อดีตพระอภิชาติ เปิดใจครั้งแรก หลังลาสึก ยันสมัครใจไม่มีใครบังคับ

จากกรณี เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท มายังวัดเบญจมบพิตรฯ กทม. เพื่อพูดคุยก่อนที่จะมีการลาสิกขานั้น

ล่าสุด นายอภิชาติ พรมจันทร์ อดีตพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เปิดใจในเรื่องดังกล่าว ว่า ยอมรับปิดอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง และการลาสิกขา เป็นการทำโดยสมัครใจ และขอโทษสถาบันสงฆ์ที่ทำสิ่งไม่เหมาะ

โดยระบุเนื้อความว่า “กระผม นายอภิชาติ พรมจันทร์ หรือที่ทุกท่านได้เคยรู้จักว่าเป็นอดีต พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท เชื่อว่า ทั้งชื่อ ภาพ เสียง และการกระทำต่างๆ ผ่านโลกสังคมออนไลน์ และในวาระโอกาสต่างๆ ก็ดี ที่ผ่านมา จวบจนกระทั่งภาพและข่าวสุดท้ายที่ออกไป ในเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และการลาสิกขาบทของกระผม เชื่อว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทิ้งคำถามต่างๆ ไว้ ให้สำหรับผู้ที่ติดตาม ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กับ พฤติกรรมต่างๆของตัวกระผม ขณะที่ยังครองจีวร แห่งสมณเพศ บรรพชิต มาอย่างยาวนาน คงมีหลายคนที่คิดว่า การถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ เป็นเรื่องน่าห่วง มีทั้งเห็นด้วย และต่อต้านการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก่อนที่กระผมจะได้เป็นต้นเหตุแห่งความไม่เข้าใจ และสร้างความขัดแย้ง แตกแยกไปมากกว่านี้ ผมจึงได้ขอพื้นที่ตรงนี้ได้มีโอกาสบอกเล่า ความในใจ และข้อเท็จจริงทุกประการที่เกิดขึ้น เน้นเป็นอุทาหรณ์ ตัวอย่าง ข้อคิดเตือนใจ ให้กับคนอื่นๆ ต่อไป

๑. ก่อนอื่น ผมต้องขอบอกก่อนว่า วันที่โชคดีที่สุดในชีวิตของผม คือวันที่เจ้าหน้าที่ เข้ามาให้สติ ให้เวลา ให้พื้นที่ ให้โอกาส กระผมได้คิดทบทวน สิ่งต่างๆที่กระผมได้ทำลงไป อย่างถี่ถ้วน ได้มองย้อนดูตัวเองแล้ว กระผมยอมรับผิดอย่างไม่มีข้อโต้แย้งทุกประการ และขอให้ทุกท่านได้ทราบว่า การลาสิกขาบทของกระผมในครั้งนี้ เป็นไปโดยความสมัครใจของกระผมอย่างแท้จริง และกระผมขอน้อมรับผิด น้อมรับโทษ ด้วยความจริงใจ


๒. กระผมกราบขอโทษสังคม ประเทศชาติและประชาชนทุกส่วน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันสงฆ์ของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้ให้กระผมย้อนอ่านข้อความและดูคลิปวิดีโอของตนเองกี่ทีก็รู้สึกผิด รู้สึกเสียใจ และรู้สึกบาปต่อพระพุทธศาสนา การที่ปากบอกว่า กระผมพูดและทำเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนานั้น แต่การกระทำของกระผมกลับตรงกันข้าม ทั้งการประพฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ที่ไม่เหมาะสมต่อการครองสมณสารูปบรรพชิต ทำลายภาพพจน์แห่งสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ควรแก่การสักการะบูชา เพราะที่ผ่านมา กระผมหลงผิดไปทั้งหมดและการกระทำที่ไม่สมควรยิ่ง บวชเรียนมามาก ขาดสติ หลงตนเอง โทสะ โมหะ หลงอยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย หรือ โลกสังคมออนไลน์ ไม่ต้องพูดถึงวินัยสงฆ์

ทั้งหมดเป็นเพราะกระผม ไม่มีวินัยในตัวเอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้น หากพิจารณาดูแล้ว การกระทำทั้งปวงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการยุยงปลุกปั่น ดูถูก เหยียดหยาม ด่าทอ กิริยาวาจาไม่สมควร ไม่เหมาะสม และทุกอย่างมีส่วนส่งเสริมให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก และยิ่งเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ไฟยิ่งลุก กระผมจึงกราบขอขมาพี่น้องชาวมุสลิมทุกท่าน และพระศาสดาของศาสนาที่กระผมได้ล่วงเกิน ผมหลงจนมองข้ามไปหมดว่าอันที่จริงการดูแลปกป้อง เผยแผ่ พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์สาวกนั้น คือ การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทรงสอนให้ กระทำอย่างที่ผมได้ทำลงไป

๓. กระผมขอใช้เวลาและโอกาสในชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ ตั้งมั่น ฝึกอบรมตนเสียใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ และขอกลับคืนสู่สังคม ด้วยการเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องแท้จริง และจักขอบำเพ็ญตนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

สุดท้ายกระผมขอให้ทุกท่านได้ฉุกคิด และขอให้เรื่องราวของกระผมได้เป็นเครื่องเตือนสติ เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับอดีตเพื่อนพระสงฆ์ที่เคยคิดเห็นอย่างเดียวกัน และประชาชนทุกท่านที่เห็นด้วยกับการกระทำของกระผมที่ผ่านมาและถ้าเป็นไปได้กระผมอยากจะขอให้ทุกท่าน ทุกๆ อารมณ์ความรู้สึกขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากตัวกระผมนั้นหยุด ขอให้ทุกอย่างหยุดที่ตัวกระผม และขอให้ทุกคน คิดใหม่ ทำใหม่ และวันนี้ผมขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมโชคดีที่สุดที่ได้เวลาและโอกาส จะมุ่งมั่นตั้งใจทำให้ดีที่สุด กระผมขอขอบคุณทุกท่านทุกคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดกับผมในครั้งนี้ครับ นายอภิชาติ พรมจันทร์”