สสส. ดันกองทุนสุขภาพชุมชนท้องถิ่น ปลดวิกฤตพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยการอ่าน

สสส. ดันกองทุนสุขภาพชุมชนท้องถิ่น ปลดวิกฤตพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยการอ่าน

แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) จัดเวทีภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกวิกฤตพัฒนาการเด็กปฐมวัย ด้วยการอ่านและกองทุนสุขภาพในชุมชนท้องถิ่น” ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

โดยขยายองค์ความรู้งานวิจัย การดำเนินงานกองทุนสุขภาพตำบล เพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย ด้วยหนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน : กรณีศึกษาจังหวัดสุรินทร์ มุ่งให้เห็นเส้นทางการส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ให้เป็นเครื่องมือปลดล็อกวิกฤตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กในพื้นที่ โดยใช้ช่องทางการเข้าถึงกองทุนหลักประกันสุขภาพ สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนพญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า กรมอนามัย สธ. สำรวจพบพัฒนาการเด็กปฐมวัย (0-6 ปี) ล่าช้า ร้อยละ 32.50 โดยเฉพาะพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดปี 2560 เฉลี่ยร้อยละ 24.76 ส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ

อาทิ การสื่อสาร การพัฒนาด้านอารมณ์ สังคม การสร้างนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เยาว์วัย เด็กที่เกิดมาต้นทุนเท่ากัน ระดับสติปัญญาเริ่มต้นจะไม่ต่างกันมาก แต่เมื่อเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ ถ้าไม่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่ได้รับความใส่ใจจากครอบครัวหรือคนรอบข้าง เด็กอาจจะกลายเป็นเด็กหลังห้อง และมีผลการเรียนต่ำ เพราะขาดแรงกระตุ้น แรงจูงใจในการเรียนรู้ และการทุ่มเทให้เกิดการพัฒนาตามวัย

พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญของการช่วยเสริมการเรียนรู้ คือ กิน เล่น กอด เล่า หมายถึงต้องดูแลโภชนาการต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพราะสมองเด็กต้องการอาหารไปหล่อเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นไอโอดีน ธาตุเหล็ก

“ส่วนการเล่นคือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว ทั้งศิลปะ ดนตรี จินตนาการ กอด การสัมผัสของพ่อแม่ ความอบอุ่นที่ทำให้เด็กหลั่ง “สารเนิฟ โกรธ ฮอร์โมน” ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมอง การอ่านหนังสือด้วยกัน พูดคุย เด็กรู้จักเล่าเรื่อง ตั้งคำถาม แล้วพ่อแม่ตอบ จะช่วยพัฒนาระบบวิธีคิดเมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษา การพัฒนาศักยภาพของสมองเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือทุ่มเทให้เด็กพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพ” พญ.พรรณพิมล กล่าวด้านนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านในชุมชนท้องถิ่น โดยเน้นให้เกิดสวัสดิการหนังสือในระดับชุมชน และมีกระบวนการส่งเสริมการอ่านแก่เด็กปฐมวัย โดยให้ประชาชน กลุ่มบุคคลในชุมชนท้องถิ่น สามารถเข้าถึงกองทุนฯ เป็นโอกาสสำคัญที่จะแก้ไขวิกฤตพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่ล่าช้าได้

“ยิ่งถ้าพื้นที่ใดเข้าถึงกองทุนหลักประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ หน่วยงานสาธารณสุข ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และองค์กรหรือกลุ่มประชาชนในพื้นที่ ก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการพัฒนาเด็กในช่วงวัยนี้เป็นฐานสำคัญที่สุดของการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ เด็กจะกลายเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต” นางสุดใจ ระบุ

ปิดท้ายที่อาจารย์วรเชษฐ เขียวจันทร์ นักวิจัย/นักวิชาการอิสระด้านมานุษยวิทยา เผยว่า จากกรณีศึกษาของพื้นที่ต้นแบบระบบนิเวศการอ่านใน จ.สุรินทร์ ของพื้นที่ สปสช. เขต 9 พบว่า การใช้กองทุนสุขภาพตำบล เพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย ด้วยหนังสือและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จนเกิดสวัสดิการด้านการอ่านในชุมชนท้องถิ่น ทำให้ชุมชนมีความพร้อมและเห็นความสำคัญในการพัฒนาเด็กมากขึ้น ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่เด็กมากกว่าเดิม และเกิดพื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชน โดยมีการขยายผลไปยังชุมชนปฏิบัติการพื้นที่อื่นๆ เช่น เขต 10 อุบลราชธานี เขต 7 ขอนแก่น และเขต 4 สระบุรี หากเขตใดดำเนินการตามแนวทางที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็มีโอกาสผ่านการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสุขภาพด้วยเช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้พระจักรพรรดินีพระพันปีหลวง มิชิโกะ จะทรงเข้ารับการรักษามะเร็งเต้านม
บทความถัดไปย้อนคดีจับคนขับรถหื่น จี้หญิงสาวพาเข้าม่านรูด รอดได้เพราะความมีสติ