วิเคราะห์การเมือง : เบื้องหน้า โรดแม็ป ภาพ พระเอก และ “ผู้ร้าย” แจ่มชัด และชัดเจน

ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนยืนยันในเรื่องการเลือกตั้งว่าจะต้องเกิดขึ้นภายในไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2562

นี่คือ ธงที่ปักค่อนข้างหนักแน่น มั่นคง

กระนั้น เมื่อ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้หยิบยกเอาเรื่อง “เหตุสุดวิสัย” มาเป็นกรณี 1 กรณีสำคัญที่อาจทำให้โรดแม็ป “การเลือกตั้ง” อาจต้องเลื่อน

มีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มลังเล ไม่แน่ใจ

ความลังเล ไม่แน่ใจในที่นี้เพราะตระหนักในความเป็นจริงว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ คร่ำหวอดทางการเมืองอย่างยาวนาน ลึกซึ้งและกว้างขวาง

จึงอาจมองอะไรตามความเป็นจริงได้มากกว่า

ตอนที่โรดแม็ป “การเลือกตั้ง” ยังยืนระยะอยู่ที่ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เคยกล่าวว่า โรดแม็ปไม่น่าจะเลื่อน

ยกเว้นแต่จะเกิด “สงครามโลก”

ความเป็นจริงที่เห็นและเป็นอยู่ก็คือ ยังไม่เกิด “สงครามโลก” ไม่ว่าในตะวันออกกลาง ไม่ว่าในแอฟริกา ไม่ว่าในยุโรป ไม่ว่าในคาบสมุทรเกาหลี

แต่โรดแม็ปก็เลื่อนมาอยู่ที่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

การออกมาตั้งข้อสังเกตในเชิง “เตือน” จาก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในสภาพที่เรียกว่า “เหตุสุดวิสัย” จึงมีคนจำนวนไม่น้อยล้างหูน้อมรับฟัง


และเริ่มตระหนักว่าอาจไม่ได้เลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

อาจเพราะมีความรู้สึกที่ไม่แน่นอนในทางการเมืองเกิดขึ้นเหมือนกับเป็นเรื่องปกติของสังคมประเทศไทยไปแล้วนั่นเอง จึงเริ่มมีเสียงเรียกร้องในเรื่อง “ความชัดเจน”

โดยทั่วไปเสียงนี้มักจะดังมาจาก “นักการเมือง”

ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์

แต่ระยะหลังเริ่มดังจาก “นักธุรกิจ”

บทสรุปที่ตรงกันก็คือ หากไม่มี “ความชัดเจน” ในเรื่อง “การเลือกตั้ง” จะไม่เป็นผลเสียแต่ต่อการเมือง หากแต่ยังส่งผลสะเทือนในทางเศรษฐกิจ

“ความชัดเจน” จึงเป็น “ความต้องการ” ร่วม

สังเกตหรือไม่ว่าความรู้สึกอันสะท้อน “ความคิด” ที่เรียกร้องต้องการต่อ “การเลือกตั้ง” ในแนวทางนี้เริ่มปรากฏในลักษณะอันเป็น “กระแส” ในทางสังคม

อาจสัมผัสได้ผ่าน “ออนไลน์” แต่ก็เริ่ม “แผ่กว้าง”

สภาพการณ์เช่นนี้ใครก็ตามที่พยายามยืด ถ่วงและหน่วงเวลาจะกลายเป็น “ผู้ร้าย” ใครก็ตามที่เร่งเร้า เรียกร้องในเรื่อง “ความชัดเจน” จะเล่นบทเป็น “พระเอก”

ยิ่งวันภาพของ “พระเอก” ภาพของ “ผู้ร้าย” ยิ่งชัด