เปิดใจผัวเมียโดนแก๊งอ้างเป็นป.ป.ส.ยัดข้อหาค้ายา แฉหนึ่งในนั้นหน้าคล้ายดาราดัง

จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กรายหนึ่งระบุถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นป.ป.ส. ถือปืนสั้น-ปืนลูกซองสไลด์ บุกมาขอตรวจค้นยาเสพติด อ้างมีการฟอกเงิน ซึ่งผู้เสียหายขอดูหมายค้น แต่อีกฝ่ายไม่ได้ดู พอเจอหน้าพ่อผู้เสียหายซึ่งเป็นทหารอากาศกลับรีบถอดกุญแจมือ และสั่งให้ปิดร้านหนีไป 1 เดือน ก่อนทั้งหมดจะวิ่งขึ้นรถขับออกไป ผู้เสียหายได้วิ่งตามไปถ่ายป้ายทะเบียนมาได้ จนกลายเป็นข่าวที่มีการพูดถึงสนั่นโซเชียล ก่อนต่อมาจะมีข้อมูลที่น่าตกใจว่าหนึ่งในนั้นมีใบหน้าคล้ายอดีตดาราช่องมากสี งานนี้รายการโหนกระแส วันที่ 7 ธ.ค. ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.30 – 21.00 น. ทางช่อง 28 จึงได้เชิญ “คุณอั้ม ณัฐพงษ์ จิตรสงวน” และแฟนสาว “คุณสุธีนี เอี่ยมอุ้ย” ผู้เสียหาย รวมทั้ง “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร” ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม มาเปิดใจกลางรายการ

อั้ม : “ผมขายอะไหล่รถยนต์อยู่ที่สายไหม เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ส่วนใหญ่เน้นไปที่มอเตอร์ไซค์กับรถยนต์ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. มีโทรศัพท์โทร.มาหาผมว่าเอามอเตอร์ไซค์มาทำสี ผมก็ให้เขาเข้ามาเลย มาตอน หกโมงเย็น ขับมอเตอร์ไซค์มาคนเดียว ก็ชวนคุย แล้วก็เริ่มถามแปลกๆ ว่ากำไรเท่าไหร่ ถามว่ารถใครบ้าง อะไหล่เท่าไหร่ มันผิดสังเกต จังหวะแฟนผมออกไปข้างนอกกับน้อง ผมอยู่คนเดียวเขาบอกว่างั้นไปดูท่อให้หน่อยหน้าร้านมันอยู่ติดถนน ผมก็เริ่มเอะใจว่ามันไม่ใช่แล้ว ผมเลยบอกว่าพี่ผมไปกินข้าวก่อน เขาบอกว่าขอเข้าไปหยิบหมวกกันน็อกในร้านหน่อย แล้วพอเขาเดินเข้าไปหยิบหมวกกันน็อก ผมก็เดินตามเข้าไป เขาก็โทร.ตามเพื่อนเขาเข้ามาเลย น่าจะส่งสัญญาณกัน”

ตอนนั้นกี่โมง?
อั้ม : “ประมาณหกโมงครึ่ง เพื่อนเขาสองคนขับรถมาจอดหน้าร้าน รถโปรตอนสีดำ คนแรกลงมาถือกระดาษมาใบหนึ่ง หล่อๆ ขาวๆ เขามาถึงก็บอกว่าใครชื่อณัฐพงษ์ให้ยกมือขึ้น แล้วเขาก็ตามคนที่ 3 มาที่ถือลูกซองสไลด์ ใส่กุญแจมือ เขาบอกว่าผมมีหมายจับครอบครองยาเสพติด เสพ และฟอกเงินร่วมกับแฟน ผมก็โวยวายว่าผมไม่ได้เสพไม่ได้อะไรเลย”

ได้ขอดูหมายค้นมั้ย?
อั้ม : “เขาไม่ให้ดู เขาก็ถือแอบๆ ผมอ่านเห็นชื่อผม ก็บอกว่าท้องที่เขาตรวจสอบผมบ่อยนะ ถ้าผมผิดจริงตามท้องที่มาเลย ผมยอม ผมยอมให้ตรวจหมดเลยเขาก็ปิดร้านเลย ไม่พูด ผมก็โวยวายจะปิดทำไม ให้ผู้ใหญ่เข้ามาสิ”

