‘โค้ชโย่ง’สั่งช้างศึกเจาะด้านข้างอุซเบฯ-วาง’ศุภชัย’ล่าประตูแทน’เจนรบ’

ความเคลื่อนไหวทีม “ช้างศึก” ฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งเตรียมลงสนามเกมสุดท้ายของรอบแรก กลุ่มบี พบกับ อุซเบกิสถาน เจ้าของแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทีมล่าสุด ที่ปากันซารี สเตเดียม ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 19.00 น.

โดยทีมชาติไทย รั้งอันดับ 2 มี 2 คะแนน ขณะที่อุซเบกิสถาน เก็บชัยชนะ 2 นัดรวดเก็บ 6 คะแนนเต็ม ผ่านเข้าสู่รอบสองเป็นแชมป์กลุ่มแน่นอนแล้ว ส่วนกาตาร์ และ บังคลาเทศ มีทีมละ 1 คะแนนเท่ากัน แต่ประตูได้-เสีย บังคลาเทศดีกว่า


ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำลูกทีมลงฝึกซ้อมที่ปาดจาจาราน สเตเดียม ในเมืองโบกอร์ โดยเน้นการติวแท็กติกขั้นสุดท้ายก่อนที่จะลงสนามพบกับอุซเบกิสถาน

ภายหลังจากการฝึกซ้อม โค้ชโย่ง กล่าวว่า สภาพทีมตอนนี้สมบูรณ์พร้อม มีเพียงวรวุฒิ นามเวช คนเดียวที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ก็มีผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ ส่วนศุภชัย ใจเด็ด นั้นขอดูขั้นสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจส่งเป็นตัวจริง

“สิ่งสำคัญที่ต้องไม่เสียประตูเร็ว เพราะจาก 2 เกมที่ผ่านมา ไทยมักจะเสียประตูช่วง 15 นาทีแรกของทั้งสองครึ่ง ส่วนเรื่องการทำประตูก็ได้เน้นย้ำไปว่าต้องยิงให้เน้นกว่านี้ มีโอกาสพยายามยิงให้เข้ากรอบเอาไว้ก่อน ที่เหลือก็ดูเรื่องการรับมือลูกตั้งเตะด้วย”


วรวุธ กล่าวต่อว่า ทีมอุซเบกิสถานชุดนี้ต่างจากชุดที่ชิงแชมป์เอเชียและเอ็ม-150 คัพ ที่เมืองไทย มียาโลริดดิน มาชาริปอฟ กับ อิครอมจอน อาลีบาเยฟ สองผู้เล่นที่เป็นตัวอายุเกินเข้ามา ทำให้ปิดจุดอ่อนที่มี ขณะที่ทีมไทยคงจะใช้เกมด้านข้างเปิดเกมรุกใส่ เพราะจากที่ดูเทป ตรงกลางมีโอดิจอน ซัมโรเบคอฟ เป็นกองกลางที่เล่นได้เหนียวแน่นมากของอุซเบกิสถาน จึงต้องฉีกหนีออกไปเล่นด้านข้างแทน

“ตอนนี้ไม่สนว่าจะได้อันดับเท่าไหร่ ขอให้ทีมผ่านเข้ารอบเอาไว้ก่อน อะไรก็ตามที่จะทำให้ไทยได้เปรียบ และเป็นประโยชน์กับทีมจะต้องใช้ให้หมด”

สำหรับ 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู นนท์ ม่วงงาม / กองหลัง (ขวาไปซ้าย) รัตนากร ใหม่คามิ, ชินภัทร์ ลีเอาะ, ปวีร์ ตันฑะเตมีย์, สุริยา สิงห์มุ้ย / กองกลาง นพพล ผลคำ, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สุภโชค สารชาติ / กองหน้า ชัยวัฒน์ บุราณ, ศุภชัย ใจเด็ด, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา

สถิติที่ผ่านมาระหว่างทีมชาติไทยกับอุซเบกิสถานในเอเชี่ยนเกมส์ เคยเจอกันมาครั้งเดียวคือปี 1994 ที่ฮิโรชิม่า ในรอบแบ่งกลุ่ม ไทย แพ้ อุซเบกิสถาน 4-5 เกมนั้นไทยได้ประตูจาก สมฤทธิ์ อ่อนสมจิตร 2 ประตู, สุชิน พันธ์ประภาส และธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ซึ่งปี 1994 เป็นครั้งสุดท้ายที่ไทยตกรอบแบ่งกลุ่ม


สำหรับเงื่อนไขการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของไทย

1. หากชนะ อุซเบกิสถาน จะมี 5 แต้มผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่มทันที

2. หากเสมอ อุซเบกิสถาน ต้องลุ้นให้ ผลคู่ กาตาร์ พบ บังคลาเทศ จบลงที่ผลเสมอเช่นเดียวกัน ถ้ามีผลแพ้ชนะ ไทยจะตกไปเป็นอันดับ 3 และต้องรอลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ร่วมกับ 6 กลุ่มที่เหลือ

3. หากแพ้ อุซเบกิสถาน และคู่กาตาร์ พบ บังคลาเทศ มีผลแพ้ชนะ ไทยจะตกเป็นที่ 3 และต้องลุ้นเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีม ร่วมกับอีก 6 กลุ่มโดยการมีเพียง 2 แต้ม

4.หากแพ้ อุซเบกิสถาน และ คู่กาตาร์ พบ บังคลาเทศ จบลงที่ผลเสมอ จะทำให้ทั้ง 3 ทีมมี 2 คะแนนเท่ากัน ต้องมาวัดกันแบบมินิลีก โดยไม่นับอุซเบกิสถาน ซึ่งอันดับแรก จะวัดกันที่เฮดทูเฮด ก่อนจะวัดประตูได้เสีย ตามด้วยประตูได้ แต่หากเท่ากันหมดอีกจะวัดประตูได้เสีย ที่มีอุซเบกิสถาน ตามด้วยวัดประตูได้ที่มี อุซเบกิสถาน รวมด้วย

4.1 หากกาตาร์ เสมอกับ บังคลาเทศ ด้วยสกอร์ 0-0 จะทำให้ ทั้ง 3 ทีมมีคะแนน และประตูได้เสียในระบบมินิลีกเท่ากัน แต่ไทยจะเข้ารอบ เนื่องจากประตูได้มากกว่าทั้งสองทีม

4.2 หากกาตาร์ เสมอ บังคลาเทศ ตั้งแต่ 2-2 ขึ้นไปจะทำให้ไทยตกรอบทันที เนื่องจากประตูได้ ไทย จะน้อยกว่าทั้งสองทีม

4.3 หาก กาตาร์ และบังคลาเทศ เสมอกัน 1-1 จะทำให้ เฮดทูเฮด ประตูได้เสีย และประตูได้ โดยไม่นับอุซเบกิสถาน ของทั้ง 3 ทีมเท่ากันหมด ต้องไปวัดกันที่ ประตูได้เสีย โดยรวมอุซเบกิสถาน ตามด้วยประตูได้ โดยรวมอุซเบกิสถาน

4.4 หากทุกอย่างตาม ข้อ 4.3 เท่ากันอีก จะใช้กฏแฟร์เพลย์ นับใบเหลืองใบแดง และถ้ายังเท่ากันอีก จะใช้วิธีสุดท้ายคือ จับสลาก

บทความก่อนหน้านี้คูหาแทบสั่น! เตรียมปากกาให้พร้อม! กกต.ประกาศโรดแมป ‘วันเลือกตั้ง’ แล้ว!
บทความถัดไปจับแล้ว ไอ้หนุ่มอีโต้ เผยไม่เมา แค่ระบายอารมณ์ ขอโอกาส “ผมอยากเป็นคนดี”