รมต.ทวี ดันไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอุ้มหายฯ พร้อมมอบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รับลูกการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ต่อไป

วันที่ 15 พ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายวาทยุทธ วิจารณ์กัยกิจ เอกอัครราชทูต รองผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ยื่นสัตยาบันสารของประเทศไทยเพื่อเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of all Persons from Enforced Disappearance : ICPPED) ต่อนาย David Nanopoulos หัวหน้าแผนกสนธิสัญญา (Treaty Section) ขององค์การสหประชาชาติ เรียบร้อยแล้ว โดยอนุสัญญาฯ จะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 นี้

รมว.ยุติธรรม เน้นย้ำว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะหน่วยงานหลักรับผิดชอบอนุสัญญาฯ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ เนื่องจากปัจจุบันได้มีเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน คือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

ซึ่งมีสาระสำคัญที่สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ เช่น การกำหนดฐานความผิดและระวางโทษแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำให้บุคคลสูญหาย การกำหนดมาตรการป้องกันโดยการบันทึกภาพและเสียง พร้อมทั้งจัดทำบันทึกข้อมูลผู้ควบคุมตัว การประกันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัว และสิทธิในการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัว รวมถึงสิทธิที่จะได้รู้ความจริงโดยการกำหนดให้มีการสืบสวนจนกว่าจะพบบุคคลซึ่งถูกกระทำให้สูญหาย ทราบพฤติการณ์การกระทำความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด ด้วย

ทั้งนี้ การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ทำให้ประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศหลักด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ จำนวน 8 ฉบับ จาก 9 ฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจจริงของประเทศไทยในการเคารพสิทธิมนุษยชน และยกระดับความคุ้มครองประชาชนในประเทศไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากล

อ่านอนุสัญญาฉบับเต็มได้ที่ https://shorturl.at/hkPX9

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน