วิเคราะห์การเมือง : ผลสะเทือน “เลย” กรณี ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข กับ “กลุ่มสามมิตร”

มีพื้นที่ 2 พื้นที่ในภาคอีสานที่กำลังเป็นสนามประลองพลังทางการเมืองอย่างละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ ระหว่างคสช.กับพรรคเพื่อไทย

1 คือ จังหวัดเลย และ 1 คือ จังหวัดนครราชสีมา

หากดูจากความสำเร็จในการประกาศดูดเอา นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และพวก ก็จะสัมผัสได้ถึงเป้าหมายที่จะพิชิตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างเบ็ดเสร็จ

ตัวจริงเสียงจริงมิใช่ นายจำลอง ครุฑขุนทด

หากแต่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งมีความหมายไม่เพียงตระกูล “รัตนเศรษฐ” หากเป็นไปได้ว่าจะกวาดรวมตระกูล “สุวรรณฉวี” เข้ามาอีกด้วย

แต่แล้วก็บังเกิดอาการ “สะดุด” อย่างเหลือเชื่อ

ตามแผนเดิมของ “กลุ่มสามมิตร” มาดหมายจะเปิดตัวกลุ่มของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ในวันที่ 30 มิถุนายน พร้อมกันกับ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์

แต่แล้วในวันที่ 30 มิถุนายน กลับต้อง “วืด”

ที่ต้องวืดมิใช่เพราะ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หากแต่มาจากกลุ่มของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ มากกว่า พร้อมกับมีข่าวปล่อยออกมาว่าบุคคลระดับ “รองนายกฯ” ต่อสายมาเอง

“กลุ่มสามมิตร” แก้เกมและปักธงลงที่ วันที่ 5 กรกฎาคม

แต่แล้วก็เริ่มมีสัญญาณว่าอาจขลุกขลักเพราะว่าในการสังสรรค์ที่ไพน์เฮิร์สท์ สิ่งที่เรียกว่า “พลังโคราช” กลับมี นายจำลอง ครุฑขุนทด ออกนำขบวน


ตรงนี้แหละที่ทำให้วันที่ 5 กรกฎาคม ก็ต้องเลื่อน

อย่าคิดว่าเมื่อมี “อำนาจรัฐ” ประสานกับ “อำนาจเงิน” อยู่ในกำมือจะส่งผลให้ “กลุ่มสามมิตร” หกคะเมนตีลังกา “ดูด” อย่างไรก็ราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา

คล้ายกับว่าสถานการณ์ที่ “เลย” จะไฟเขียว ผ่านตลอด

แต่พลันที่ นางนันทนา ทิมสุวรรณ ออกมาแสดงความแปลกใจพร้อมกับยืนยันว่าจะยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทยไม่แปรเปลี่ยน

ตรงนี้แหละ คือ ความเป็นจริงอีกด้านและสำคัญที่ดำรงอยู่ในจังหวัดเลย

ไม่เพียงแต่เป็นการดำรงอยู่ของคนในตระกูล “ทิมสุวรรณ” อันแข็งแกร่งหากหมายถึงฐานทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยอย่างทรงความหมาย

ฐานและคะแนนของพรรคเพื่อไทยต่างหากที่ชี้ขาด

ทาง “กลุ่มสามมิตร” จำเป็นต้องสอบถามหรือสำรวจว่าภายหลังการประกาศตีจากพรรคเพื่อไทยของ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข และพวก เสียงตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างไร

ชื่นชม ยินดี หรือว่าขับไล่ ไสส่ง

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในห้วงแห่งการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 มวลชนจากจังหวัดเลยเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับอุดรฯ ขอนแก่น

ตรงนี้แหละคือผลสะเทือนและทำให้ “นักการเมือง” ต้องคิดหนัก