Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 8 ก.ค. 2563

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบ ซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’ หลอกขายหน้ากากมือ2

12 มี.ค. 2563 - 00:05 น.

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบ

ซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’

หลอกขายหน้ากากมือ2

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’ - เมื่อสังคมวัตถุนิยมเดินมาถึงจุดที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา จะคุณธรรมหรือจริยธรรมก็เก็บเอาไว้ก่อน ในสถานการณ์วิกฤตการณ์ไวรัส โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก การกักตุน การขึ้นราคาขายหน้ากากอนามัย จึงเป็นเรื่องที่ชาวบ้านต้องอดทนก้มหน้ารับไป

เมื่อดีมานด์มากกว่าซัพพลาย พ่อค้าหลายรายสบช่องทางโกยกำไรเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติในวิถีพ่อค้า แต่หากถึงขนาดมองข้ามความปลอดภัยในชีวิตคน เอาหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วมาเวียนเทียนขายซ้ำ มันจึงเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึง

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’หลอกขายหน้ากากมือ2

นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นอภ.วิหารแดง บุกจับ

 

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’หลอกขายหน้ากากมือ2

ร้านของเก่าที่เกิดเหตุ

 

บ่ายวันที่ 2 มี.ค. นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอวิหารแดง จ.สระบุรี พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตีรโสภณ ผกก.สภ.วิหารแดง พ.ต.ท.ชูเกียรติ สุขประเสริฐ สว.สส. นายประชา ธนบัตรวิโรจน์ นักวิชาการสาธารณสุข อ.วิหารแดง พ.ต.ท.สำราญ โสรีกุน สว.(สอบสวน) พนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง พร้อมกำลังฝ่ายความมั่นคง และ นายพรชัย แย้มพลอย กำนัน ต.หนองสรวง เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 5/2 หมู่ 6 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง ซึ่งเปิดเป็นสถานที่ร้านรับซื้อของเก่า

พบกลุ่มชายวัยรุ่นรวมจำนวน 6 คน กำลังแบ่งหน้าที่กันทำงาน ส่วนหนึ่งคัดแยกชิ้นส่วนหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นของใช้แล้ว บางคนทำหน้าที่ใช้เตารีดรีดหน้ากากอนามัยที่เป็นของเก่า โดยใช้ไม้ไผ่ตั้งยึดกับแท่นไม้ทแยงเป็น 4 มุม เพื่อดึงสายคาดหน้ากากอนามัยให้ตึงเพื่อใช้เตารีดรีดหน้ากากอนามัยให้เรียบ ก่อนพับให้เหมือนของใหม่นำบรรจุใส่กล่อง เพื่อนำส่งออกจำหน่าย

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’หลอกขายหน้ากากมือ2

ซักรีดให้เหมือนใหม่

 

ตรวจสอบในบริเวณเพิงพักติดกับตัวบ้านพบเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ 1 เครื่อง เตารีด 2 อัน ถุงบิ๊กแบ๊กอีกหลายใบ และกล่องกระดาษขนาดใหญ่อีกหลายใบภายในบรรจุชิ้นส่วนหน้ากากอนามัยที่ผ่านการคัดแยกแล้ว และยังไม่ได้คัดแยกอีกเป็นจำนวนมากวางทับซ้อนกันอยู่ ส่วนที่พงหญ้าห่างจากตัวบ้านเล็กน้อยยังพบหน้ากากอนามัยที่ชำรุดที่ผ่านการคัดแยกแล้วถูกนำใส่ถุงขนาดใหญ่นำมากองทิ้งจำนวนมาก

สอบสวนทราบว่าบ้านดังกล่าวเป็นของ น.ส.จินตนา นามวิชัย อายุ 47 ปี โดยมีนายคุณานนท์ ลูกชายทำหน้าที่ดูแล คุมคนงานอยู่ ให้การว่า หน้ากากอนามัยที่พบซื้อมาจากโรงงานอุตสาห กรรม แต่ไม่ทราบว่าที่ใด เพราะส่วนใหญ่นางจินตนาจะเป็นผู้ดูแล สำหรับหน้ากากอนามัยที่ผ่านการรีดและพับเรียบร้อยกำลังนำบรรจุกล่องเพื่อจัดส่งไปจำหน่ายทาง เฟซบุ๊ก โดยว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นมาทำงาน คัดแยกให้ค่าจ้างอันละ 1 บาท แต่ละคนทำได้วันหนึ่ง 300-400 อัน

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’หลอกขายหน้ากากมือ2

ซักในเครื่อง

 

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’หลอกขายหน้ากากมือ2

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี แถลง

 

นายสมศักดิ์ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยสอบถามนางจินตนา เจ้าของบ้านดังกล่าวถึงแหล่งที่มาของหน้ากากอนามัย และนำหน้ากากอนามัยจำนวนมากเหล่านี้มาทำอะไร นางจินตนาซึ่งไม่ทราบว่าลูกชายสารภาพกับเจ้าหน้าที่ไปหมดแล้ว จึงยังอ้างว่านำมาจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง อ้างว่านำมาคัดแยก นำเหล็กที่ประกอบอยู่ในหน้ากากอนามัยเพื่อนำไปหลอมละลายนำแร่เหล็กไปขาย ซึ่งขัดแย้งกับพฤติกรรมรีไซเคิลหน้ากากอนามัย รวมถึงคำให้การของลูกชายชนิดคนละเรื่อง

เจ้าหน้าที่ทำบันทึกตรวจยึดไว้ทั้งหมด และมอบให้สำนักงานสาธารณสุข อ.วิหารแดง เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง ในฐานะผู้เสียหาย

พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตรีโสภณ ผกก.สภ.วิหารแดง นำทีมสอบสวนจนได้ข้อมูลทะลุปรุโปร่งว่า น.ส.จินตนา นามวิชัย ร่วมกันกับ น.ส.พิมพ์วลัญช์ จำรัสศรี ทำกิจการรับซื้อของเก่าต่างๆ และได้ซื้อหน้ากากอนามัยจากร้านขายของเก่าของนายเบิ้ม แถว อบต.หนองหมู อ.วิหารแดง

ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’หลอกขายหน้ากากมือ2

หน้ากากเก่ารอย้อมแมว

 

ก่อนนำมาคัดแยกหน้ากากที่ยังมีสภาพดีหรือที่ยังไม่ชำรุด จะนำมาผ่านกระบวนการเพื่อนำไปจำหน่ายใหม่ โดยได้ว่าจ้าง น.ส.วีราภรณ์ ธงสันเทียะ น้องสะใภ้ของน.ส.จินตนา และกลุ่มเพื่อนของบุตรชาย โดยวิธีการนำหน้ากากอนามัยมาทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้าซักทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกทั่วไป จากนั้นจะนำมาปั่นแล้วตากให้แห้ง นำมารีดให้เรียบ แล้วนำบรรจุกล่องเพื่อรอจำหน่าย

น.ส.พิมพ์วลัญช์จะเป็นผู้ติดต่อจำหน่ายให้กับผู้สนใจซื้อ ในราคาชิ้นละ 3 บาท โดยวิธีการประกาศขายผ่านเฟชบุ๊กของน.ส.พิมพ์วลัญช์ ที่ชื่อว่า “ใจว่าง วางใจเพื่อใส่บุญ” คนทั่วไปสามารถเห็นโพสต์ หรือประกาศขายได้

เมื่อตำรวจไปสอบสวนที่ร้านขายของเก่าของนายเบิ้ม ทราบว่าไปประมูลหน้ากากอนามัยเก่าจากโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนคร ศรีอยุธยา ในราคากิโลกรัมละ 4 บาท ประมูลมาทั้งหมด 800 กิโลกรัม ต่อมานางจินตนามาเห็นจึงขอซื้อต่อ โดยไม่ทราบว่านางจินตนาจะเอาไปทำอะไร ตำรวจจึงกันเป็นพยาน

คดีนี้ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา น.ส. จินตนา, น.ส.พิมพ์วลัญช์ และ น.ส. วีราภรณ์ ทั้ง 3 คนว่า “ร่วมกันขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิดสภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ร่วมกันประกอบอาชีพค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ที่น่าตกตะลึงคือทั้งสามสารภาพว่าได้ขายหน้ากากอนามัยไปแล้วกว่า 2 แสนชิ้น ทั้งทางออนไลน์และในท้องตลาด

ใครที่เคยซื้อหน้ากากอนามัยจากทั้งสามคน ให้รีบทิ้งไปอย่านำมาใช้โดยเด็ดขาด

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ผ่าคดีจับร้านของเก่าแสบ ซ้ำเติมวิกฤต‘โควิด-19’ หลอกขายหน้ากากมือ2
ข่าวที่เกี่ยวข้อง