ซัมซุงเจซีรีส์ x BNK48 จอใหญ่-สเป๊กแรงเอาใจสาวก

ซัมซุงเจซีรีส์

ซัมซุงเจซีรีส์ x BNK48 จอใหญ่-สเป๊กแรงเอาใจสาวก

 

ซัมซุงเจซีรีส์ – J Series นั้นในแวดวงไอทีรู้จักกันในฐานะสมาร์ตโฟนระดับตลาดกลางและล่างของค่ายซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยจุดเด่นด้านราคา มางวดนี้ทางซัมซุงนำผลิตภัณฑ์อย่าง รุ่น J4+ และ J6+ ที่มีจุดเด่นด้านดีไซน์ จอใหญ่ สเป๊กแรง มาโปรโมตร่วมกันกับวงเกิร์ล กรุ๊ปที่กำลังมาแรงและเป็นขวัญใจเหล่าผู้นิยมกระแสป๊อปคัลเจอร์จากแดนปลาดิบอย่าง BNK48

รุ่นที่ทีมข่าวสดไอทีได้มาทด สอบราว 1 สัปดาห์ มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับสาวก BNK48 แถมมาด้วย!

ฟีเจอร์ที่ว่านี้ คือ แอพพลิเคชั่น BNK48 The Campus ซึ่งหาดาวน์โหลดไม่ได้ทั่วไป แต่จะมีมาเฉพาะในรุ่น J4+ และ J6+ ซึ่งร่วมกันกับวง BNK48 เท่านั้น โดยแอพฯ ที่ว่านี้ จะเป็นประตูทางผ่านสำหรับให้บรรดาสาวกได้ชมคอนเทนต์และติดตามผลงานต่างๆ ของเหล่าสาวๆ เกิร์ล กรุ๊ป ที่ว่านี้ แถมยังมีลูกเล่นให้เลือกดาวน์โหลดไปเชยชมได้ อาทิ วอลเปเปอร์โทรศัพท์และเสียงเรียกเข้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสมาชิกวง BNK48 แต่ละคน!

ซัมซุงเจซีรีส์
tsugi no season – BNK48

วิธีการใช้งานนั้นง่ายดายเพียงผู้ใช้สมัครสมาชิก กรอกชื่อบัญชี รหัสผ่าน และอีเมล์ จากนั้นรอรับอีเมล์เพื่อยืนยันตัวตนก็สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอพฯ ได้ทันที

คอนเทนต์ที่แถมมาให้ฟรีในเครื่องรุ่น J4+ ได้แก่ วอลเปเปอร์ของ น้องปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร สมาชิกรุ่น 1 และ น้องจูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน สมาชิกรุ่น 2

ขณะที่เครื่องรุ่น J6+ เป็นวอลเปเปอร์ น้องอร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ และ เฌอปราง อารีย์กุล สมาชิกรุ่น 1

ซัมซุงเจซีรีส์

ทั้งสองรุ่นมีเสียงเรียกเข้าโดยเฌอปราง อารีย์กุล ที่เป็นสุดยอดขวัญใจของหลายๆ คน ทั้งหมดนี้แถมมาให้ฟรี! ถ้ายังไม่หนำใจมีให้เลือกซื้ออีกเพียบในแอพฯ

ความประทับใจแรกจากการทดสอบพบว่า แม้เครื่อง J4+ และ J6+ นั้นจะเป็นสมาร์ตโฟนที่เจาะตลาดล่าง แต่กลับมีการออกแบบและการประกอบที่เยี่ยม เมื่อถือไว้ในมือแทบไม่น่าเชื่อว่า สมาร์ตโฟนระดับนี้ทางซัมซุงสนนราคามาเพียง 4,690 และ 6,990 บาทเท่านั้น!

การออกแบบที่ว่านี้ใช้วัสดุอะลูมิเนียมและกระจกกอริลลากลาสประกบหน้าหลัง พื้นผิวด้านหลังมีลวดลายทำให้ดูสวยงามเตะตา แต่สองรุ่นนี้มองผิวเผินแทบไม่มีอะไรแตกต่างกัน

ซัมซุงเจซีรีส์
กล้องหลัง J4+ และ J6+
ซัมซุงเจซีรีส์
เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่ขอบ

หากจะแยกความแตกต่างได้ง่ายๆ ให้สังเกตที่กล้องหลังซึ่ง J6+ นั้นเป็นระบบกล้องคู่ และมีปุ่มเปิด-ปิดที่เว้าเข้าไปภายในเล็กน้อย ส่วน J4+ จะเป็นกล้องเดี่ยว นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของช่องเสียบด้านล่างเป็น micro-USB และช่องเสียบสายหูฟัง mini-jack ขนาด 3.5 มิลลิเมตร ขอบซ้าย เป็นที่อยู่ของปุ่มปรับระดับเสียง ช่องใส่ sim card 1

ถัดลงมาเป็นช่อง sim card 2 กับ micro-SD card รองรับความจุสูงสุดไม่เกิน 512 กิกะไบต์ (GB) สามารถใส่ได้ทั้งหมดพร้อมกัน จุดนี้นั้นถือว่าครบกว่าสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมราคา 3 หมื่นบาทขึ้นไปบางรุ่นเสียอีก ส่วนขอบอีกด้านหนึ่งเป็นที่อยู่ของปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และช่องลำโพง เหมือนกันทั้งหมด

ซัมซุงเจซีรีส์
ไมโคร-ยูเอสบี

จากการทดสอบลำโพงของเครื่องพบว่าเสียงดังอยู่ในระดับปานกลาง เช่นเดียวกันกับคุณภาพเสียง ถือว่าไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก หากจะฟังเพลงผู้ใช้แนะนำให้ใช้หูฟังจะดีกว่า แถมทั้งสองรุ่นนี้ยังมีระบบมาตรฐานเสียง Dolby Atmos ที่ช่วยเพิ่มมิติของเสียงให้สมจริงยิ่งขึ้นด้วย ถือเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่มีใน สมาร์ตโฟนระดับเรือธงอีกเช่นกัน

ด้านหน้าของเครื่อง J6+ และ J4+ นั้นก็ไม่มีความแตกต่างกัน ทั้งสองรุ่นใช้จอภาพ IPS LCD ความละเอียด 1,480×720 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 274 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) ภายใต้อัตราส่วนภาพแบบ 18.5 ต่อ 9 ซึ่งเป็นแบบฉบับของ ซัมซุง และดีไซน์ขอบน้อยด้วยอัตราส่วนจอต่อเครื่องร้อยละ 73.6 มีขนาดจอ 6.0 นิ้ว และขนาดเครื่องกว้าง 76.9 ยาว 161.4 และบาง 7.9 ม.ม. น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ขนาด 3,300 มิลลิแอมป์ชั่วโมง (mAh) 178 กรัมเท่ากัน ถือว่าค่อนข้างมีน้ำหนัก แต่ก็ไม่ได้มากจนทำให้เกิดปัญหา

อย่างไรก็ตาม พื้นผิวกระจกของด้านหลังเครื่องค่อนข้างลื่น หากวางไว้บนโต๊ะที่มีความมันสูงอาจไถลลื่นได้ แนะนำให้หาเคสมาใส่จะปลอดภัยกว่า

ในส่วนความสว่างของหน้าจอ IPS LCD นั้นนับว่าเพียงพอต่อการใช้งานในที่แสงจ้า และไม่พบปัญหาเรื่องเครื่องร้อนเมื่อใช้งานในที่ร่ม แต่หากนำไปใช้ในที่โล่งของเมืองไทยอุณหภูมิเวลากลางวันนั้นขึ้นถึง 40 องศาเซลเซียสแล้วล่ะก็จะพบว่าเครื่องร้อนค่อนข้างง่าย แต่น้อยรุ่นที่จะไม่เป็น แม้แต่เรือธงแพงๆ ก็ตาม

