‘บิ๊กอ๊อด’ซูฮก‘ชนาธิป’สร้างชื่อให้คนไทยทั้งชาติผ่านการเล่นในเจลีก

จากกรณีที่ “บิ๊กอ๊อด”พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าพบผู้บริหารสโมสรเจลีก พร้อมกับร่วมชมการแข่งขันระหว่าง คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่มี “เจ”ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงเล่นทั้งเกมก่อนเอาชนะ วิสเซล โกเบ ซึ่งส่ง ธีราทร บุญมาทัน ลงเล่นช่วง 18 นาทีสุดท้ายของเกมไป 3-1 เมื่อวันที่ 1 ก.ย.

การเดินทางครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพูดคุยหารือถึงรายละเอียดความร่วมมือระหว่างสมาคมฟุตบอลและทีมในเจลีก ก่อนที่ “บิ๊กอ๊อด” จะได้ออกมาพูดถึงการไปดูเพลเมเกอร์หมายเลข 18 ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และทีมชาติไทย กับตาใน เจ ลีก ว่า

“เมื่อมีโอกาสหลายครั้งที่ผมอยากจะมาดู ชนาธิป เล่นที่เจลีก ซึ่งผมได้ไปดูที่สนามมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่เขามาเป็นนักกีฬาในสโมสรของเจลีก ได้เห็น เจ พัฒนาฝีเท้ามากขึ้น เวลาผมไปนั่งรับประทานอาหารที่ไหน เมื่อเขารู้ว่าเป็นคนไทยจะถามว่า รู้จัก เจ ชนาธิป ไหม เขาบอกว่า ให้พามากินที่นี่จะให้กินฟรี เพราะเขาชื่นชอบในชนาธิป”

“แสดงว่า เจ มาเล่นในเจลีก ให้กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทยทั้งชาติ เพราะเขาสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ครอบครัว ไปจนถึงแฟนบอล ผมอาจจะไม่สันทัดเรื่องฟุตบอลเท่าไร แต่เห็นการที่โค้ช (มิไฮโล เปรโตวิช) ให้ เจ ลงเล่นเต็มเกม นั่นคือสิ่งที่เขาเชื่อมั่นในตัวนักเตะคนนี้”


“การมาญี่ปุ่นครั้งนี้ สิ่งที่ผมได้ทำและประสบความสำเร็จคือการคุยกับทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย กระทั่งผู้ใหญ่ของเอเอฟซีมีความไว้วางใจให้ไทยได้เป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 ในปี 2020 ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผมยังได้คุยกับนายกสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (โคโซะ คาชิมะ) เกี่ยวกับเรื่องที่เราจะขอความร่วมมือหลายๆเรื่อง”

“ทางญี่ปุ่นได้บอกว่าถ้าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องการทำอะไร พร้อมที่จะช่วยเหลือในทุกเรื่อง สิ่งที่ผมมาทำงานในครั้งนี้คือเราต้องมีไมตรีกับเอเอฟซีและทุกสโมสรในเอเชีย เพื่อให้เขาช่วยเหลือการพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย”

“เราได้คุยกันในทุกเรื่องเพื่อวงการฟุตบอลของไทย ไม่ว่าจะเป็นโค้ช หรือไดเรกเตอร์ฟุตบอล เพราะเราอยากจะได้คนที่มีประสบการณ์ไปพัฒนา เนื่องจากญี่ปุ่นผ่านการพัฒนาฟุตบอลมาก่อน เพราะฉะนั้นเขามีบทเรียน มีการเรียนรู้ในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ถ้าเราได้จากเขามาช่วยวงการฟุตบอลของไทย น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เสียเวลาให้มากเหมือนกัน”