คุณไม่กลัวเหรอ?
อั้ม : “ก็กลัวครับ แต่นาทีนั้นมันคิดอะไรไม่ได้ คนหล่อๆ ที่ถือกระดาษ เขามีปืน เป็นปืนสั้น ส่วนอีกคนถือลูกซองสไลด์ อีกคนไม่ถืออะไรมา ถ้าจะให้ผมไป ต้องมีผู้ใหญ่มาด้วย เขาก็ปิดร้านเลย แล้วก็เหยียบไว้คนหนึ่งกันคนอื่นเข้ามา ซึ่งมันยังไม่มืด ข้างหน้าร้านคนบานเลย คนแถวร้านเยอะแยะ แล้วเขาก็พาผมไปค้นบนบ้าน ถามว่าเอาปืนเก็บไว้ไหน เอายาเก็บไว้ไหน”

มั่นใจได้ไงว่าเป็นตำรวจ?
อั้ม : “ผมดูทรงเขา เขาเอาปืนจ่อแล้วใส่กุญแจมือเลย ถือปืนมาจ่อ ให้ผมยกมือขึ้น ผมก็ถามว่ามาทำอะไร ทำไมต้องล็อกกุญแจมือ ผมยังไม่ผิดเลย เขาบอกว่าเดี๋ยวค่อยมาคุยกัน แล้วก็ปิดบ้าน ผมก็โวยวายตลอดเลย พอใส่กุญแจมือ เขาก็พาไปบ้านอีกหลัง ผมมีห้องแถว 2 ห้องติดกัน อีกหลังนึงก็พาเขาไปค้นเหมือนหลังแรก ก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม พอเรามาแฟนมาพอดี”

แฟนอั้ม : “เห็นบ้านปิดทั้งสองหลังเลยตกใจ คิดว่าแฟนออกไปข้างนอก ไม่ได้คิดอะไรก็โทร.ไป แต่ร้านข้างๆ เขาเดินมาบอกว่ามีตำรวจอยู่ข้างใน หนูก็งงว่ามาจับอะไรก็โทร.หาแฟนตรงกับที่แฟนบอก พอโทร.ไปเสร็จปุ๊บ แฟนบอกว่าตำรวจจับ หนูเลยให้น้องชายที่เป็นแฟนของน้องเขาโทร.หาพ่อ มันก็ล็อกตัวหนูสองคนกับน้อง คนที่ถือลูกซองเป็นคนล็อก ให้เข้าไปข้างใน”

ต้อนเข้าไปข้างในสามคน?
แฟนอั้ม : “หนูก็เลยตกใจว่าพี่มาใส่กุญแจมือแฟนหนูทำไม เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ตรวจสอบได้ ถ้าพี่มาหาว่าหนูเสพ พี่ก็ตรวจฉี่หนูได้ ไปดูในบัญชีหนูเลย เขาบอกว่ามึงไม่ต้องพูดมาก คนหน้าหล่อเป็นคนพูด เขาบอกว่าถ้ามึงพูดมาก พูดไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวกูพาไปเซฟเฮ้าท์ตอนนี้เลย”

อั้ม : “ผมเลยโวยวายว่าถ้าไป ต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วย ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ไป ผมไม่ไป พ่อผมก็โทร.มา ยืนหน้าร้านพอดี ปกติพ่อไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมอยู่กับแฟน แล้วก็เพื่อนสามสี่คน”

คุณเคยเห็นหน้าเขามาก่อนมั้ย?
อั้ม : “ไม่เคยเห็น แต่คนหน้าหล่อคุ้นครับ เหมือนดาราคนหนึ่ง ผมส่งไลน์กลุ่มให้แม่ที่บ้าน ก็มีแม่มีป้าทักมา ว่าเป็นคนนี้หรือเปล่า ก็เลยคุยกัน ก็เลยไปเซิร์จๆ หาๆ ดู”


คุณพ่อคุณมาถึงหน้าร้านพอดี?
อั้ม : “พ่อก็ถามว่ามาจับลูกผมคดีอะไร เขาบอกว่าครอบครองยาเสพติด พ่อก็บอกว่าขอดูหมาย เขาก็ให้ดูเหมือนผม ให้ดูแล้วก็เอาออก ให้ดูผ่านๆ พ่อผมก็โวยวายว่าขอถ่ายรูป เขาก็ยกออกมาวางบนเบาะมอเตอร์ไซค์ พอพ่อจะถ่ายก็ดึงออก ถ่ายได้แต่ไม่ทัน พอเสร็จปุ๊บก็ถามพ่อว่าเป็นทหารเหรอ เพราะพ่อใส่เสื้อมีตราทหารอากาศมา พ่อเป็นทหารอากาศ เขาก็ปล่อยเลย แฟนผมก็เอาโทรศัพท์มาอัดวิดีโอ เขาก็บอกว่ามึงลบคลิปก่อน เดี๋ยวจะปล่อยแฟนมึง”

กล้องวงจรปิดที่อยู่ในบ้าน?
อั้ม : “เขาถอดฮาร์ดิสไปหมดเลยครับ ทั้งสามคนแย่งกัน คนที่เอาไปคนสุดท้ายคือคนขับมอเตอร์ไซค์ กล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ได้ คือกล้องที่แอบอยู่หลังผนังร้านที่ผมทำรถ มันมีกล่องบังอยู่ มันเลยไม่ได้สังเกต อีกร้านหนึ่งก็กล้อง 4 ตัว แต่เขาถอดฮาร์ดดิสไป เขาก็ปล่อยผม คนที่ถอดฮาร์ดิสเป็นคนที่ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปก่อนคนแรก ส่วนคนที่ถือลูกซองสไลด์ออกไปรอที่รถ คนที่สามคือหน้าหล่อ ไขกุญแจผมเสร็จก็รีบวิ่งออกไปเลย ผมก็วิ่งเอามือถือไปถ่ายทะเบียนรถไว้ ก็ได้ทะเบียนและให้ตำรวจไปแล้ว”

กลุ่มนี้ไม่ได้ทำกับคุณเพียงคนเดียว เคยไปทำกับคนอื่นด้วย?
อั้ม : “ใช่ครับ เมื่อวานเขาโทร.มาหาผม รถคนละคัน แต่ทะเบียนเดียวกัน เรื่องจริงนะครับ เมื่อวานผมโพสต์แล้วมีคนโทร.มาหาผมว่าเขาโดนแบบนี้ ให้ลองติดต่อไปคุยกับเขาดู เพราะเขาโดนแล้วไม่มีกล้องเหมือนผม เขาจำได้สองคน คนหน้าหล่อกับลูกซองยาว”


ตอนนี้ไปแจ้งความแล้ว แล้วเป็นยังไง?
อั้ม : “ตร.บอกว่าเขารอสืบสวนอยู่ครับ แต่ตอนนี้ออกหมายจับแล้ว”

ในมุมคุณสองคนคิดว่าเจตนาเขาคืออะไร?
อั้ม : “ผมว่าเขาจะมาปล้น จงใจอุ้มผมเรียกตังค์จากผม อาจจะให้แฟนเอาบัตรผมไปกดแล้วโอนตังค์ให้”

ตอนนี้คุณกังวลและไม่สบายใจ ถ้าจับไม่ได้ กลัวมีปัญหา?
อั้ม : “ผมกลัวผมไม่ปลอดภัย”

อั้ม : “ปกติผมนอนร้าน แต่ตอนนี้ผมไปนอนบ้านเพื่อนบ้าง อยู่ร้านไม่ได้ กลัว เพราะเขาขู่จะเอาคอมมานโดมาลง เขาบอกว่าถ้าพี่ปล่อยน้อง น้องปิดร้านเลยนะ ไปอยู่ไหนก็ได้เดือนนึง ถ้าไม่ปิดจะมีคอมมานโดมาลงชุดใหญ่เลย”

จากกองละครหรือเปล่า?
อั้ม : “ผมก็ไม่รู้ ผมก็หลอกให้เขาปล่อยผมก่อน เดี๋ยวปิดเลย ไปต่างจังหวัดเลย เขาก็ปล่อยแล้วรีบวิ่งไปเลย”

มั่นใจว่าคนที่เห็นคลับคล้ายคลับคลาเป็นดารา?
อั้ม : “คลับคล้ายคลับคลา แต่ปกติไม่ดูทีวีอยู่แล้ว”

แล้วทำไมถึงคิดว่าคล้าย?
อั้ม : “ที่บ้านเขาบอกมาแล้วก็พวกในเฟซบุ๊กครับ เขาส่งมาให้ดูกัน เขาช่วยหลายทางเหมือนกัน”

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ อย่างนี้เขาเรียกอะไร?
ทนาย : “วิธีการคล้ายๆ ตร. แต่เขาโง่ไปหน่อย มาทำในกรุงเทพฯ ถ้าทำในพื้นที่ห่างไกล จ.ชายแดน อาจจะสงสัยว่าเป็นตร.ก็ได้ แต่วิธีนี้ไม่ค่อยฉลาด ทิ้งร่องรอยไว้ให้เก็บหลักฐานได้”

เป็นไปได้มั้ย เป็นทีมงานหน่วยงานที่ไม่ใช่ตร. แต่อาจใช้ไป?
ทนาย : “คล้ายๆ สายสืบ ก็ต้องไปสืบให้ชัดเจนว่าทำงานให้ใครบ้าง อยู่ดีๆ ก็โผล่มาอย่างนี้เหรอ ถ้าเป็นตร. จริงๆ ถ้าทำเองนี่โง่มาก มาปุ๊บไม่แสดงหมาย ไม่อะไรเลย โดยขั้นตอนปฏิบัติ ต้องแสดงหมายค้น อยู่ๆ คุณมาค้นใคร มาจับใครคุณต้องมีเหตุ รัฐธรรมนูญมาตรา 28 เขาก็ระบุไว้ว่าคุณจะทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ ในการตรวจค้นต้องแสดง ไม่ใช่มาค้นตอนกลางคืนแน่นอน กลางคืนตร.ไม่ค้นบ้านใคร พระอาทิตย์ตกดินแล้ว เขาไม่ค้นแน่นอน เพราะถ้ามาแบบนี้คุณปิดประตูใส่แล้วไล่กลับไปเลย นี่ไม่ใช่วิธีตำรวจ ตำรวจมาต้องมาพร้อมรถตำรวจสิ นี่ไม่มีสัญลักษณ์อะไรเลย มาปุ๊บเข้ามาล็อกปิดประตู มันโจรชัดๆ”

มั่นใจว่ากำลังจะเป็นข่าวดังและข่าวใหญ่ เพราะไอ้หน้าหล่อ อาจเป็นนักแสดงชื่อดังท่านหนึ่ง?
ทนาย : “ผมอยากรู้คำตอบเขามากเลยนะ ว่าเขาบุกมานี่ต้องการอะไร เพราะถ้าเป็นตร.จริงมีหมายค้นมา เขาก็จับอยู่แล้วถ้ามีของผิดกฎหมาย เขาไม่ปล่อยอยู่แล้ว”

สังเกตอะไรในร่างกายเขาบ้างมั้ย?
อั้ม : “คนหล่อมีรอยสักตรงแขนขวาโผล่มานิดนึง มั่นใจครับ เสื้อปิดไม่มิด เขาล็อกกุญแจผม เขาบิดแขนผมอยู่แล้วผมหันไปมองเขาตลอด”

ทนาย : “รอพนักงานสอบสวนจับกุมมาให้ได้ทั้งหมดก่อน แล้วหลังจากนี้ไปขอให้ตร.ทำเรื่องยื่นคัดค้านการประกันตัวซะ นี่คือสิ่งที่ทำได้เลย ถ้าเราสงสัยว่าใครเป็นคนสั่งการ ก็ให้ตร.ขยายผลเพิ่มเติม ถ้าใครเจอแบบนี้ก็วิ่งสวนออกไป เราต้องกล้าแลกหน่อย”