ตามตร.ปิดคดีฆ่าสยอง 3 เมียนมา-ปังตอฟันดับ กุ๊กเฉินร้าน‘หมาล่าสุกี้’

ตามตร.ปิดคดีฆ่าสยอง

3 เมียนมา-ปังตอฟันดับ

กุ๊กเฉินร้าน‘หมาล่าสุกี้’

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ตามตร.ปิดคดีฆ่าสยอง 3 เมียนมา-ปังตอฟันดับ กุ๊กเฉินร้าน‘หมาล่าสุกี้’ : สดจากสนามข่าว – บ่ายวันที่ 30 ส.ค. ตำรวจ สน.วังทองหลาง ควบคุมตัว นายจันทร์ วิจินตา หรือ ซานตี้ นายฟีค ลุง ชู้ และ นายคาว เคียง วิน ไปทำแผนฯ ประกอบคำรับสารภาพนาทีฆ่าโหด นายเฉิน ยี่ ไห่ อายุ 51 ปี สัญชาติจีน ภายในร้านหมาล่าสุกี้ ซอยรามคำแหง 39 (หน้าทาวน์อินทาวน์) ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง ที่ร้านดังกล่าว ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านในละแวกนั้น

คดีโหดนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ร.ต.ท.พีรพล รัตนมุณี รองสว. (สอบสวน) สน.วังทองหลาง รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตที่ร้านหมาล่าสุกี้ ซอยรามคำแหง 39 (หน้าทาวน์อินทาวน์) ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพงษ์ ภวเวส ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ เงินฉลาด รอง ผกก. (สอบสวน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ติดริมถนน ชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหาร ส่วนชั้นบนเป็นห้องพักของพนักงานร้าน ในห้องนอนชั้นบนพบศพนายเฉิน ซึ่งเป็นกุ๊กประจำร้าน สภาพถูกของมีคมฟันที่ลำคอเป็นแผลขนาดใหญ่ 1 แผล ที่หน้าผาก 1 แผล ศีรษะ 1 แผล นอนเสียชีวิต ขณะที่ห้องพักมีเศษขวดสุราแตกกระจายไปทั่ว นอกจากนี้ยังพบมีดปังตอมีคราบเลือดอยู่บนฟูกที่นอน และท่อนเหล็ก 1 ท่อน

จากการสอบสวนนายวิโรจน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้าน ให้การว่า ในร้านมีพนักงาน 7 คน ชาย 4 คน หญิง 3 คน เป็นชาวเมียนมาทั้งหมด วันเดียวกันนี้ก่อนเปิดร้าน มีพนักงานหญิงโทรศัพท์มาบอกว่ามีธุระต้องไปหาพี่สาว

ตนรู้สึกแปลกใจจึงให้คนเข้าไปดูที่ร้านแต่ไม่พบใครเลย พนักงานทั้ง 7 คนหายไป จึงขึ้นไปดูชั้นบนก็พบว่านายเฉินเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้น ตร.อยู่ระหว่างการสอบสวนเจ้าของร้านว่าพนักงานที่หายไปมีชื่อ ประวัติและสัญชาติอะไรบ้าง

สอบสวนญาตินายเฉินให้การว่า นายเฉินเป็นเพื่อนกับนายวิโรจน์ เดินทางมาที่ร้านตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดูร้านเตรียมจะบริหารร้านต่อจากนายวิโรจน์ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ โดยลูกชายให้เงินนายเฉินมา 300,000 บาท ระหว่างนี้นายเฉินจึงพักอาศัยอยู่ที่ร้านกับพนักงานคนอื่นๆ ซึ่งไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรกันหรือไม่

เมื่อตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดหน้าร้านพบว่าเวลา 03.00 น. พนักงานทั้ง 7 คนพากันขึ้นรถแท็กซี่ออกจากร้านไป ทำให้เชื่อว่าทั้งหมดน่าจะรู้เห็นเหตุการณ์หรือร่วมกันก่อเหตุ

