สสวท.ชูความรู้นำไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ปั้นนักคิด ใช้วิทย์สร้างภูมิคุ้มกัน

สสวท.ชูความรู้นำไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ปั้นนักคิด ใช้วิทย์สร้างภูมิคุ้มกัน

​เมื่อวันที่ 21 ส.ค. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ นำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ร่วมจัดแสดงในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ บริเวณบูธกิจกรรมสสวท. ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยมีหัวข้อกิจกรรมคือ “สสวท.ปั้นนักคิดวิทย์สร้างภูมิ (คุ้มกัน)” เพื่อเป็นเวทีความคิดสร้างความตระหนักในความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทเด่นชัดต่อการขับเคลื่อนชีวิต เศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงอนาคตโลก


ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 วิสัยทัศน์เชิงนโยบายเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นำพาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท.จึงเป็นหน่วยงานสำคัญที่สุด มีหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาเรื่องการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของคนไทย ผอ.สสวท. กล่าวอีกว่า สสวท.มีวิสัยทัศน์การดำเนินงาน เพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทำหน้าที่ชี้ทิศทาง และเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ทั้งในและนอกสถานศึกษาให้นักเรียนพัฒนาตามศักยภาพขึ้นเป็นประชากรที่มีความรู้ นักวิชาชีพฐานดี และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำต่อไป

ผอ.สสวท. กล่าวต่อว่า เป้าหมายเด่นชัดจึงมุ่งตรงไปที่คุณภาพของผลผลิต นั่นคือนักเรียนไทยได้รับการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี มีความสามารถ มีทักษะในการนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต สร้างอาชีพ พัฒนาผลผลิต และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน มีทักษะในการใช้ชีวิตโดยไม่ติดกับดักของผลกระทบจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี การเรียนรู้วันนี้จึงต้องสร้างเด็กไทยให้เป็นนักคิดที่มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน แก้ปัญหา โดยยังคงคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมไว้ได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับไวของโลกยุคดิจิทัล หรือสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตนั่นเอง

​”พร้อมกันนี้ สสวท.ได้เร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยรุ่นใหม่ขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรม ผ่านโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) โดยบัณฑิตที่เป็นผลผลิตจากโครงการนี้จะเข้ามาเป็นพลังของประเทศเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ต่อยอดการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มรายได้ทั้งภาคการผลิตและการบริการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในโลกอนาคต” ผอ.สสวท.กล่าว