ความไม่ปกติ

6 ก.ย. 2564 - 00:07 น.

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ปัญหาก่อนและหลังการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 6 คน แสดงให้เห็นว่าไม่ได้อยู่ที่การลงคะแนนของสมาชิกพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านเท่าใดนัก

เพราะผลของการลงคะแนนเป็นเรื่องเทคนิค แต่การยอมรับของประชาชนเป็นเรื่องเนื้อหาและกระบวนการประชาธิปไตย

เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการไม่สะท้อนเสียงประชาชนตามความเป็นจริง บรรยากาศทางการเมืองจะไม่ปลอดโปร่ง เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ปรากฏผ่านการดิ้นรนของรัฐบาลที่พยายามปกป้องตนเอง รวมถึงใช้กลไกของรัฐต้านทานเสียงตรงข้าม

ส่วนมวลชนจะเดินหน้าชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเวทีของการสะท้อนความเห็นหรือระบายความรู้สึกของประชาชนผ่านส.ส. แต่กลับไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงใดๆ เพราะกลไกที่ล็อกไว้ไม่ยืดหยุ่น

คำชี้แจงของรัฐบาลไม่อาจตอบคำถามให้ตรงประเด็น เช่น ตอบไม่ได้ว่าทำไมวัคซีนจึงมาไม่ทันการณ์ พลาดจังหวะชี้เป็นชี้ตาย จนเกิดวิกฤตโรคระบาด


การขอโทษหรือการแสดงความเสียใจของรัฐบาล จึงไม่มีผลต่อการเยียวยาหรือฟื้นฟูจิตใจประชาชน

การเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารงานและทวงถามความรับผิดชอบ จึงหาจุดประนีประนอมไม่ได้

ปัจจัยสำคัญอีกด้านที่ส่งผลต่อบรรยากาศบ้านเมืองและการเมือง คือสภาพเศรษฐกิจ

หากประชาชนจำนวนมากอยู่อย่างขัดสน เดือดร้อน หนี้สินพอกพูน มองไม่เห็นทางออกที่เป็นความหวัง ความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองจะยิ่งตึงเครียดขึ้นอีก

หนทางที่พอจะช่วยกู้สถานการณ์นี้ได้ ไม่ใช่เสียงอุ้มชูรัฐบาลในสภา แต่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะต้องยกระดับสู่การเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

เสียงของประชาชนจะต้องมีความหมายมากขึ้น มีความสำคัญที่จะตัดสินใจในการใช้งบประมาณ ใช้ทรัพยากร ใช้ระบบราชการตอบสนองคนส่วนใหญ่ในระดับที่กระจายอำนาจและมีความสมดุลระหว่างกลุ่มคนต่างๆ

ถ้ารัฐบาลยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ และคิดอยู่รอดด้วยเสียงลงมติ ความไม่ปกตินี้จะยืดเยื้อต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ความไม่ปกติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง