สดช.สัมมนารับมือ “Disruptive Technology”พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส ชู 3 ประเด็นหลักช่วยอุตสาหกรรมไทยอยู่รอด!!

สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดสัมมนา“เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส”ภายใต้โครงการวิเคราะห์วิจัยผลกระทบการเตรียมความพร้อมรับมือ 

นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา “เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส”ภายใต้โครงการวิเคราะห์วิจัยผลกระทบการเตรียมความพร้อม  โดยระบุว่า พัฒนาการของเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งเซ็นเซอร์ การจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) และเครื่องพิมพ์สามมิติ มีการเกิดขึ้นและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยางพลิกผัน (Technology Dsruption) สร้างความกังวลต่อผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย โดยพัฒนาการที่เกิดขึ้นยังจะมีผลกระทบต่อการจ้างงานของแรงงาน โดยงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ จะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบอัจฉริยะที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเอง (Self-Driving Car) ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการประมาณการว่าจะมีผู้เสี่ยงต่อการตกงานถึงกว่าร้อยละ ๕๐ ของแรงงานทั้งหมด ทั้งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย ดังนั้น สดช.ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายมีหน้าที่เตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับยุคแห่งเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันได้ จึงได้จัดประชุมสัมมนา“เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส” ขึ้น เพื่อจัดทํามาตรการและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือในยุคแห่ง Disruptive Technology และนําไปปฏิบัติได้ในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา รวมทั้งเผยแพร่ความเข้าใจ และกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม  

“วัตถุประสงค์หลักๆของการสัมมนา ก็คือ ๑.เพื่อศึกษาพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน (Disruptive Technology) และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ใน ๗ กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมสื่อ ภาคบริการขนส่งผู้โดยสารทางบก บริการโรงแรม และ อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ๒.เพื่อให้ประเทศไทยมีโมเดลการพัฒนาสําหรับรองรับการเกิดขึ้นของ Disruptive Technology และ ๓.เพื่อให้ภาครัฐมีแนวทางในการปรับกลไกการทํางานและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจาก Disruptive Technology โดยมีการนำเสนอผลการศึกษาผลกระทบและการแตรียมความพร้อมรับมือในด้านต่างๆ ใน ๗ กลุ่มอุตสาหกรรมจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งจากภาครัฐ และเอกชน โดยคาดว่าหลังการสัมมนาจะเกิดการตระหนักรู้และเข้าใจความสําคัญของผลกระทบของ Disruptive Technology ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ และเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางรับมือกับผลกระทบของ Disruptive Technology ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ”นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม กล่าว

สำหรับการประชุมสัมมนา“เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส”ภายใต้โครงการวิเคราะห์วิจัยผลกระทบการเตรียมความพร้อม รับมือ Disruptive Technology จัดขึ้น ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชน อาทิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัท เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด สหกรณ์ท็กซี่สยาม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสัมมนา จำนวนประมาณ 500 คน

 

บทความก่อนหน้านี้ชนาธิป นำทัพ ซัปโปโร เก็บตัวเมืองไทย อุ่นแข้ง เชียงใหม่ 25 ม.ค. นี้
บทความถัดไปคลิประทึก เด็กหญิง 5 ขวบ วิ่งตามพ่อข้ามถนน กระบะชนเต็มแรง ร่างกระเด็น