สิงห์เจ้าท่า เหลือ 10 คนต้านครบ 120 นาที แม่นโทษเข้าฟัดราชบุรี ชิงเอฟเอ คัพ

สิงห์เจ้าท่า

สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี ต้องลุ้นเหนื่อยถึง 120 นาที ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนจากการที่ ศิวกร จักขุประสาท โดนใบแดงไล่ออก ในช่วงครึ่งหลัง แต่ยังต้านอยู่ แถมยังแม่นจุดโทษเฉือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผงาดเข้าชิงชนะเลิศ พบกับ ราชบุรี เอฟซี ที่เฉือนชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1

สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี ลงสนามในศึกช้าง เอฟเอ คัพ 2019 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามกีฬากองทัพบก เมื่อ 18 ก.ค. พบกับ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมร่วมศึกโตโยต้า ไทยลีก ซึ่งกำลังลุ้นเบียดแย่งแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศไทย

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เกมนี้ มาโน โพลก้ง กุนซือทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ไม่มี เนลสัน โบนีญ่า ที่เจ็บมาจากไทยลีก แต่ยังวาง ปกเกล้า อนันต์, ทริสตอง โด, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ นำทัพ ด้าน โชคทวี พรหมรัตน์ เทรนเนอร์การท่าเรือ เอฟซี ใช้ บดินทร์ ผาลา, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ เซอร์จิโอ ซัวเรซ เป็น 3 ประสานในแนวรุก

เริ่มเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมพยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่กันทันที นาทีที่ 12 การท่าเรือ ได้ลุ้นก่อน บดินทร์ ผาลา ลากบอลมาซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลออกหลัง นาทมี 14 ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ครอสบอลจากขวาไปให้ เซอร์จิโอ ซัวเรซ โหม่งในเขตโทษ บอลกลับถากเสาแกนิดเดียว

เกมรุกของการท่าเรือ ยังดูไหลลื่นมากกว่า เข้าสู่นาที 22 แนวรับของ “แข้งเทพ” สกัดบอลไม่ขาดเข้าทาง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ซัดไกลด้วยขวาส่งบอลออกหลัง นาที 25 แบงค็อก ได้ตอบโต้บ้าง เมื่อ วานเดอร์ หลุยส์ หลบ 3 แข้ง การท่าเรือ เอฟซี ทางขวาเข้าไปยิงที่เสาแรก ยังดีที่ นิติพงษ์ เสลานนท์ แบ๊กขวาการท่าเรือยังตามบล็อกได้ทัน จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มจบ 45 นาที ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังแข้งเทพ เปลี่ยน อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ไปแทน มิก้า ชูนวลศรี เพื่อเติมความหลากหลายในเกมรุก ก่อนที่ นาที 52 จะส่ง สรรวัชญ์ เดชมิตร แทน แอนโทนี อำไพพิทักษ์วงศ์ เกมเข้าสู่นาที 60 เริ่มมีฝนตกในสนาม นาที 64 ทรู แบงค็อก พลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย วานเดอร์ หลุยส์ เปิดบอลจากขวามาเสาไกล เจย์ซี จอห์น ได้โหม่งชนเสาบอลเด้งออกมา

จากนั้นสถานการณ์เรื่องพายุฝนเริ่มส่งผลกระทบหนัก นาที 70 ชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสินในเกมนี้ต้องเป่าหยุดเกมเนื่องจากไม่สามารถเล่นเล่นและต้องพักนานถึง 25 นาทีจึงเริ่มกลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังจากฝนตกลงมาในสนามกีฬากองทักบก อย่างหนัก จนต้องเป่าหยุดเกมเพื่อรอเวลา หลังผ่านไป 1 ชั่วโมงจึงกลับมาเล่นได้ต่อ

เกมดำเนินถึงนาทีที่ 88 การท่าเรือ เอฟซี ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน จากจังหวะที่ ศิวกร จักขุประสาท ตัดเกมกลางสนาม จนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ต้องออกจากสนามไป จากนั้นไม่มีสกอร์เกิดขึ้น จบเกมเสมอ 0-0 ต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

ตลอด 30 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันได้ ทำให้ครบ 120 นาที ยังเสมอกันอยู่ 0-0 ต้องดวลจุดโทษตัดสิน และเป็นทาง การท่าเรือ เอฟซี ที่แม่นกว่าเอาชนะ แบงค็อก ยูไนเต็ด ในการดวลเป้าตัดสินไป 5-4 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ราชบุรี เอฟซี ในวันที่ 2 พ.ย. ที่สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี เวลา 19.00 น.

บทความก่อนหน้านี้ใหม่-ดาวิกา โพสต์หวาน อวยพรวันเกิด เต๋อ-ฉันทวิชช์ ติดแฮชแท็ก #น่ารักเท่าโลก
บทความถัดไปนาทีสุดระทึก หลังคาถล่ม กลางห้างดัง กรี๊ดลั่น วิ่งหนีตาย ฝุ่นตลบ (คลิป)