ส่วนระยะเวลาแบตเตอรี่นั้นถือว่าอยู่ได้ทั้งวันแม้จะใช้งานหนักก็ตาม

ด้านสีสันถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมแล้ว แม้จะฉูดฉาดเหมือนกับจอ Super AMOLED ในรุ่นราคาสูงกว่านี้ของค่ายซัมซุงก็ตาม ความละเอียดที่ระดับ HD+ ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานและชม คอนเทนต์ทั่วไป แต่ผู้ใช้คิดว่าหากซัมซุงซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจอภาพเปลี่ยนสมาร์ตโฟนในช่วงราคานี้มาเป็นความละเอียด Full HD+ หรือใช้จอ Super AMOLED ได้ก็จะเป็นจุดขายที่เด็ดขาดเหนือคู่แข่งรายอื่นๆ อีกจุดหนึ่งได้

ด้านสเป๊กของ J6+ และ J4+ นั้นใช้ขุมพลังจากชิพประมวลผล (SoC) เดียวกัน คือ Qualcomm MSM8917 Snapdragon 425 ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 28 นาโนเมตร (nm) ถือเป็น SoC ระดับกลางค่อนไปล่างของค่าย Qualcomm สหรัฐอเมริกา มีหน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู แบบ 4 คอร์ (Quad-core)

ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1.4 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) และชิพประมวลผลกราฟิกรุ่น Adreno 308 ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้ราบรื่น เช่น Ragnarok Online Mobile (Rom) ที่หลายๆ คนกำลังฮิตกัน และเกมอะนิเมะอื่นๆ อย่าง Honkai Impact 3, Pangya และ FATE GO ก็ย่อมได้

แต่หากเป็นเกมที่กินกราฟิกสูงๆ อย่างระดับ FIFA Online 4M และ Lineage II revolution อาจจะโหลดนานเล็กน้อย ขณะที่การใช้งานพบว่า J6+ นั้นมีความลื่นไหลกว่า J4+ ส่วนหนึ่งมาจากหน่วยความจำแรมที่มากกว่าใน J6+ ที่มีแรมมาให้ 4GB ส่วน J4+ มีแรม 2GB ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในของสองรุ่นมีมาให้ 64GB และ 16GB ตามลำดับ

ส่วนเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออื่นๆ นั้นก็มีมาให้เหมือนกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth v4.2 ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นนอกเหนือไปจากการตั้งค่า PIN และรหัสผ่านแล้ว จะมีระบบสแกนใบหน้ามาให้ทั้งสองรุ่น แต่รุ่น J4+ จะไม่มีสแกนลายนิ้วมือมาให้ ส่วน J6+ ที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือนั้นจะอยู่ที่ปุ่มเปิด-ปิดด้านข้าง ถือเป็นการออกแบบที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก แม้จะช่วยให้การออกแบบเครื่องดูเรียบหรูสวยงามขึ้น

หากใครชินกับการใช้สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควรกว่าจะชิน (ก็ทดสอบเสร็จพอดี)

จากการใช้งานสแกนลายนิ้วมือบนเครื่อง J6+ พบว่า มีความแม่นยำสูง แต่ยังมีความไวอยู่ในระดับปานกลาง แต่คาดว่าตัวซอฟต์แวร์ของทางซัมซุงเน้นให้ภาพบนจอเปิดแบบนุ่มนวลที่สุด จึงไม่เหมือนกับค่ายอย่างหัวเว่ย ที่การใช้สแกนลายนิ้วมือนั้นให้ความรู้สึกรวดเร็วฉับไวกว่ามากๆ

ส่วนระบบสแกนใบหน้าของเครื่อง J4+ นั้นพบว่า กล้องสามารถจับใบหน้าได้แม่นยำและมีความไวในเกณฑ์น่าพอใจเมื่อแสงเพียงพอ แต่หากสภาพแวดล้อมเป็นที่มืด หรือนั่งทำงานอยู่ในห้องแล้วอาจมีปัญหาได้บางครั้ง

