‘ตู่ -ป้อม-หนู-อู๊ด’ หารือลับ อ้างไม่เกี่ยวปรับ-ยุบ

14 ต.ค. 2564 - 08:25 น.

ธรรมนัสบุกขอนแก่น
จัดสส.รอรับประวิตร
พท.เมิน-2งูเห่าฟ้อง
กกต.ชงกม.เลือกตั้ง
แก้สูตร-ปาร์ตี้ลิสต์

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-เสี่ยหนู-อู๊ดด้า’ ปิดห้องเงียบหารือกัน ด้านจุรินทร์ยันคุยกันปกติ ไม่เกี่ยวปรับครม.หรือยุบสภา ส่วนอนุทินเผย ‘ก้อย-พรพิมล’ ยังไม่ได้สมัครเข้าภูมิใจไทย ขณะที่ศรัณย์วุฒิ นัดแถลงท่าที หลังถูกขับพ้นพรรค ด้านนายทะเบียนพท. ยันทำตามกฎหมาย ไม่หวั่นถูก 2 งูเห่าฟ้องกลับ ธรรมนัส-นฤมล พร้อมส.ส.พปชร.รอรับ ‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่จ.ขอนแก่นวันนี้ มั่นใจเลือกตั้งครั้งหน้า คว้าเก้าอี้ส.ส.มากสุด กกต.นัดถก ‘วิษณุ’ ชงร่างกฎหมายเลือกตั้ง 35 มาตรา ทั้งบัตร 2 ใบ วิธีคำนวณ แบ่งเขตใหม่ ‘จตุพร’ นอนคุกต่อ ยังไม่มีคำสั่งให้ประกัน ทะลุฟ้าจัดเวทีหน้าเรือนจำ เรียกร้องปล่อยเพื่อน เรา อดีตกกต.จี้ป.ป.ช.ชี้แจงเหตุตีตกคดีน้องบิ๊กตู่ ปกปิดทรัพย์สิน

‘บิ๊กตู่’หารือหัวหน้าพรรคร่วม

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้หารือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นเวลา 20 นาที

เมื่อหารือเสร็จ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามสื่อ แต่ได้โค้งคำนับน้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9

‘ป้อม’เงียบข่าวศรัณย์วุฒิซบพปชร.

พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ออกจากพรรค แล้วจะมาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพปชร. โดยพล.อ.ประวิตร ไม่กล่าวอะไรและเดินเข้าร่วมพิธีภายในตึกภักดีบดินทร์ในทันที

อู๊ดด้ายันยังไม่ปรับครม.-ยุบสภา

ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรกับพรรคร่วมเป็นพิเศษ พูดคุยตามปกติทุกครั้งที่เจอกัน ยืนยันไม่มีการแจ้งเรื่องปรับครม. และนายกฯ ไม่ต้องเคลียร์ใจอะไรกับปชป.อยู่แล้ว เพราะพรรคไม่มีปัญหา

เมื่อถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ ระบุให้ครม. ร่วมกันทำงานเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ในปี 2565 เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาล จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า นายกฯ แสดงเจตจำนงไปหลายครั้งแล้ว ท่านพูดทำนองว่าไม่มีการยุบสภา หรือยังไม่มี เช่นนี้แล้วก็ต้องฟังนายกฯ เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาลและเป็นผู้มีอำนาจยุบหรือไม่ยุบสภา ส่วนที่พรรคเริ่มทำพื้นที่กันแล้วนั้น เราลงพื้นที่ นานแล้ว ได้กำชับส.ส.ลงพื้นที่ทำงานรับใช้ประชาชน โดยเฉพาะช่วงปิดสมัยประชุมสภา ตนก็ทำงานต่อเนื่อง ไม่ได้แปลว่าจะมียุบสภาถึงลงพื้นที่

อนุทินเผยพรพิมลยังไม่สมัครภท.

ด้านนายอนุทินกล่าวถึงการพูดคุยกับ นายกฯว่า เป็นการพูดคุยตามปกติ ไม่มีสั่งการในเรื่องใดๆ เป็นพิเศษ ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุในที่ประชุมครม. ให้ร่วมกันทำงานในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ปี 2565 หมายความว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำให้ดีที่สุดตราบใดที่ยังมีหน้าที่อยู่ ก็จะทำให้ดี เมื่อถามย้ำว่าสบายใจขึ้นหรือไม่ที่สถานการณ์รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมแน่ นายอนุทินกล่าวว่า ทำทุกวันให้มันดีที่สุด

เมื่อถามถึงนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ถูกพรรคเพื่อไทยมีมติขับออกจากสมาชิกภาพพรรค ได้มาสมัครหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยัง

พท.ยันทำตามกม.ขับ 2 ส.ส.งูเห่า

นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการดำเนินการภายหลังพรรคมีมติขับ 2 ส.ส.พ้นพรรค เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า เราต้องแจ้งมติดังกล่าวไปยังกกต. และเมื่อ กกต.ทำหนังสือตอบรับ ฝ่ายทะเบียนพรรคจะนำชื่อส.ส.ทั้ง 2 ออกจากการเป็นสมาชิกของพรรค

เมื่อถามว่ากระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาเท่าใด เพราะ ส.ส.ทั้ง 2 มีเวลาเพียง 30 วันในการสังกัดพรรคใหม่ นายจักรพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอให้ กกต.มีหนังสือตอบรับกลับมายังพรรคก่อน พรรคจึงดำเนินการต่อ ส่วนกรณีจะร้องขอความเป็นธรรมหรือฟ้องร้องพรรคกลับก็เป็นสิทธิของเขา เราได้ทำตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับพรรค ที่ผ่านมาพรรคได้พยายามเชิญทั้ง 2 มาชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่เคยเข้ามาชี้แจงใดๆ ดังนั้นหากจะมีการฟ้องร้อง พรรคสามารถชี้แจงได้ว่าเราดำเนินการ ด้วยเหตุผลใดและตามข้อบังคับพรรคข้อใด ยืนยันว่าเราได้ทำตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคอย่างเคร่งครัด

ศรัณย์วุฒินัดแถลงหลังถูกขับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ กล่าวถึงพท.มีมติขับออกจากพรรคว่า วันที่ 14 ต.ค. ตนจะแถลงถึงรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงท่าทีต่อมติของพรรค และกรณีสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ที่รัฐสภา

เมื่อถามว่ามีพรรคใดมาทาบทาม เป็นพรรค ฝ่ายเผด็จการหรือฝ่ายประชาธิปไตย นายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ตนยังไม่ขอตอบ เพราะอยากพูดให้กับทุกคนรับทราบพร้อมกัน

‘ธรรมนัส’ปักหมุดขอนแก่น

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออร์คิด จ.ขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชี รายชื่อ นายวัฒนา ช่างเหลา และนายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เข้าพบปะสมาชิกพรรค และสังเกตการณ์การประชุมเลือกตั้งตัวแทนพรรคประจำจ.ขอนแก่น เขตเลือกตั้ง 3, 4, 5, 9 ตามระเบียบของกกต. โดยมีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในการประชุมเลือกตัวแทนเขตของพรรคในวันนี้ได้รับความสนใจ จากชาวขอนแก่นทุกเขตเป็นจำนวนมาก สะท้อนว่าประชาชนมีความพร้อมและกระตือ รือร้นเตรียมการเลือกตั้ง อีกทั้งการประชุมเพื่อเลือกตัวแทนจ.ขอนแก่นในครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนตามระบบการคัดเลือกผู้สมัครขั้นต้น หรือไพรมารีโหวต ซึ่งพรรคพร้อมเลือกตัวแทน เขตให้ครบทั้ง 400 เขตตามที่วางเป้าหมายไว้

มั่นใจพปชร.ได้เก้าอี้เพิ่มขึ้น

“ด้วยนโยบายที่ชัดเจน แน่วแน่และแน่นอน จะทำให้พปชร.คว้าชัยในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ได้ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะขอนแก่น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ปรับให้ขอนแก่นจากเดิมมีส.ส. 10 คน เป็น 11 คน ตามสัดส่วนของจำนวนประชากรในพื้นที่ ดังนั้น การเตรียมการในด้านต่างๆ ไม่เร็วเกินไปและคงไม่มีใครขยับขยายไปไหน ซึ่งทุกพรรคต่างลงพื้นที่ต่อเนื่อง พปชร.ก็ทำงานหนักอย่างเข้มข้นเช่นกัน ซึ่งขอนแก่นวันนี้พรรคปักหมุดชัดเจนที่จะทำงานทางการเมืองกันอย่างหนักในการเลือกตั้งที่จะมาถึง” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

