มาดเข้ม การเมือง จาก ผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง ต่อ “ประชาธิปัตย์”

วิเคราะห์การเมือง

ท่าทีของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ มีความแจ่มชัดเป็นอย่างยิ่งในการเข้ามารับ “ตำแหน่ง”

เป็นความแจ่มชัดพร้อมกับการส่ง “สาร” ไปยัง “พรรคประชาธิปัตย์”

1 ปฏิเสธ “ข่าวลือ” ที่ว่าได้เดินทางไปพบและขอคำปรึกษาจาก นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

เพราะว่าคนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ไปพบมี 2 คน

คนหนึ่ง คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีกคนหนึ่งคือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานด้านกฎหมาย

คนแรกที่ไปพบนั้นแทบไม่ต้อง “อธิบาย”

ขณะเดียวกัน คนหลังมีความจำเป็นต้องไปพบ เพราะว่ามีเงื่อนแง่ในทาง “กฎหมาย” สำคัญก่อนเข้ารับตำแหน่ง และภายหลังการเข้ารับตำแหน่ง

หากไม่ “แจ่มชัด” ก็ยากจะ “เดินหน้า” ได้อย่างราบรื่น

ทั้งๆ ที่ท่าทีจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ยื่นไมตรีให้กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อย่างเต็มพิกัด

ถึงขนาดออกมา “ใบบอก” เป็นทำนอง

“สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนมีความสามารถในการทำงานด้านกทม.และพร้อมช่วยงาน”

กระนั้น ยืนยันจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง คือ “ผมไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกใดๆ ทั้งสิ้น”

แม้จะเข้ารับตำแหน่ง “รองผู้ว่าฯ กทม.” แต่ก็มิใช่ในฐานะ “สมาชิกพรรค”

“ยืนยันว่าการแต่งตั้งรองผู้ว่าฯ กทม.จะไม่อิงแอบการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นแต่ทำเป็นเอกเทศ จะไม่มีคนการเมือง ไม่มีอดีตส.ส.แม้แต่คนเดียว ผมทำงานคุ้มค่า ไม่ต้องห่วง ไม่แอบอิงเป็นเหลือบไรไต่ตอมภาครัฐ และไม่เบียดบังเงินราชการอย่างแน่นอน”

เท่ากับเป็น “สาร” โดยตรงไปยัง “พรรคประชาธิปัตย์”

ทั้งๆ ที่มีข่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มีสายสัมพันธ์อันดีกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด แล้วเหตุใดจึงแถลงออกมาอย่างนี้

เรื่องนี้ต้องสอบลึกไปยังเหตุที่ต้องมี “การปลด”

ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับว่า คือ เมื่อมีคำสั่ง “แขวน” นั้นบุคลากรที่เข้ามาทำหน้าที่แทน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ล้วนเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์

คนเหล่านี้แหละที่ทำให้ปัญหา “งบประมาณ” กลายเป็นยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก

ก็จากปัญหา “งบประมาณ” นี้เองเมื่อล่วงรู้เข้าหูของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 ปลด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ออกจากตำแหน่ง

เป้าหมายจริงๆ อยู่ที่บรรดา “รองผู้ว่าฯ” อันมาจาก “พรรคประชาธิปัตย์”

เป็นอันว่าชัดเจน แจ่มแจ้ง สายสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับกทม.ได้หมดสิ้นไปแล้วบริบูรณ์

หากถึงวาระที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะมีเยื่อใยแต่ก็คงมิได้เป็นเยื่อใยกับพรรคประชาธิปัตย์ในแบบเดิมอีกแล้ว

ยิ่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ยิ่งแทบไม่เหลือ “ใย” อะไรเลย

บทความก่อนหน้านี้พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ครั้งเสด็จฯทอดพระเนตรภาพยนตร์
บทความถัดไปโดนจำคุก 10 ปียังยิ้มรื่น หนุ่มอินโดฯแนวร่วมไอเอสไม่สะทกสะท้าน