เปิดพยานปากใหม่คดีหวย 30 ล้าน ชี้ผู้การฯเรียกลุงจรูญคุยส่วนตัวไม่ผิดหลักการตำรวจ

วันที่ 7 ธ.ค. รายการดีเบตทางช่อง 3 ยังคงติดตามประเด็นร้อน หวยอลเวง ที่มี ร.ต.ท.จรูญ วิมล อดีตข้าราชการตำรวจร้องทุกข์ว่าถูกนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูพิเศษชำนาญการ โรงเรียนเทพมงคลรังษี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี แจ้งจับ หลังจากที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 พร้อมกับอ้างว่าเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง กระทั่งล่าสุดมีพยานปากใหม่เพิ่มขึ้นมาที่ทางทนายทางฝั่งของลุงจรูญจะเปิดเผยกับทางรายการดีเบต เป็นที่แรก

ภาษิต อภิญญาวาท คุยกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม) เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ และพล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ทนายตั้ม เผยว่า ตนมีพยานปากใหม่ เพราะล่าสุดมีคนส่งข้อความมาหาตน เป็นบุคคลหนึ่งซึ่งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี และรู้เห็นในเรื่องการซื้อหวยด้วย ในข้อความที่ส่งมาบอกว่า เขาชื่อออม เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาได้ไปเดินหาซื้อลอตเตอรี่กับพี่คนหนึ่ง วันนั้นพี่เขาอยากได้เลข 26 และถ้าเป็นไปได้อยากจะได้เลข 926 ซึ่งทุกแผงไม่มีเลขนี้เลย ต่อมามีแม่ค้าคนหนึ่งเดินมาบอกว่ามีแต่เป็นชุด ไม่แยกขาย ในขณะที่แม่ค้าให้ข่าวว่าเก็บเลข 26 ไว้ให้ครูปรีชา แต่วันที่น้องเขาไปซื้อแม่ค้าบอกว่าจะขายให้น้อง ซึ่งมันไม่ตรงกับสิ่งที่เขาไปพูดตามสื่อต่างๆ และพยานคนนี้ก็พูดตรงกับลุงจรูญเลยว่ามีสลากอยู่ 2 ชุดวางขายอยู่ ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่แม่ค้าจะเก็บสลากไว้นับตั้งแต่นาทีแรกที่ผมคุยกับครูปรีชา จนถึงเวลานี้ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์และคิดว่าลุงจรูญเป็นคนซื้อลอตเตอรี่มาจริง และผมก็ไม่เชื่อในคำพูดของคุณครู

 

 

ขณะที่พล.ต.อ.ดร.วิระชัย เปิดเผยว่า หลักการทำงานของพนักงานสอบสวนจะต้องตั้งสมมติฐานไว้หลายสมมติฐาน เช่น สมมติฐานแรก ผู้ขายได้ขายให้ครูปรีชามาครบตามจำนวน แต่ครูอาจทำตกหล่นกลางทางก็เป็นกรณีหนึ่ง หรือคนขายอาจให้มาไม่ครบด้วยเหตุผลที่หลงผิด ซื้อ 4 ชุดอาจจะให้มา 3 ชุด แล้วนำที่เหลือไปขายต่อ กระทั่งมีคนมาเห็นและซื้อไป ซึ่งตัวแปรสำคัญจะอยู่ที่แม่ค้า และอีกประเด็นหนึ่งสมมติว่าแม่ค้าให้ครบ แล้วผู้ซื้อทำตกหล่น และมีคนเก็บได้ กรณีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือเบียดบังเอาทรัพย์นั้นมาเป็นของตน เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าลุงจรูญไม่ได้เก็บได้ แต่ไปซื้อมาจากผู้ที่เก็บได้ นั่นหมายความว่าคุณลุงซื้อมาโดยสุจริต สามารถขึ้นเงินได้

 


 

ส่วนกรณีที่มีการเรียกลุงจรูญไปเจรจาที่บ้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัวนั้น ตามหลักแล้วเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการอย่างไรก็ตามที่ต้องสืบสวนรวบรวมข้อมูลให้ดีที่สุด เรียกว่าเป็นยุทธวิธีตำรวจเลยก็ได้ ซึ่งไม่ได้ผิดหลักการตำรวจ และไม่ผิดกฎหมาย สามารถทำได้ เป็นเทคนิคในการสืบสวนสอบสวน

 

 

รายการดีเบต โต้เหตุผล ค้นความจริง ตอน ดราม่าไม่จบ ลอตเตอรี่ 30 ล้านเป็นของใคร? และติดตามประเด็นอื่นได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 16.40 – 17.00 น. ได้ทางช่อง 33 และ ช่อง 3HD

 

 

ที่มา BECTERO.TV