จ่อลงพื้นที่นราธิวาส-พบส.ส.ใต้

เลขาธิการ พปชร.กล่าวว่า คิวต่อไปคือจ.นราธิวาส คณะทำงานจะลงพื้นที่พูดคุยกับ ส.ส.ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ และผู้แทนของพรรคประจำเขตเลือกตั้งตามแผนงานที่กำหนดไว้ ซึ่งตนทำงานทางการเมืองมานาน จึงรู้ถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งตามระยะเวลาของรัฐบาลที่เหลือปีกว่าๆ ในฐานะแม่บ้านของพรรค และส.ส.ของพรรค จะทำงานร่วมกันกับส.ส.ของพรรคและคณะทำงานทุกฝ่ายอย่างเข้มข้นต่อไป

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนใครจะไปใครจะมาหรือขยับขยายไปไหนนั้นยังคงไม่ขอพูดถึง ขอให้ทุกคนมีความมั่นใจในนโยบายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร ที่มีเป้าหมายทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชน ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำมาตลอดว่าทุกคนต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เดินไปข้างหน้าเพื่อความเป็นปึกแผ่นของพรรค และเป็นที่พึ่งพาได้ของประชาชนต่อไป


อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส นางนฤมล และส.ส.ขอนแก่น เตรียมพร้อมรอต้อนรับพล.อ.ประวิตรที่มีกำหนดการลงพื้นที่จ.ขอนแก่น ตรวจราชการและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในวันที่ 14 ต.ค.นี้

พปชร.จัดขบวนรอรับ‘ตู่-ป้อม’

นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และรองเลขาธิการพปชร. กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการของพล.อ.ประวิตร ในวันที่ 14 ต.ค. ที่จ.ขอนแก่น และพล.อ.ประยุทธ์ วันที่ 15 ต.ค. ที่จ.อุบลราชธานีว่า ส.ส.พปชร.จะลงพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัด หลังลงพื้นที่จ.ขอนแก่น จะไปรอรับ และร่วมพื้นที่กับนายกฯ ที่จ.อุบลราชธานี จึงไม่มีเรื่องวัดกำลังจำนวนส.ส. ตอนนี้เป็นเรื่อง แก้ปัญหาน้ำท่วมที่ยังเดือดร้อนหลายพื้นที่ และแก้ปัญหาโควิด-19 โดยการลงพื้นที่ของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคจะมีต่อเนื่อง รวมถึงส.ส. โดยแจ้งทางกลุ่มไลน์พรรคว่าหมดปัญหาน้ำท่วม ยังมีปัญหาราคาพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวที่ต้องเร่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร

‘สุวิทย์’ขอเว้นวรรคการเมือง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรองหัวหน้าพรรค พปชร. และอดีตรมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกลุ่ม 4 กุมารเตรียมจับมือกลุ่มการเมืองว่า ไม่ทราบและไม่ได้ติดตาม ตนได้บอกกับคนอื่นในทีม 4 กุมารแล้วว่าครั้งนี้ขอเว้นวรรคทางการเมือง และให้กำลังใจทุกคนที่จะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป เมื่อตนลงจากตำแหน่ง ได้ขับเคลื่อนเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน เรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจ สีเขียว สร้างโอกาสของประเทศไทยในเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงทางด้านอาหาร สุขภาพ และมีงานทำ การทำงานตรงนี้ถือเป็น การทำให้บ้านเมืองได้อีกทางหนึ่ง

เมื่อถามว่าเหตุผลที่ต้องการเว้นวรรคทางการเมืองเป็นเพราะการเมืองที่ได้เจอมาหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า เมื่อเรามาเราก็ต้องไป ไม่ได้ยึดติด และด้วยสูตรโครงสร้างเวลานั้นทำให้ไม่สามารถเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับส.ส. ในสภาได้ ซึ่งเป็นจุดตายและเรื่องเกมการเมือง เราก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

กกต.ถก‘วิษณุ’ยกร่างกม.เลือกตั้ง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เตรียมเชิญหารือเกี่ยวกับการยกร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ว่า วันที่ 14 ต.ค. เวลา 13.30 น. ตนและคณะจะเข้าหารือกับนายวิษณุ ที่ทำเนียบ รัฐบาล เบื้องต้นคงหารือว่าถ้าจะยกร่างกฎหมาย ดังกล่าวจะเป็นลักษณะอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 (1) กำหนดให้องค์กรอิสระเสนอแนะครม.ได้ ขณะนี้สำนักงานกกต.ได้เตรียมศึกษารายละเอียดไว้บ้างแล้ว เพื่อให้สอดคล้อง กับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ ทั้งนี้ ตามขั้นตอนการเสนอยกร่าง สำนักงานต้องเสนอให้กกต.พิจารณาก่อนเสนอ ครม. เพราะอำนาจอยู่ที่กกต.

ชง 35 มาตรา-วิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางกกต.จะนำเสนอร่างแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่สำนักงานกกต.ได้ศึกษาและยกร่างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านความ เห็นชอบของรัฐสภา เบื้องต้นร่างแก้ไขพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่จะเสนอมี 35 มาตรา เป็นการแก้ไขให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส.ส.เขต 400 คนและส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน

ส่วนการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้งทั้งประเทศ มารวมกันหารด้วย 100 เพื่อให้ได้คะแนนต่อส.ส. 1 คน และหากจัดสรรแล้วยังได้ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ 100 คน จะจัดสรร ให้พรรคที่เหลือคะแนนเศษมากตามลำดับ การแบ่งเขตใหม่ 400 เขตให้เสร็จใน 90 วัน ส.ส.เขตใช้เบอร์เดียวกับเบอร์พรรค การลดเวลา ลงคะแนนเหลือ 16.00 น.เช่นเดิม เพิ่มกรรมการ ประจำหน่วยจาก 5 คนเป็น 9 คน กำหนดจำนวน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต่อหน่วย 800 คน เป็นต้น

เล็งปรับแก้ไพรมารี่โหวต

นอกจากนี้ อาจมีการหารือถึงข้อติดขัด ของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง ที่กกต. ได้รับฟังจากพรรคการเมือง คือกรณีการทำไพรมารีโหวต เพื่อคัดเลือกและส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เพราะนับแต่ใช้บังคับพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง2560 จนปัจจุบันการจัดตั้งสาขาพรรค การหาสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำไพรมารี่โหวตแต่ละพรรคยังเป็นปัญหา สมควรต้องแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเรื่องดังกล่าวด้วยหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้เสนอแนวทางแก้ไขให้สำนักงานกกต. ไปพิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้ พรรคจะส่งผู้สมัครได้ ต้องมีสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้งนั้นว่า หากแก้ไขเป็น พรรคงจะส่งผู้สมัครได้ต้องมีสาขาพรรค จังหวัดละ 1 แห่ง ประชุมร่วมกับสมาชิก 500 คน สามารถลงคะแนนเลือกผู้สมัครในทุกเขตเลือกตั้งของจังหวัดตามบัญชีที่คณะกรรมการสรรหาส่งมาได้ น่าจะทำให้กระบวนการคัดสรรผู้สมัครของพรรคคล่องตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังกกต.หารือกับรัฐบาลแล้ว จะนำประเด็นหารือ กลับมาเสนอต่อที่ประชุม กกต. ก่อนยกร่างแก้ไขกฎหมาย และนำไปรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ก่อนเสนอครม.และรัฐสภาพิจารณาต่อไป

สมชัยจี้ปปช.แจงคดีน้องบิ๊กตู่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. โพสต์เฟซบุ๊กถึงที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 8 ต่อ 1 ตีตกข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ กรณีปกปิดบัญชีทรัพย์สินในส่วนของรายการบ้านและที่ดิน โดยระบุว่า ป.ป.ช.ควรออกมาชี้แจงประชาชน ซึ่งคำตัดสินของป.ป.ช. โดยมีคำแถลงเป็นเอกสารถึงเหตุของการยกคดี เพียงไม่กี่บรรทัดว่า เนื่องจากเป็นบ้านที่สร้างไม่เสร็จและขาดเจตนาในการไม่แจ้งนั้น น่าจะไม่เพียงพอทำให้สังคมเชื่อถือ แถมยังเป็นการตอกย้ำถึงการทำงานที่เอนเอียงเข้ากับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองอีกครั้ง นับแต่กรณีนาฬิกายืมเพื่อนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

นายสมชัยระบุด้วยว่า เราเชื่อว่าการลงมติถึง 8 ต่อ 1 ในกรณีดังกล่าว ต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ และสมควรตั้งโต๊ะแถลงให้เกิดความเข้าใจ มิเช่นนั้นคนจะยิ่งเชื่อว่า องค์กรนี้ไม่มีประโยชน์ในการปราบปรามทุจริต และประพฤติมิชอบ ป.ป.ช.ที่เป็นตัวบุคคล มาแล้วไป แต่ศักดิ์ศรีแห่งองค์กรอิสระต้องรักษาไว้ อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ออกเอกสาร หรือให้เจ้าหน้าที่มาแถลงแล้วจบ

จตุพรนอนคุกต่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคี ประชาชน เพื่อประเทศไทย ได้มาติดตามการปล่อยตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำไทยไม่ทน ที่ได้รับการอภัยโทษ ในคดีหมิ่นประมาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำ เปิดเผยว่า ในวันนี้มีนักโทษถูกปล่อยตัว ทั้งสิ้น 94 คนและไม่มีรายชื่อของนายจตุพร เนื่องจากติดคดีบุกบ้าน สี่เสาเทเวศร์

ขณะที่กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายไทกร พลสุวรรณ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ที่มารอรับหน้าเรือนจำยืนยันจะปักรอคำสั่งศาลในคดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ที่ได้ให้ทนายไปยื่นประกันตัวอีกครั้งที่ศาลอาญา ในช่วงเช้าวันนี้

ต่อมาเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังไม่มีคำสั่งจากศาลเรื่องการให้ประกันตัวหรือไม่ ทำให้ยังไม่มีการปล่อยตัวนายจตุพร แต่อย่างใด

เรียกร้อง – กลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรมเสวนากระบวนการยุติธรรม กับอิสรภาพนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยผู้ชุมนุมนำภาพของน.ส.เบนจา อะปัญ มาชู เพื่อเรียกร้องให้ได้รับการประกันตัว เมื่อวันที่ 13 ต.ค.

ทะลุฟ้าจัดเวทีหน้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 15.30 น.กลุ่มทะลุฟ้า ได้จัดเวทีกิจกรรมงานเสวนา “กระบวนการยุติธรรม กับอิสรภาพนักเคลื่อนไหวทางการเมือง” พร้อมขึงป้ายผ้าข้อความ ‘พวกเขาคือนักสู้ไม่ใช่นักโทษ’ เป็นฉากหลังของเวที และติดภาพวาดของ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกคุมขัง โดยมีประชาชนทยอยมาร่วมกิจกรรม และก่อนเริ่มกิจกรรมได้เปิดเวทีให้ประชาชนขึ้นมาระบายความรู้สึก

ส่วนบริเวณประตูเรือนจำ กลุ่มทะลุฟ้า จัดนิทรรศการศิลปะ โดยติดภาพวาดจากหลากหลายศิลปินเพื่อประชาชน ตลอดแนวรั้ว เรือนจำ ไปจนถึงขึงป้ายผ้า 4 ข้อเรียกร้อง กระจายรอบพื้นที่ชุมนุม ทั้งบนทางเท้าและเกาะกลางถนน พร้อมทั้งให้มวลชนได้รวมกันเขียนจดหมายถึงผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ

ทะลุแก๊สร่วมด้วย

ทั้งนี้ มีการขึงลวดหนามหีบเพลงตลอดแนวรั้วเรือนจำ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรถน้ำแรงดันสูงหรือรถจีโน่ 2 คัน และรถคุมผู้ต้องหา 2 คัน จอดอยู่ภายในสถานบำบัดพิเศษกลาง ใกล้กับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ต่อมาเวลา 16.32 น. ผู้ร่วมชุมนุมทะลุแก๊สขี่รถจักรยานยนต์ชู 3 นิ้ว มาจอดริมทางเท้า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินเท้า เข้ามาในเวลาเดียวกัน เยาวชนทะลุแก๊ส จึงเดินต้อนเจ้าหน้าที่และด่าทอ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่คุกคาม จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ‘ตู่ -ป้อม-หนู-อู๊ด’ หารือลับ อ้างไม่เกี่ยวปรับ-ยุบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง