ทะลุคนทะลวงข่าว : วิจารณ์ไม่สนองรัฐ-ขัดใจ คสช.งัดม.44เด้ง “รมย์สิทธิ์” “ปรีชา” รักษาการเลขาฯปปง.

จากปรากฏการณ์ ที่จู่ๆ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกคสช.ประชุมด่วน หลังเสร็จสิ้นการประชุมครม.

แม้สมาชิก คสช.จะออกมาปฏิเสธว่ามิได้มีเรื่องสำคัญ 

แต่หลังจากนั้น เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ก็เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 12/2561

เด้ง พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ากรุสำนักนายกฯ ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ

ท่ามกลางกระแสสะพัดถึงคำสั่งดังกล่าว เกิดจากข้อขัดแย้งในวิธีการทำงานกับ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานบอร์ด ปปง. 

ส่งผลให้การทำงานนโยบายบางเรื่องไม่คืบหน้า การตัดสินใจคดีความใช้เวลานาน

อีกทั้งยังมีเหตุจากไม่สนองนโยบายไม่ไล่บี้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายฝ่ายตรงข้ามและนักการเมือง ขณะที่ฝ่ายบริหารต้องการให้ปิดท่อน้ำเลี้ยง 

เมื่อดำเนินการไม่สอดคล้องกัน แม้ พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ จะทำงานเต็มตัวได้ไม่ถึง 2 เดือน จึงมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่า

อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ย้ายเลขาฯปปง. จึงตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์

มูลเหตุอาจจะไม่สนองตามที่”บิ๊กๆ”ในรัฐบาลต้องการ

 

ชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม ชี้ชัดถึงสาเหตุเพราะทำงานไม่สนอง หรือไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาปลดกันออกจากตำแหน่งได้

พร้อมยืนยันไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจมาตรา 44 ปลดข้าราชการ เพราะกว่าข้าราชการคนหนึ่งจะขึ้นมานั่งในตำแหน่งนี้ได้ ก็ต้องมีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ และต้องพิจารณากันมาอย่างดีแล้ว 

ถ้าจะใช้มาตรา 44 ปลดใครสักคน ก็ต้องชี้แจงว่าเพราะอะไร

มิใช่แค่มีความเห็นไม่ตรงกับประธานปปง.

ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะคนลงนามคำสั่ง ดังกล่าว ออกมายืนยัน

การโยกย้ายเลขาธิการปปง. เพื่อความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพในการทำงาน

ไม่ได้รังแกใคร อีกทั้งไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือการเลือกตั้ง

 

บิ๊กเปี๊ยก พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ พื้นเพเป็นชาวชัยภูมิ 

นรต. 37 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.

เส้นทางชีวิตตำรวจ เติบโตในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ

เป็นนายตำรวจคนสนิทหนึ่งในทีมงานของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน อดีตผบ.ตร. และหนึ่งใน คสช.


เคยเป็นรองผบช.ภ.6 รองผบช.ภ.7 และรองผบช.ภ.4

ถูกดึงตัวมาช่วยราชการที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ก่อนขยับตำแหน่งเป็น รองผบช.สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) 

พ.ค. 2560 โอนย้ายมาเป็น รองเลขาธิการ ปปง.

ทำผลงานเข้าตา ทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินกรณีเงินทอนวัด และสืบสวนเส้นทางการเงินเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 

ได้รับความไว้วางใจ ขึ้นเป็นเลขาธิการปปง. เมื่อ ก.พ. 2561

29 มิ.ย.มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เป็นเลขาธิการ ปปง.

ก่อนถูกคำสั่งมาตรา 44 เด้งเข้ากรุสำนักนายกฯ

 

ชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด

ปริญญาตรีแผนกนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากจุฬาฯ ด้วยทุนการศึกษา ประเภทเรียนดี จากมูลนิธิจอห์น เอฟ เคนเนดี้

ปริญญาโท L.L.M. จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐ อเมริกา ด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของกรมอัยการ(สำนักงานอัยการ สูงสุด) และทุนของมูลนิธิ Starr สหรัฐอเมริกา)

เนติบัณฑิตไทยจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา 

เริ่มรับราชการเป็นอัยการผู้ช่วย จังหวัดสมุทรสาคร อัยการประจำกอง กองคดี

เคยดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดภูเก็ต อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการฝ่ายปรึกษา

รองอัยการสูงสุด และขึ้นเป็น อัยการสูงสุด ในเดือนต.ค.2550

อดีตรมว.ยุติธรรม อดีตที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ตามระเบียบ เมื่อตำแหน่งเลขาธิการปปง.ว่างลง ต้องให้รองเลขาฯปปง.อันดับ 1 รักษาการแทน

นั่นคือ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาฯ ฝ่ายบริหาร

นรต.38 เคยเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง, ผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท 

รองผบช.ภ.1 ก่อนมาเป็น รองผบช.น.ดูแลงานปราบปรามอาชญากรรม

เม.ย. 2561 โอนย้ายมาอยู่ ปปง. ในตำแหน่ง รองเลขาธิการปปง.

ผลจากการเด้งเลขาฯคนเก่าเข้ากรุ ในฐานะที่เหลือรองเลขาฯเพียงคนเดียว จึงต้องทำหน้าที่รักษาการเลขาฯปปง.

ท่ามกลางกระแสจับจ้องว่าจะ “อยู่เป็น”หรือยึดหลักกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา