วิเคราะห์การเมือง : บั่นทอน เพื่อไทย เสริมให้ พลังประชารัฐ แข็งแกร่ง มั่นคง

สัญญาณอันมาจาก คสช.อันมาจากทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่อยุทธการ “พลังดูด”

แจ่มชัด

แจ่มชัดว่ามีความเข้าใจว่าทำไม “กลุ่มสามมิตร” จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินยุทธการ “พลังดูด” แต่ก็ด้วยท่าทีที่ไม่สุขสำราญ บานใจเท่าใดนัก

เพราะยิ่งใช้ “พลังดูด” ยิ่งส่งผลกระทบ

ทำให้ภาพลักษณ์ของ คสช.ซึ่งก่อร่างสร้างมานับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ต้องแปดเปื้อน เสียหาย กลายเป็นอาการในแบบ “พูดอย่าง ทำอีกอย่าง”

ความแจ่มชัดนี้มีผลสะเทือน

ผลสะเทือนที่ว่านั้นอาจทำให้ทั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ต้องลดบทบาทและการเคลื่อนไหวลงในระดับที่แน่นอนหนึ่ง

ไม่เหมือนที่เห็นกลางรีสอร์ตดัง จังหวัดเลย

ไม่เหมือนที่เห็นกลางคลับเฮาส์ สนามกอล์ฟดัง จังหวัดปทุมธานี พร้อมกับรายชื่ออดีตส.ส.กว่า 100 ปลิวว่อนอย่างอึกทึกครึกโครม

เป็นไปได้ว่า “พลังดูด” จะดำเนินไปอย่างเงียบเชียบมากยิ่งขึ้น

ลดกระแส “การตลาด” ลงแม้ว่า 1 ในสาม ส.จะเป็นคนต้นคิดและใช้ “ทำเนียบรัฐบาล” เป็นกองบัญชาการใหญ่ก็ตาม


นั่นก็คือ ดำเนินไปในกระสวน “ลับ ลวง พราง”

มองในด้านดีเท่าที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลงเรี่ยวลงแรงพร้อมกับเลขานุการ “กลุ่มสามมิตร” นายภิรมย์ พลวิเศษ

ปรากฏผลงานอย่างเอิกเกริก เกรียงไกร

ไม่เพียงแต่จะดูด นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เท่านั้น หากแต่ยังสามารถสอย นายจำลอง ครุฑขุนทด พ่วงติดไปพร้อมกับ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์

ยังรอแต่บางคนในนครราชสีมาจะมาเสริม “พลังโคราช” อย่างไร

ยิ่งรัฐบาลตระเตรียม ครม.สัญจรไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐย่อมอยู่ที่อีสานใต้

หากมี “สัญญาณ” ก็เมื่อเอยก็เมื่อนั้น

แท้จริงแล้ว บทบาทของ “กลุ่มสามมิตร” ในการดูดเอาอดีตส.ส.จากพรรคเพื่อไทยก็เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับพรรคพลังประชารัฐเป็นสำคัญ

ด้านหนึ่ง บั่นทอนพรรคเพื่อไทย

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง เอาปัจจัยจากที่ดูดอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้ามาได้ก่อให้เกิดความคึกต่อพรรคพลังประชารัฐมากยิ่งขึ้น

อย่างน้อยชัยชนะของพรรคเพื่อไทยก็ไม่น่าจะเหมือนเดิม