ชุดสืบสวนระดมกำลังติดตามแกะรอย ก่อนพบว่าทั้งหมดหลบหนีไปที่พัทยา จ.ชลบุรี ค่ำวันนั้นเองฝ่ายสืบสวน บก.น.4 และ สน.วังทองหลาง จึงติดตามไปจับกุมได้ทั้งหมด 4 คนเป็นชาย เบื้องต้น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายเฉิน

วันรุ่งขึ้น พ.ต.อ.วรพงษ์ ภวเวส ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหา 3 คนรับว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนอีก 1 คนกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากสอบสวนแล้วพบว่าขณะเกิดเหตุนอนอยู่กับพนักงานหญิงในห้องนอนอีกห้อง อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างตามตัวพนักงานหญิงที่เหลืออีก 3 คน เพื่อมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ต่อมาตำรวจคุมตัวนายจันทร์ วิจินตา หรือ ซานตี้ นายฟีค ลุง ชู้ และนายคาว เคียง วิน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยนายซานตี้ให้การผ่านล่ามว่า พวกตนเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 8 เดือน และตนเป็นคนใช้มีดฟันผู้ตาย เพราะบันดาลโทสะ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนปากร้าย ต่อว่าลูกจ้างรุนแรงจนคนงานหญิงเคยร้องไห้มาแล้ว

คืนวันก่อเหตุนั้น เมาสุราและถูกด่าว่าเรื่องตั้งวงดื่มเหล้าเสียงดัง จึงร่วมกับนายฟีคและนายคาว ฆ่านายเฉินแล้วพากันหลบหนีโดยไม่ได้ขโมยทรัพย์สินใดๆ ไปเลย

การทำแผนฯ ใช้เวลาราว 30 นาที โดยจุดแรกเป็นห้องพักของคนงานบนชั้นสามของร้านอาหารที่ผู้ต้องหากำลังนั่งตั้งวงดื่มสุรากันส่งเสียงดัง จนผู้ตายออกจากห้องพักที่อยู่ข้างๆ มาต่อว่าและตบหน้านายคาว จนเกิดทะเลาะกันรุนแรง ทำให้นายซานตี้ลงไปหยิบมีดปังตอที่ชั้นล่างด้านหลังร้าน ก่อนกลับขึ้นไปถีบประตูห้องพักผู้ตายแล้วบุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย โดยฟาดด้วยขวดเบียร์ ก่อนจะเกิดการต่อสู้กัน แต่ฝ่ายของผู้ต้องหามีมากกว่า จากนั้นนายซานตี้ใช้มีดปังตอฟันผู้ตายจนแน่นิ่ง

ต่อมาจุดสุดท้าย ผู้ต้องหาออกมาล้างมือที่ห้องน้ำ ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าและหลบหนีไปทางด้านหลังร้าน มุ่งหน้าออกถนนประดิษฐ์มนูธรรม

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า เคยเห็นกลุ่มผู้ต้องหาบางคนซึ่งดูเรียบร้อยไม่ได้ดูเกเรอะไร ปกติช่วงบ่ายกลุ่มผู้ต้องหามักจะมาตั้งวงดื่มสุราและส่งเสียงดังเป็นประจำ และเคยได้ยินเสียงของคนตายและ กลุ่มลูกจ้างคุยกันโวยวายเสียงดังตลอด แต่ไม่รู้ทะเลาะกันหรือเปล่า เพราะไม่เข้าใจภาษา

ทั้งความเมา ความที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ยังไม่รู้ใจกัน อีกทั้งยังมีอุปสรรคทางภาษามาเป็นตัวเสริม จากเรื่องเล็กน้อยก็บานปลายเป็นเหตุสยองในที่สุด

บทความก่อนหน้านี้ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่น “ฮาโดรซอร์” นักวิทย์ชี้อาศัยอยู่ใกล้ทะเล
บทความถัดไปวิกฤตเศรษฐกิจ