ประสิทธิภาพของทั้งสองเครื่องจากแอพพลิเคชั่น Geekbench 4 พบว่า เครื่อง J6+ ได้คะแนนเฉลี่ย 642 แต้ม ในการประมวลผลคอร์เดียว และ 1,645 แต้ม ในการประมวลผลหลายคอร์ ใกล้เคียงกันกับเครื่อง J4+ บวกลบห่างกันไม่เกิน 50 แต้ม แต่จากประสบการณ์ รู้สึกว่าเครื่อง J6+ ลื่นไหลและทำงานหลายอย่างได้ดีกว่า คาดว่าน่าจะมาจากหน่วยความจำแรมที่สูงกว่าเครื่อง J4+ นั่นเอง

มาถึงจุดที่แตกต่างมากที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ คือ กล้องถ่ายภาพด้านหลังของเครื่อง J6+ และ J4+

กล้องของเครื่อง J6+ เป็นเลนส์คู่ เรียงตัวแนวตั้งอยู่กึ่งกลางด้านบน พร้อมแฟลชแอลอีดี มีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (MP) เป็นเลนส์กว้าง และมีรูรับแสง f/1.9 รองรับระบบ HDR และถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด Full HD อัตรา 30 เฟรมต่อวินาที (1080p@30fps)

เช่นเดียวกันกับกล้องตัวหลักในรุ่น J4+ แต่เนื่องจาก J4+ มีกล้องเพียงเลนส์เดียวจึงไม่มีโหมดอย่าง Live Focus ที่ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพแบบเลือกปรับระดับหน้าชัดหลังเบลอได้ทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ กล่าวคือ J6+ ถ่ายภาพโบเก้ (Bokeh) ได้ดีกว่า J4+ ขณะที่กล้องหน้าของ J6+ จะมีความละเอียด 8MP f1.9 และรุ่น J4+ มีความละเอียด 5M f2.2 แน่นอนว่าทำให้กล้องหน้าของ J6+ ถ่ายเซลฟี่ได้คมชัดกว่า J4+ รวมทั้งในที่แสงน้อยด้วย

เมื่อทดสอบกล้องหลังของทั้งสองรุ่น บอกได้ว่าชอบประสบการณ์การใช้งานและคุณภาพโดยรวมของภาพที่ได้จาก J6+ มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพปกติที่ใช้เลนส์หลัก การตอบสนองว่องไวกว่าเล็กน้อย ขณะที่การถ่ายภาพเทคนิคโบเก้ให้ผลลัพธ์ออกมาได้สวยงามกว่าและทำได้ง่ายกว่าด้วย Live Focus

ซัมซุงเจซีรีส์
ภาพโบเก้ผ่าน ไลฟ์ โฟกัส

อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพในเวลากลางคืนนั้นพบว่าทั้งกล้องหลังของทั้งสองรุ่นให้ภาพออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะภาพขาดรายละเอียดค่อนข้างมาก

สรุปแล้วเครื่องกาแล็กซี J6+ และ J4+ นั้นเป็นสมาร์ตโฟนที่มีข้อด้อยอยู่ที่ลำโพงภายนอก จอภาพที่เป็น LCD และความละเอียดอยู่ที่ HD+ แต่เหล่านี้ถูกชดเชยด้วยสเป๊กที่ครอบคลุมการใช้งานทั่วไป การประกอบและการออกแบบที่ดีเยี่ยม เมื่อพิจารณากับราคาแล้วถือว่าคุ้มอย่างที่สุด

ซัมซุงเจซีรีส์

ซัมซุงเจซีรีส์ x BNK48 จอใหญ่-สเป๊กแรงเอาใจสาวก
ภาพซูม

โดยเฉพาะเครื่อง J6+ สีแดงน่าจะถูกใจใครหลายคน และกล้องถ่ายภาพที่ถือว่าดีเกินราคา นอกจากนี้ ยังมีแอพฯ เอ็กซ์ คลูซีฟจากวง BNK48 ติดมาให้เหล่าสาวก BNK48 ชื่นชม

ถือว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

โดย… จันท์เกษม รุณภัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

บทความก่อนหน้านี้ยาลดกรดมีผลข้างเคียง แนะใช้อย่างสมเหตุสมผล : รายงานพิเศษสุขภาพ
บทความถัดไปพระบาง(ตอนจบ):น้าชาติรู้ไปโม้ด