แก้วิกฤตฝุ่นที่ปลายเหตุ

ชิมช้อปใช้เอื้อรายใหญ่

ชิมช้อปใช้เอื้อรายใหญ่ / แก้วิกฤตฝุ่นที่ปลายเหตุ

คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย

ชิมช้อปใช้เอื้อรายใหญ่ / แก้วิกฤตฝุ่นที่ปลายเหตุ –

ชิมช้อปใช้เอื้อรายใหญ่

เรียน ท่านบรรณาธิการ

มีเสียงพูดและคำถาม จากพ่อค้าแม่ค้าร้านสินค้าในชุมชนท้องถิ่นร้านโอท็อป ที่เข้าร่วมโครงการชิม ช้อป ใช้ หลายจังหวัด สงสัยว่ารัฐบาลเปิดให้ร้านหรือห้างใหญ่ๆ ร้านสะดวกซื้อ เข้าร่วมโครงการด้วย นักท่องเที่ยวก็จะไม่ค่อยซื้อสินค้าจากร้านโอท็อปในท้องถิ่นหรือร้านค้าในชุมชน

เพราะสินค้าจะน้อยกว่าในห้างใหญ่ๆ หรือร้านสะดวกซื้อ ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวเข้าห้างใหญ่หรือร้านสะดวกซื้อจะซื้อของได้มากกว่า แต่เท่าที่ทราบคือตอนแรกที่ออกแคมเปญของโครงการคือ ต้องการช่วยเหลือแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเมืองรอง กระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มนี้ให้ เดินต่อไปได้ โฟกัสไปถึงกลุ่มร้านค้าในท้องถิ่นที่โดนผล กระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้

จึงไม่รู้ว่ารัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายหรือเปล่า ด้วยเหตุผลที่ว่าร้านค้าในท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการน้อยไม่เพียงพอ ช่วยให้ความกระจ่างให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้เข้าใจด้วย ภาครัฐถ้าจะดำเนินการโครงการแบบนี้ครั้งต่อไป ก็ขอให้ทบทวนอย่างละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจ ดูๆ ไปโครงการนี้จะกลายเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ไปซะแล้ว

ด้วยความนับถือ

ผู้อ่านข่าวสด

ตอบ ผู้อ่านข่าวสด

เป็นข้อมูลที่ต้องรับฟัง เพราะโครงการของรัฐบาล คสช.ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลปัจจุบันที่มีนายกฯ คนเดิม ถูกวิจารณ์มาตลอดว่าเอื้อเจ้าสัวรายใหญ่เท่านั้น สิ่งที่คุณสะท้อนมาให้ฟังกันน่าคิดอย่างมาก ร้านเล็กๆ ชุมชนโอท็อป ไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย เป็นข้อมูลที่รัฐบาลต้องนำไปทบทวน

แก้วิกฤตฝุ่นที่ปลายเหตุ

ถึง บ.ก.ข่าวสด

สืบเนื่องจากปัญหารถดีเซลควันดำที่สร้างพีเอ็ม 2.5 ในมหานครนั้น ขอเสนอว่าต้องตั้งเป็นปัญหาของชาติและหาทางแก้ไข ด้วยการลดการจดทะเบียนรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล และรถประเภทเอสยูวี ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลด้วยการเพิ่มภาษี ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมรถบรรทุกขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน และพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าในอนาคต

เช่นเดียวกับรถนั่งส่วนบุคคลก็สมควรส่งเสริมรถยนต์ขนาดเล็กหรืออีโคคาร์แล้วพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยต้องเปลี่ยนพฤติกรรมความชอบของคนไทยที่ชอบรถคันโต เพราะนอกจากจะทำให้ถนนแน่นขึ้นยังสร้างมลภาวะมากขึ้นด้วย

และที่สำคัญก็คือรถมอเตอร์ไซค์ ที่ครั้งหนึ่งเคยจำกัดปริมาตรกระบอกสูบไว้ที่ 150 ซีซี แต่วันนี้บิ๊กไบก์เครื่องยนต์ 1,200 ซีซีเต็มถนน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากมายเพราะไม่เหมาะสมกับการใช้บนถนน รัฐบาลควรจะส่งเสริมรถสกู๊ตเตอร์ประเภทไฮบริดและพัฒนาเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้ในมหานครมากกว่า

และทั้งหมดนี้ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาพีเอ็ม 2.5 แบบบูรณาการ ไม่ต้องฉีดน้ำ ไม่ต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศ เพราะเมื่อตัดต้นตอของพีเอ็ม 2.5 ได้ อากาศในเมืองใหญ่ๆ ก็จะดีขึ้นเอง ทั้งนี้ก็สมควรปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น อย่าอ้างแต่ว่าขัดขวางทัศนียภาพการจราจร การลดขนาดยวดยานบนถนนก็จะทำให้การจราจรไหลลื่นมากขึ้นด้วย

แมวขาว

ตอบ แมวขาว

ก็เป็นความจริงดังที่คุณตั้งข้อสังเกตมา ว่าการแก้ปัญหาพีเอ็ม 2.5 ที่ทำกันนั้น เฉพาะหน้ามากๆ ไม่มีการแก้อย่างเป็นระบบและระยะยาว ข้อเสนอของคุณล้วนน่าสนใจอยู่ที่วิสัยทัศน์ของรัฐบาล ว่าจะคิดกว้างและไกลได้แบบนี้หรือไม่

บทความก่อนหน้านี้หลังผ่านงบประมาณ จะมีสัตว์ประเสริฐกลายเป็นเดียรฉาน
บทความถัดไปสมโภชน์ เงินเจริญ นายพล-เจอคดีฉ้อโกง