บิ๊กตู่ เผยพ.ร.บ.การปรับเป็นพินัย เตรียมมีผลบังคับใช้ โวเป็นการปฏิรูปกฎหมาย กำหนดโทษใหม่ ทำผิดอาญาไม่รุนแรง ไม่มีโทษถึงจำคุก ให้เป็นโทษปรับ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า วันนี้มีความยินดีที่เราสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้บ้านเมือง ในการดูแลประชาชนตัวเล็กๆ ไม่ให้ถูกตีตราว่า เป็นอาชญากร เพียงเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยเหมือนในอดีต ที่สำคัญถือว่าสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอีกด้วย โดยการผลักดัน พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ที่ยึดหลักสากลในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ได้เป็นผลสำเร็จ และจะมีผลบังคับใช้หลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 240 วัน

นายกฯ ระบุว่า กฎหมายการปรับเป็นพินัยนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบการกำหนดโทษใหม่ ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย สิ่งที่เป็นหัวใจของกฎหมายนี้ ที่ตนถือเป็นการรักษาความเป็นธรรม และเคารพศักดิ์ความเป็นมนุษย์ของทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนก็คือ การเปลี่ยนการลงโทษ จากการทำผิดทางอาญาที่ไม่รุนแรง ไม่มีโทษถึงจำคุก ให้เป็น โทษปรับทางพินัย

เป็นผลดีหลายประการ เช่น ไม่ถูกบันทึกประวัติอาชญากรรม ไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือให้เสียประวัติ เสียชื่อเสียง กระทบต่อหน้าที่การงาน รับโทษปรับอย่างเดียว ไม่มีการกักขังระหว่างพิจารณาคดี ไม่เป็นภาระประกันตัว ค่าปรับผ่อนชำระได้ หรือเลือกทำงานบริการสังคมแทนก็ได้ และศาลอาจพิจารณาลดค่าปรับ หรือเพียงตักเตือนโดยไม่ต้องปรับได้ หากเป็นการทำผิดเพราะความยากจน โดยศาลจะคำนึงถึงพฤติกรรมการกระทำผิดและสถานะทางเศรษฐกิจด้วยเสมอ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยิ่งกว่านั้น ในภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมแล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ แก้ปัญหาคดีล้นศาล เพราะคดีเล็กน้อยที่ปรับเป็นพินัยแล้ว จะลดภาระในกระบวนการยุติธรรม สามารถใช้เวลากับคดีใหญ่ๆ สำคัญกว่าได้มากขึ้น จะเป็นการขจัดวาทกรรมที่ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรมในทางอ้อมได้อีกด้วย

“ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปด้านกฎหมายของประเทศ สะท้อนความร่วมมือทำงานร่วมกันของรัฐบาลและรัฐสภา มุ่งแก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชน ให้ได้รับความเป็นธรรมสูงสุด และสร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการชำระสะสางกฎหมายไม่ให้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตและการทำมาหากินของประชาชนชาวไทย” นายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย นายกฯ ได้ยกกรณีตัวอย่างความผิดเล็กน้อย ที่จะเปลี่ยนเป็นโทษปรับทางพินัย

1.ไม่แสดงใบขับขี่ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท 2.สูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท 3.จอดรถขายผลไม้ริมถนนสาธารณะ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

4.เสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคาเกินกว่าที่กำหนด หรือขายสลากกินแบ่งในสถานศึกษา หรือขายแก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 5.โฆษณาชี้ชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในการเล่นแชร์ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

6.ใช้ยานยนต์บนทางหลวง หรือสะพาน โดยเจตนาหลีกเลี่ยงไม่เสียค่าธรรมเนียม มีความผิดต้องระวางโทษปรับ เป็นจำนวนสิบเท่าของอัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนด 7.ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยแจก แถม ให้ หรือแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ยาสูบกับสินค้าอื่น การให้บริการ หรือสิทธิประโยชน์อื่น แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

8.นำเข้า หรือนำผ่านซึ่งสิ่งไม่ต้องห้าม โดยไม่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับ และไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ปรับไม่เกิน 4,000 บาท 9.นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ กระทำการต้องห้ามในเขตวนอุทยาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

10.ชุมนุมโดยไม่แจ้ง ไม่แจ้งก่อนเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 11.ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง จดทะเบียน ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบทะเบียน ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

12.สร้างโรงเรือนหรือสิ่งอื่น ปลูกต้นไม้หรือพืชผลในเขตเดินสายไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับไม่เกิน 500 บาท 13.ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษา ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน