Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 8 มี.ค. 2564

30 ปี รัฐประหาร รสช. การแย่งอำนาจที่นำไปสู่การนองเลือด "พฤษภาทมิฬ"

23 ก.พ. 2564 - 21:05 น.

30 ปี รัฐประหาร รสช. การแย่งอำนาจที่นำไปสู่การนองเลือด “พฤษภาทมิฬ” – BBCไทย

เมื่อพูดถึงการยึดอำนาจการปกครองโดย รสช.หรือคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ สิ่งที่ผู้เขียนนึกถึงเป็นอย่างแรก คือ “พฤษภาทมิฬ” ซึ่งเป็นเหตุการณ์อันเป็นผลพวงต่อเนื่องกันที่เกิดขึ้นในปีต่อมา

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 คณะ รสช. นำโดย พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กจ๊อด บิดาผู้ล่วงลับของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ตอนนั้นผู้เขียนเพิ่งเริ่มทำงานข่าวได้เพียง 2 ปีเศษ ถือเป็นเหตุการณ์รัฐประหารครั้งแรกในชีวิตการเป็นผู้สื่อข่าว

แน่นอนว่าการปฏิวัติรัฐประหารซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ ทั้งตัวผู้กระทำเอง ผู้ถูกกระทำ สื่อมวลชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือแม้แต่ประชาชนคนธรรมดาทั่วไป ย่อมจะอดรู้สึกตื่นเต้นและหวาดหวั่นไม่ได้

1992/05/20: The King of Thailand, His Majesty King Bhumibol Adulyadej lectures the two protagonists in the recent struggle for democracy in Thailand. Chamlong Srimuang (left), the de facto leader of the street demonstrations, kneels next to General Suchinda Kraprayoon who was one of the leaders of a civilian-government toppling coup in 1991 and was later to proclaim himself Prime Minister thereby sparking the demonstrations and violence that left dozens of civilians dead, shot by the Thai Military. Soon after this meeting Suchinda resigned
Getty Images

ในการออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ครั้งหนึ่ง จะด้วยความไม่คุ้นชินหรือเพราะเหตุอื่น หลังจาก “บิ๊กจ๊อด” อ่านแถลงการณ์ไปได้เพียงไม่กี่ประโยคก็เริ่มอ่านผิดและมีท่าทีตะกุกตะกัก แต่คงจะเข้าใจว่าแถลงการณ์ที่กำลังอ่านอยู่นั้น เป็นการอัดเทปเพื่อนำไปออกอากาศภายหลัง หารู้ไม่ว่ากำลังถ่ายทอดสด ดังนั้นแทนที่จะแก้ไขคำพูดให้ถูกต้อง แล้วก็อ่านหรือพูดต่อ พล.อ.สุนทร กลับหยุดชะงักไปประมาณ 1 วินาที ก่อนเงยหน้ามองกล้อง แล้วเอ่ยคำพูดไม่ต่างจากการออกคำสั่งต่อทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ว่า “เอาใหม่”

getty images
Getty Images

คณะ รสช.ใช้ กอ.รมน. หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สวนรื่นฤดี เป็นฐานที่มั่น ในช่วงก่อนจัดตั้งรัฐบาลที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี บรรดาผู้สื่อข่าวต้องไปนั่งเฝ้ากันอยู่รอบรั้วสวนรื่นฯ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเพื่อรอติดตามความเคลื่อนไหวของแกนนำ รสช. ซึ่งนอกจากพล.อ.สุนทร แล้ว ยังมี “สุ-เต้-ตุ๋ย” คือ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อ. เกษตร โรจนนิล ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.อ. อิสระพงศ์ หนุนภักดี รองผู้บัญชาการทหารบก (ตำแหน่งขณะนั้น)

บิ๊กจ๊อด เจ้าของฉายา “ชายเสื้อคับ” มีคติพจน์ประจำตัวว่า “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” หลังจากนำการรัฐประหารแล้ว ก็ดูเหมือนจะปล่อยให้ “สุ-เต้-ตุ๋ย” มีบทบาททางการเมืองมากกว่าตัวเอง

และแม้หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ รสช.อ้างเพื่อยึดอำนาจ คือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ที่รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ถูกขนานนามว่า “บุฟเฟ่ต์คาบิเน็ต” แต่ในภายหลัง รสช.ก็ไม่ได้ตามล้างตามเช็ดเล่นงานเอาผิดบุคคลในรัฐบาลชุดเก่าอย่างจริงจัง ทั้งพล.อ. ชาติชาย และนักการเมืองหน้าเดิม ๆ ยังกลับมารับเลือกตั้ง และร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับแกนนำ รสช.อีก อุณหภูมิการเมืองในยุคนั้นจึงไม่ค่อยร้อนแรงนัก

getty images
Getty Images

ตรงกันข้าม หลังจากรัฐบาลนายอานันท์ ลงจากตำแหน่ง หลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2535 พรรคสามัคคีธรรมที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสนับสนุนให้พลเอกสุจินดา เป็นนายกรัฐมนตรี นำมาซึ่งกระแสต่อต้านว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของ รสช. และเริ่มมีการชุมนุมประท้วงต่อเนื่อง นำมาซึ่งเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ

During protests against the government of Prime Minister Suchinda Kraprayoon, thaï troops began shooting after angry crowds went on a rampage on May 20, 1992 in the city center of Bangkok.
Getty Images

พล.ต. จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำการชุมนุมประท้วง ถูกจับกุมกลางที่ชุมนุมบนถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นสถานการณ์ที่คุกรุ่นอยู่แล้วยิ่งปะทุรุนแรงขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มก่อจลาจล จุดไฟเผาสถานที่ต่าง ๆ ยึดรถเมล์พยายามขับฝ่าแนวปิดล้อมของทหาร มีการยิงปะทะกันเป็นระยะตลอดทั้งวัน

ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่ใช่ช่องทางสื่อสารในไทย โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็เป็นของหายาก เครื่องมือสื่อสารที่นักข่าวแทบทุกคนในยุคนั้นมีติดตัว คือ เพจเจอร์ พอสั่นหรือดังปี๊บ ๆ ก็ต้องวิ่งหาโทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญกันจ้าละหวั่น ผู้สื่อข่าวบางคนรวมทั้งผู้เขียนได้รับแจกวิทยุสื่อสารไว้ใช้พูดคุยติดต่อกันในระยะใกล้ ๆ ด้วยข้อความสั้น ๆ

กลางดึกคืนนั้น ผู้เขียนและเพื่อนนักข่าวกลุ่มเล็ก ๆ แอบหลบกันอยู่ท่ามกลางความมืดในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งริมถนนราชดำเนิน ด้านนอกอาคารระงมไปด้วยเสียงปืน เสียงทุบทำลายขว้างปาสิ่งของ เสียงทหารประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมสลายตัว ขณะที่กำลังทหารรุกคืบจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปถึงโรงแรมรัตนโกสินทร์ และอาคารกรมประชาสัมพันธ์เก่าที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

ผู้เขียนกับเพื่อน ๆ รออยู่จนหลังเที่ยงคืนไม่กล้าออกมา จนมีเสียงเรียกผ่านวิทยุสื่อสารจากนักข่าวรุ่นพี่คนหนึ่งบอกว่า “มารับแล้ว ออกมาได้” จึงได้ออกมาขึ้นรถกลับสำนักงาน

คนที่ผ่านเหตุการณ์ช่วงนั้นคงยังจำกันได้ ถึงภาพถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ที่พลเอกสุจินดา และพลตรีจำลอง หมอบเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหลังจากนั้นพลเอกสุจินดา ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์บ้านเมืองจึงคลี่คลายลง

นอกจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬแล้ว ย้อนไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 มีอีกเพียงครั้งเดียวที่พระมหากษัตริย์ทรงเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างชัดเจน คือทรงมีกระแสพระราชดำรัสเพื่อยุติเหตุการณ์ “วันมหาวิปโยค” 14 ตุลาคม 2516

หลังพฤษภาทมิฬ มีอีกภาพหนึ่งที่ผู้เขียนจำได้ติดตา เป็นภาพถ่ายด้านหลังของทหารกลุ่มหนึ่งถือปืนเดินเรียงแถวมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยท่ามกลางกลุ่มควันขมุกขมัว มีการนำภาพนี้ไปพิมพ์เป็นโปสเตอร์ และเสื้อยืด พร้อมข้อความว่า “No More Dictatorship in Thailand”

ผ่านมาเกือบ 30 ปี คำกล่าวนั้น ยังไม่มีทีท่าว่าจะเป็นความจริง

และถึงวันนี้ หากวังวนความขัดแย้งทางการเมืองนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดอีก ยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะจบลงอย่างไร

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ 30 ปี รัฐประหาร รสช. การแย่งอำนาจที่นำไปสู่การนองเลือด "พฤษภาทมิฬ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง