บีบีซีและเอเอฟพีรายงานวันที่ 13 ก.ค.ว่า ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา อายุ 73 ปี ผู้นำศรีลังกา เดินทางถึงมัลดีฟส์ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนำกำลังขัดขวางนายราชปักษาและครอบครัวที่พยายามขึ้นเครื่องบินจากสนามบินหลักของประเทศเพื่อมุ่งหน้าไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประท้วงที่ทำเนียบพักประธานาธิบดีพากันส่งเสียงยินดีกับความสำเร็จในการขับไล่นายราชปักษา

ต่อมาประธานรัฐสภาศรีลังกาแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่านายราชปักษาบอกกับตนว่าได้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห เป็นรักษาการประธานาธิบดี และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศทันที ภายหลังผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวหน้าสำนักงานนายกรัฐมนตรีและกดดันให้นายวิกรมสิงเหเร่งลาออกตามที่เคยสัญญาไว้ว่าจะเปิดทางจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม นายวิกรมสิงเหออกแถลงทางโทรทัศน์ว่าสั่งการให้กองทัพและตำรวจทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อฟื้นคืนความสงบเรียบร้อยในสังคม “ผู้ประท้วงต้องการหยุดผมจากการทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี เราไม่สามารถอนุญาตให้พวกนิยมความรุนแรงเข้ายึดครองได้”

ดุเดือด – กลุ่มผู้ประท้วงใช้น้ำล้างหน้าหลังถูกลูกหลงจากแก๊สน้ำตาที่เจ้าหน้าที่ใช้สลายการชุมนุมหน้าสำนักงานนายกรัฐมนตรีในกรุงโคลัมโบ ขณะที่นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห รักษาการประธานาธิบดี สั่งการทำทุกทางเพื่อคุมม็อบ เมื่อ 13 ก.ค. (รอยเตอร์)

สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศของนาราชปักษานั้น แหล่งข่าวเผยว่า นายราชปักษาพร้อมด้วยภรรยาและเจ้าหน้าที่อารักขาอีก 2 คน เดินทางด้วยเครื่องบินอานโตนอฟ 32 ของ กองทัพศรีลังกา จากสนามบินในกรุงโคลัมโบและถึงสนามบินกรุงมาเลของมัลดีฟส์ เมื่อเวลาราว 03.00 น. จากนั้นนั่งรถยนต์ซึ่งมีตำรวจอารักขาเดินทางไปยังสถานที่ซึ่งไม่มีการเปิดเผย

ส่วนนายบาซิล ราชปักษา น้องชายของนายโกตาบายา อดีตรมว.คลังที่ลาออกตั้งแต่เดือนเม.ย. และถูกขัดขวางไม่ให้ขึ้นเครื่องบินไปนครดูไบเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเช่นกัน ล่าสุดแหล่งข่าวระบุว่านายบาซิลออกนอกประเทศแล้ว คาดว่าจะมุ่งหน้าไปสหรัฐอเมริกา เนื่องจากนายบาซิลถือหนังสือเดินทางของสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพบกระเป๋าเอกสารและเงินสดเกือบ 1.8 ล้านบาทถูกทิ้งไว้ในที่พักประธานาธิบดีซึ่งศาลกรุงโคลัมโบยึดไว้เป็นของกลาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน