วิเคราะห์การเมือง : ปัจจัย การเมือง อนาคตใหม่ ประชาชาติ แนวร่วม เพื่อไทย

ทุกเวทีที่มีการนำหัวหน้าพรรค หรือแกนนำคนสำคัญของแต่ละพรรคการเมืองมาประชันวิสัยทัศน์ให้เป็นที่ประจักษ์สัมผัสได้ถึง 3 ท่าทีเสมอ

1 เป็นท่าทีที่หนุนคสช.

ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาชนปฏิรูป ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังชาติไทย มีความแจ่มชัด

เห็นชอบกับการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน 1 เป็นท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ มีความพยายามจะผลักดันหัวหน้าพรรคของตน แต่ก็พร้อมเปิดทางให้กับคสช.หากเป็นการมาตามรัฐธรรมนูญ

พรรคเหล่านี้ดำเนินไปในแบบ “กั๊ก”

กระนั้น ภายในการสนับสนุนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ภายในการแทงกั๊กขอให้รอดูผลการเลือกตั้งก่อนว่าจะดำเนินไปอย่างไร

ก็มีกลุ่ม 1 ที่ไม่เอา “คสช.”

เด่นชัดว่า 1 ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของคสช. 1 ไม่สนับสนุนรัฐธรรมนูญ และ 1 ต้องการล้างผลพวงของคสช.

อย่างน้อยตอนนี้ก็แสดงออกมาแล้ว 3 พรรค

1 เป็นพรรคเพื่อไทย เจ้าเก่า ยืนหยัดอย่างมั่นคง 1 พรรคประชาชาติไทยซึ่งเพิ่งเปิดตัวโดยส่วนใหญ่มาจากพรรคเพื่อไทย และ 1 พรรคอนาคตใหม่


3 พรรคนี้ประกาศไม่เอา “คสช.” อย่างตรงไปตรงมา

มีความพยายามจะเสนอทฤษฎี “สามก๊ก” ในทางการเมืองขึ้นมา แต่ความเป็นจริงที่แผ่แบออกมาเด่นชัดเป็นลำดับก็คือ

มี 2 ก๊ก กับอีก 1 กั๊ก

2 ก๊กที่ประจันหน้ากันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาคือ 1 เอาด้วยกับคสช.ทุกอย่างดีหมดและสดชื่น และอีก 1 ไม่เอาด้วยกับคสช. คัดค้านและต่อต้านในทุกสภาพการณ์

อีก 1 กั๊กที่เหลือบ้างก็เอนไปทางคสช. บ้างก็เอนไปกับอีกด้าน

1 กั๊กที่เหลือบางพรรคก็หวังจะได้ส้มหล่น หากคสช.หรือกลุ่มไม่เอาคสช.ไม่สามารถเดินหน้าไปได้ บ้างก็พร้อมจะเอนไปทางไหนก็ได้ที่เป็นรัฐบาล

ข้อดีของสภาพการณ์ทางการเมืองเช่นนี้คืออะไร

ลักษณะแทงกั๊กนั้นดำรงอยู่ภายในการเมืองไทยมายาวนานอย่างยิ่ง มิได้เป็นเรื่องแปลก แต่กลุ่มใหญ่ที่ปรากฏขึ้นนับแต่รัฐประหารเมื่อปี 2549 เป็นต้นมา

คือ กลุ่มที่ไม่เอาด้วยกับ “รัฐประหาร”

ตอนแรกอาจมีเฉพาะพรรคไทยรักไทย ต่อมาก็พรรคพลังประชาชน และต่อมาก็พรรคเพื่อไทย แต่หลังรัฐประหารปี 2557 ก็เกิดพรรคอนาคตใหม่ เกิดพรรคประชาชาติ

นี่คือ ปัจจัยใหม่ของการเมืองในสังคมประเทศไทย