‘อนุทิน’ บอกอย่ามโน ใช้กัญชาสันทนาการ ชี้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลั่นผิดกฎหมายต้องถูกจับ

‘อนุทิน’ บอกอย่ามโน ใช้กัญชาสันทนาการ ชี้เพื่อการแพทย์เท่านั้น
ลั่นผิดกฎหมายต้องถูกจับ

“อนุทิน” ยันใช้ “กัญชา” ทางการแพทย์เท่านั้น เอาไปใช้สันทนาการ มโนคิดไปเอง ส่วนนโยบายบ้านละ 6 ต้น ต้องรับผิดชอบกันเอง หากทำผิดตรวจพบถูกจับแน่นอน เผยอนุญาตปลูกกัญชาแล้ว 9 ราย อย.เผยคกก.ยาเสพติดฯ เห็นชอบแก้ประกาศฯ เมล็ดพันธุ์-ต้นกัญชง ให้มีทีเอชซีไม่เกิน 1% รอปลัดสธ.ลงนาม

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากัญชาทางการแพทย์ ระหว่างตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า ได้รับรายงานจาก อย.ว่า คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ได้อนุญาตให้มีการปลูกกัญชาไปแล้ว 9 ราย

ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม (อภ.), มหาวิทยาลัยรังสิต, รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร, รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนเพลาเพลิน, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, กรมการแพทย์ โดยจะปลูกที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แพร่ และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา 2 ราย คือ สภาเกษตรกรลำปาง และมหาวิทยาลัยศิลปากร ปลูกที่นครราชสีมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

“ยืนยันว่านโยบายเป็นการใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนใครที่คิดจะเอากัญชาไปใช้ในเชิงสันทนาการ เป็นสิ่งที่มโนคิดไปเอง และยืนยันว่าไม่มีใครในพรรคภูมิใจไทยที่มีธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา แต่พรรคภูมิใจไทยหยิบมาเป็นนโยบาย เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่า มีประโยชน์ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถปลูกได้บ้านละ 6 ต้น แต่เป็นลักษณะการใช้เป็นยาสมุนไพร ส่วนใครจะนำมาใช้ตากแห้ง มวนสูบก็จะต้องถูกจับ เพราะกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ทำ คนที่ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบเอง เพราะปลูกแล้วไม่ได้ใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ตามที่กฎหมายอนุญาต” นายอนุทินกล่าว

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงวันที่ 4 ต.ค. 2562 ในส่วนของระบบการอนุญาตนั้น การปลูกอนุญาตผู้ปลูกแล้ว 9 ราย อนุญาตให้สกัด 11 ราย จำหน่าย 368 ราย ครอบครอง 21 ราย นำเข้า 3 ราย รวมทั้งสิ้น 412 ราย อย่างไรก็ตาม ใน ธ.ค.นี้ จะมีการเพิ่มช่องทางในส่วนภูมิภาค โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สามารถรับคำขอ และเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารและสถานที่ได้ ก่อนส่งเรื่องมาเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษในการอนุญาตต่อไป

สำหรับการผลิตและการกระจายยา ในส่วนของแผนปัจจุบัน ผลิตรวม 31,442 ขวด แยกเป็นของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร 24,091 ขวด และ อภ. จำนวน 7,351 ขวด คือ ซีบีดี 500 ขวด สูตรหนึ่งต่อหนึ่ง 2,425 ขวด และทีเอชซี 4,426 ขวด ส่วนแผนไทย ผลิตรวม 14,580 ซอง เป็นตำรับทำลายพระสุเมรุ 9,630 ซอง และศุขไสยาศน์ 4,950 ซอง และน้ำมันกัญชาสูตรเดชา 14,450 ขวด ส่วนการใช้ยากัญชา พบว่า แผนปัจจุบันใช้ 424 ขวดใน รพ.นำร่อง 13 แห่ง ส่วนแผนไทย ใช้ 939 ซอง ในรพ.นำร่อง 10 แห่ง

นพ.ไพศาล กล่าวอีกว่า สำหรับกัญชงที่จะส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่นั้น จากเดิมที่มีการออกประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ กำหนดให้ในเมล็ดที่จะปลูกต้องมีสารทีเอชซีไม่เกิน 0.3% แต่เกิดการทักท้วงจากหลายฝ่าย ซึ่ง รมว.สธ.ขอให้ทบทวน ล่าสุด คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาและเห็นชอบให้กำหนดเมล็ดพันธุ์กัญชงที่จะปลูกได้ต้องมีสารทีเอชซีไม่เกิน 1% และต้นพันธุ์ต้องมีสารทีเอชซีไม่เกิน 1% ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการลงนามโดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดฯ ส่วนร่างกฎกระทรวงผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือครอบครองกัญชง พ.ศ…. ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ คาดว่าจะเสนอต่อ รมว.สธ.ภายใน พ.ย. 2562 ก่อนเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ลางสังหรณ์แม่ช่วยลูกรอด! กรีดเลือดเขียนจม.ลาตาย แล้วคว้าเชือกแขวนคอ(คลิป)
บทความถัดไปธรรมนัส พรหมเผ่า : คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ คำพิพากษาของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ คดี มนัส โบพรหม