สภาตลาดทุนเผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเพิ่มขึ้น 3 เดือนติด – มองดัชนีหุ้นสิ้นปี 1,794 จุด

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนก.ย. 2561 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) เป็นห้าเดือนติดต่อกัน โดยผลสำรวจนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในประเทศ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน เป็นตัวหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่นักลงทุนกังวลนโยบายกีดกันทางการค้า และการลงทุน ของสหรัฐกับประเทศคู่ค้าและการไหลออกของเงินทุน เป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน

โดยดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พ.ย. 2561) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ในเกณฑ์ ทรงตัว ช่วงค่าดัชนี 80-120 โดยเพิ่มขึ้น 1.24% อยู่ที่ระดับ 109.45 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ลดลงเล็กน้อยจากการสำรวจเดือนก่อน แต่ยังคงอยู่โซนร้อนแรง (Bullish) ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศและกลุ่มนักลงทุนรายบุคคลปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ไม่เปลี่ยนแปลง โดยทั้ง 3 กลุ่มยังคงอยู่ในโซนทรงตัว

สำหรับหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดธุรกิจสิ่งพิมพ์ (MEDIAS) ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศส่วนปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ


“ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เดือนส.ค. เคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัวในระหว่าง 1,680-1,720 จุด ภายหลังจากที่ดัชนีหื้นตัวขึ้นช่วงเดือนก.ค. โดยดัชนีฯ ช่วงปลายเดือนที่มาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,720 จุด จากแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศที่ลดลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน นับจากที่มียอดขายสุทธิในช่วงเดือนพ.ค. ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่องในไตรมาส 2 และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 เป็นที่น่าพอใจ”

ทางด้านนายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเห็นต่อเป้าหมายดัชนี ณ วันสิ้นปี 2561 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,794 จุด ซึ่งน้อยกว่าผลการสำรวจช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อการลงทุนในตลาดทุนไทยมากที่สุด คือปัจจัยการเมืองในประเทศ ที่รวมแนวดน้มการเลือกตั้ง และเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน เป็น 2 ปัจจัยที่จะเป็นผลบวก

ขณะที่น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดือนก.ย.นี้ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% โดยไม่เปลี่ยนแปลง จากปัจจัยหลัก คือ การขยายตัวเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ กระแสเงินทุนต่างชาติ และทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลก ขณะที่ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี และ 10 ปี ในการประชุมกนง. ช่วงเดือนพ.ย.ปีนี้ อยู่ในเกณฑ์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น