ขึ้นหนึ่งค่ำ

เป็นแม่ไม่ง่าย - “ลูกบอกว่าถ้าไม่มีเหมือนเพื่อนกลัวเพื่อนจะไม่เห็นเป็นทีมเดียวกัน”

ตอนที่เราท้อง เราคุยกับแฟนตลอดว่า บ้านเราฐานะไม่ค่อยดี แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ ในเมื่อเราไม่ได้มีทุนทรัพย์อะไรที่จะทำให้ลูกมั่นคง เราก็ควรเลี้ยงลูกให้รู้จักประมาณตน เรียนโรงเรียนใกล้ๆบ้าน เดินทางสะดวก ใช้เฉพาะของที่จำเป็น ฝากท้องก็รพ.รัฐ คลอดเองไม่ต้องผ่าจะได้ประหยัดเงิน

พอถึงเวลาฝากท้องจริง ปรากฏว่าแผนที่เราเตรียมๆไว้มันเปลี่ยนแต่แรกแล้ว เพราะเราครรภ์เป็นพิษ ต้องเข้าออกรพ.แทบว่าเล่น เพื่อประคองลูกให้อยู่ในท้องนานๆ สักวีคที่ 35 อาการกำเริบ ความดันสูงมาก หมอบอกว่าอันตรายก็ผ่าออก หลังจากนั้นนอนตู้อบอยู่สองสามวัน ตัวเหลืองทีนึง หลังจากนั้นก็เลี้ยงมาปกติ แต่มีปัญหาเรื่องข้อหลุดง่าย ก็ต้องระมัดระวัง

ลูกเราเป็นคนตัวเล็กเมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นๆ และเนื่องจากปัญหาข้อหลุดง่าย ทำให้ต้องเลือกโรงเรียนที่เราคิดว่าจะไม่แออัด ครูสามารถดูแลเด็กได้ทั่วถึง จากทีแรกที่คิดว่าโรงเรียนอะไรก็ได้ เลยเปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนเอกชน ที่มีนักเรียนต่อห้องน้อยหน่อย

ค่าเทอมแพงกว่าโรงเรียนรัฐแน่นอน แต่เรากับสามีก็โอเคเพราะเห็นว่าครูดูแลใส่ใจดีมาก พอสมัครเรียนเข้าไปแล้ว เราก็หากระเป๋านักเรียน เป็นกระเป๋าที่มีอยู่แล้วในบ้าน ของใช้ต่างๆก็เอาที่เขาใช้อยู่แล้ว แก้วน้ำ แปรงสีฟัน ที่นอนปิกนิกใช้มือสองของญาติห่างๆที่ให้มา ผ้าห่มก็เอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ปักชื่อไปใช้ กระเป๋าดินสอก็เป็นกระเป๋าผ้าแบบซิป รองเท้านักเรียนยี่ห้อปกติทั่วไป

ลูกเรามีมนุษย์สัมพันธ์ดีโดยปกติ ก็เข้ากับเพื่อนได้ง่ายไม่มีปัญหาอะไร ชอบไปโรงเรียน ชอบทำกิจกรรมสนุกสนานกับเพื่อนวัยเดียวกัน ผ่านไปสักระยะ ลูกเริ่มบ่นอยากได้กระเป๋านักเรียนแบบเพื่อนส่วนใหญ่ เป็นกระเป๋าที่มีล้อลาก เราลองสังเกตดู ก็เห็นว่าเด็กๆที่โรงเรียนเขาฮิตกระเป๋าการ์ตูน ผู้หญิงก็โพนี่ บาร์บี้ ผู้ชายก็เบนเทน แองกรี้เบิร์ด ทรานส์ฟอร์เมอร์ ซึ่งของใช้ที่เป็นของมียี่ห้อแบบนี้ราคาแพงมาก และเราเห็นว่าเกินความจำเป็น อีกอย่างของใช้หรือหนังสือส่วนใหญ่เก็บที่ลิ้นชักโต๊ะลูก ไม่ได้แบกอะไรไปหนักมากมีแต่ของใช้เล็กๆน้อยๆ เราเลยเห็นว่าไม่ต้องใช้แบบล้อลากก็ได้


เราเข้าใจ ลูกเข้าใจ แต่ความที่เขาเป็นเด็กเล็ก ต่อให้เข้าใจแต่ก็ยังรู้สึกอยู่ดี หลังจากนั้นมาก็มีเรื่องของอื่นๆอีก เช่นรองเท้าผ้าใบแบบที่มีลายการ์ตูนติดตรงตีนตุ๊กแก กล่องดินสอ ดินสอ กระเป๋างานฝีมือที่เด็กคนอื่นๆในโรงเรียนที่เขามีฐานะดีกว่าเรา เขาใช้กัน ลูกเราไม่มีเหมือนคนอื่นก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่เข้าพวก กลัวว่าถ้าไม่มีเหมือนเพื่อน เพื่อนจะไม่ให้เข้ากลุ่มเข้าทีม


ครอบครัวเรายังคงมั่นคงในแนวคิดที่ไม่อยากให้ลูกให้คุณค่ากับสิ่งของ หรือเรื่องภายนอกมากกว่าตัวบุคคล ไม่อยากให้ลูกฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัว อยากให้รู้จักคิด ใช้ของให้คุ้มค่ามากที่สุด ลูกเราก็เข้าใจ แม้บางทีจะน้อยใจบ้างจนเราใจหาย แต่เขาก็เข้าใจ

เราก็แอบคิดหลายครั้งนะ ว่าการที่เราคิดแบบนี้มันเป็นการโยนภาระความรับผิดชอบเรื่องการเงินในบ้านให้ลูกไหม ในอายุแบบนี้ เขาควรจะได้มีความสุขกับสิ่งที่เขาต้องการมากแค่ไหน อย่างวันเกิดลูก ที่พ่อแม่ครอบครัวอื่นบางทีเขาซื้อขนมดีๆราคาแพงมาเลี้ยงวันเกิดลูกที่โรงเรียน พอถึงวันเกิดลูก ลูกเราก็อยากให้มีแบบนั้นบ้าง ปีแรกเราไม่ได้ทำ เราซื้อขนมทำอาหารที่เขาชอบกินกันในบ้าน มีจุดเทียนปักเค้กตลาดนัดอันเล็กๆอย่างที่เราเคยทำตั้งแต่ก่อนลูกเข้าเรียน ลูกก็มีความสุขดี

แต่พอปีต่อมาเราเห็นสีหน้าของลูก จากภาพที่ครูถ่ายมาให้ดูในวันเกิดเพื่อน ว่าลูกตื่นเต้นขนาดไหน เวลาวันเกิดใครลูกก็มาเล่าตลอด พอนึกว่าถ้าลูกมีแบบนั้นบ้างลูกจะมีความสุขขนาดไหน แล้วเราจะปิดกั้นเขาจากความสุขนั้นหรือเปล่า มันก็ใจโหวงๆ น้ำตาซึมเหมือนกัน


สุดท้ายเรื่องนี้เรายอมนะ ถือเป็นโอกาสพิเศษปีละครั้ง ยอมซื้อเค้กดีๆไปให้ครูจัดวันเกิดที่โรงเรียน ก็บอกลูกตรงๆว่ามันแพงนะเค้กนี้ แต่อยากให้ลูกมีความสุข อยากให้แบ่งปันความสุขให้เพื่อนๆเหมือนเวลาวันเกิดเพื่อนที่เคยแบ่งให้ลูก เราอยากซื้อความทรงจำที่มีค่านี้ให้ลูก เพราะไม่รู้ว่าต่อไปตอนเขาโตกว่านี้ตาเขาจะเป็นประกายกับงานวันเกิดได้ขนาดนี้อีกไหม แล้วก็คิดว่าไม่เสียเปล่า ลูกมีความสุขมากจริงๆ แต่ปีต่อไปลูกโตขึ้นอาจจะไม่ทำแล้ว

บางทีเวลาประชุมผู้ปกครองหรือรับผลการเรียน แม่คนอื่นเขาแต่งตัวสวยๆ เราก็แต่งตามที่เรามี แบบสุภาพไป เพื่อนลูกก็มาทักว่าทำไมเราไม่แต่งตัวให้สวยๆ ลูกเขาก็เถียงแทนว่า แม่เราใส่ชุดไหนก็สวย เพราะแม่สวยอยู่แล้ว เราก็แอบยิ้ม และก็ยังสอนลูกเพิ่มว่าดีแล้วที่ไม่ตัดสินคนอื่นจากภายนอก ไม่ใช่แค่แม่ กับคนอื่นๆลูกก็ต้องเคารพเขาในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกันหมด ไม่ใช่ทำดีกับเขาแค่เพราะเขาใส่ชุดแพง แต่งตัวดี หรือใช้ของหรูๆ#

ที่มาเรื่อง คุณแม่ท่านหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
ที่มาภาพ Pixabay

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ คอลัมน์ เป็นแม่ไม่ง่าย : ตอน ค่านิยมของแพงในโรงเรียน - โดย ขึ้นหนึ่งค่ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง