การบินไทยชี้แจงข้อเท็จจริง/ฆ่าบิลลี่ได้ลงคอ

การบินไทยชี้แจงข้อเท็จจริง/ฆ่าบิลลี่ได้ลงคอ

การบินไทยชี้แจงข้อเท็จจริง/ฆ่าบิลลี่ได้ลงคอ

คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย 

การบินไทยชี้แจงข้อเท็จจริง/ฆ่าบิลลี่ได้ลงคอเรื่อง ชี้แจงกรณีสัมภาระจากเที่ยวบินญี่ปุ่น

เรียน คุณพญาไม้ ตามที่คอลัมน์ข่าวข้น คนเข้มหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 31 สิงหาคม 2562 ได้ตีพิมพ์เนื้อหาส่วนหนึ่งมีความว่าจะเป็นเรื่องอีกไม่นาน เรื่องกระเป๋า 35 ใบ ของคณะ 8 คน ขนจากญี่ปุ่นเข้าไทยในเครื่องการบินไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กับ สุเมธ ดำรงชัยธรรม สองคนโต ช่วยตรวจสอบที…” นั้น

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในโอกาสที่บริษัทจะเปิดทำการบินไปยังเมืองเซนได ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่จะถึงนี้ ในการนี้ภูมิภาคโทโฮคุ ได้เชิญคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกับคณะผู้ว่าราชการจังหวัด 6 จังหวัด และองค์กรจากทั้งภาครัฐและเอกชนของภูมิภาคโทโฮคุมากกว่า 10 องค์กร

เพื่อหารือความร่วมมือและการพบปะเจรจาธุรกิจที่คาดว่าจะสามารถขยายผลไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น ธุรกิจขนส่งการค้าระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา ฯลฯ ซึ่งได้ผลการประชุมเป็นที่น่าพอใจ โดยผู้แทนฝ่ายญี่ปุ่นมีความประทับใจในการเปิดบินของการบินไทยไปสู่เซนไดที่จะเป็นประตูขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ของภูมิภาคโทโฮคุ เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนของที่ระลึกระหว่างกัน

ทั้งนี้ ในการเดินทางกลับจากสนามบินเซนได คณะได้เดินทางโดยเที่ยวบินของออล นิปปอน แอร์เวย์ ซึ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ ทำการบินด้วยเครื่องบินขนาดเล็ก มีห้องโดยสารขนาดเล็ก ทั้งสายการบินให้ผู้โดยสารโหลดสัมภาระทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Hand Carry)

รวมทั้งกล่องของที่ระลึกของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารบริษัทและเจ้าหน้าที่จำนวน 10 ท่าน รวมจำนวน 34 ชิ้น ไว้ใต้ท้องเครื่องบิน โดยที่น้ำหนักสัมภาระทั้งหมดไม่เกินเกณฑ์ที่สายการบินกำหนด ซึ่งคณะได้เช็กอินสัมภาระทั้งหมด (Check Thru) ต่อเที่ยวบินของการบินไทยที่โตเกียวกลับเข้ากรุงเทพฯ

บริษัทขอยืนยันอีกครั้งว่าการเดินทางดังกล่าวเป็นการเดินทางเพื่อการประชุม ไม่ได้เพื่อการท่องเที่ยวหรือช็อปปิ้งแต่อย่างใด สัมภาระของคณะส่วนใหญ่เป็นสัมภาระขนาดกลางและขนาดเล็ก จึงมีจำนวนหลายชิ้น และที่สำคัญไม่มีน้ำหนักสัมภาระเกินจากเกณฑ์ที่สายการบินกำหนด ซึ่งบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้พิจารณาเผยแพร่ข้อเท็จจริงดังกล่าวให้สาธารณชนรับทราบ ซึ่งบริษัทขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ

สุเมธ ดำรงชัยธรรม

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

ฆ่าบิลลี่ได้ลงคอ

ถึง บ..ข่าวสด

การฆ่าคนตายนั้น ผิดบาปอย่างมหันต์ แต่บางครั้งคนก็ฆ่ากันด้วยความคับแค้น ด้วยการถูกข่มเหงรังแก ก็ยังพอเห็นใจ แต่ยังไงก็เป็นความผิดทั้งต่อกฎหมายและต่อศีลธรรม ตอนนี้มีข่าวครึกโครม เรื่องพบชิ้นส่วนศพนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ยืนยันว่าที่หายไป 5 ปีนั้นถูกฆ่าแล้วเผาไปแล้ว อ่านจากข่าวแล้วเศร้าใจ

เพราะน่าเชื่อว่าถูกฆ่าเนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญ ในการถือหลักฐานเพื่อจะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ในการปกป้องสิทธิของชุมชนกะเหรี่ยง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ขับไล่ด้วยการเผาบ้านเผายุ้ง

เพียงแค่นี้ก็ฆ่าเขาแล้วเผาทำลายศพเพื่อกลบเกลื่อนคดี ไม่คิดถึงลูกเมียญาติพี่น้องของเขาบ้างเลย ขอให้ดำเนินคดีกับคนที่กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ทั้งลูกน้องและลูกพี่

ใจคน

ตอบ คุณใจคน

คงต้องติดตามคดีกันต่อไป โดยหวังว่าคนทำผิดต้องถูกลงโทษ

บทความก่อนหน้านี้ไม่ใช่หายแต่ตาย
บทความถัดไปอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ พ้นอธิบดีทล.-เซ่นพระราม2