วิเคราะห์การเมือง : การเมือง โฟกัส ไปยัง สุเทพ เทือกสุบรรณ มุมมอง จากคสช.

ทันทีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศแผนการจะจัดคาราวานตระเวนไปให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อระดมหาสมาชิกเข้ามาอยู่ในสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ก็เกิดอาการ “ขยับ” ครั้งใหญ่ภายใน “คสช.”

แม้จะสัมผัสได้ในความขึงขังอันมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แต่น้ำเสียงของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท กลับมากด้วยความนุ่มนวล อ่อนหวาน

เพราะว่ามี “แนวโน้ม” ที่จะ “คลายล็อก” ให้

เท่ากับสะท้อนให้เห็นบทบาทและความหมายของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าหนักแน่นและเป็นที่ยอมรับมากเพียงใดใน “คสช.”

นี่ย่อมเป็นแง่มุมทางการเมืองที่ควรให้ความสนใจ

มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่าการเคลื่อนไหวของนักการเมืองบางคน บางกลุ่มทรงความหมายในด้านของคสช.

อย่างเช่นนักการเมืองแบบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

อย่าได้แปลกใจหากว่าจะติดรายชื่อเป็นนักศึกษาของวปอ. เพราะว่า คนอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อร่วมมือกับคนอย่าง นายเนวิน ชิดชอบ ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ที่สนามช้าง อารีนา บุรีรัมย์ได้

นั่นก็นำคนกว่า 30,000 มาเปล่ง “ลุงตู่สู้ๆ” ดังกึกก้อง

ฐานานุภาพทางการเมืองของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงอยู่ระนาบใกล้เคียงกับฐานานุภาพทางการเมืองของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อมองจากคสช.


ยิ่งของ “กลุ่มสามมิตร” ยิ่งมีลักษณะพิเศษ

ปรากฏการณ์เดินสายแผ่ “พลังดูด” ในขอบเขตทั่วประเทศก็มีแต่คนอย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เท่านั้นที่ทำได้

เห็นได้จากการดูด นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ที่เลย

เห็นได้จากการดูด นายจำลอง ครุฑขุนทด ที่นครราชสีมา และเห็นได้จากการดูด นายสุพล ฟองนาม ที่อุบลราชธานี

เห็นได้จากการเปิดกอล์ฟเฮาส์เลี้ยงอดีตส.ส.กว่า 100 คน

ปรากฏการณ์อย่างนี้พรรคเพื่อไทยอย่าได้แม้แต่จะฝัน ยิ่งพรรคอนาคตใหม่ก็แทบมองไม่ออกเลยว่าจะได้ไฟเขียวจากคสช.มาหรือไม่

“นักการเมือง” เหล่านี้จึงเป็นคนพิเศษสำหรับคสช.

ภายในภาวะแล้งไร้ความแจ่มชัดในเรื่องโรดแม็ป “การเลือกตั้ง” ทุกสายตาจึงจ้องมองไปยัง “นักการเมือง” บางคน บางกลุ่มด้วยความสนใจ

นั่นก็คือ นักการเมืองอย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นั่นก็คือ นักการเมืองอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งพรรคภูมิใจไทย นักการเมืองอย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งกลุ่มสามมิตร

หากท่านเหล่านี้ขยับ คสช.ก็ย่อมขยับตาม