หุ้นไทยดีดกลับตามตลาดต่างประเทศ แต่เจอแรงขายทำกำไรช่วงบ่าย ปิดตลาดร่วงไป 8 จุด

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET) วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2561 ปิดที่ 1,548.37 จุด ปรับตัวลดลง -8.56 จุด คิดเป็น -0.55% จุดสูงสุดอยู่ที่ 1,585.77 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,546.62 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 49,510.10 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET50 ปิดที่ 1,033.81 จุด ปรับตัวลดลง -6.90 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติปิดพุ่งขึ้น 4.98% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับรายงานของมาสเตอร์การ์ด สเปนดิงพัลส์ ซึ่งระบุว่า บริษัทค้าปลีกของสหรัฐทำยอดขายพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 6 ปีในช่วงเทศกาลวันหยุดปีนี้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 8%

ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดแดนบวก หลังจากดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 1,000 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดปรับตัวลง 0.61% ในขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลพวงที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการจัดเก็บภาษีของสหรัฐ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้น 3.88% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 2 ปี และสามารถกลับมายืนเหนือแนว 20,000 จุดได้อีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า บริษัทค้าปลีกของสหรัฐมียอดขายที่สดใสในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

โดยหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
1. PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,305.29 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง
2. PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,866.12 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง
3. BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,945.94 ล้านบาท ลดลง -1.75 บาท คิดเป็น -6.67%
4. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,917.69 ล้านบาท ลดลง -0.25 บาท คิดเป็น -0.36%
5. SCC มูลค่าการซื้อขาย 1,532.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.00 บาท คิดเป็น +0.47%

ดัชนีมีการดีดกลับขึ้นแรงในลักษณะกระโดดเปิด GAP ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะดาวโจนส์และนิกเคอิ ที่ปรับตัวขึ้นแรงมาก ทำให้ดัชนีดีดกลับผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน และขยับขึ้นไปแตะเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันด้วย แต่ยังไม่ปิด GAP ที่เปิดเอาไว้แถวๆ 1,588 จุด ดัชนีจึงมีแรงขายทำกำไรออกมาในช่วงบ่ายส่งให้ดัชนีไหลกลับลงมาปิด GAP ที่เปิดเอาไว้ในช่วงเช้า และทำ New low แถมเพิ่มอีกด้วยในช่วงปิดตลาด

หากวันนี้(28) ดัชนีถอยกลับลงมาทำ New low หลุดเส้น BollingerBottom แถวๆ 1,538 จุดอีก ดัชนีน่าจะซึมลงต่อได้อีกแถวๆ 1,526 จุดต่อไป โดยมีแนวต้านสั้นๆ ที่เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแถวๆ 1,560-1,562 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

บทความก่อนหน้านี้สงขลา ป่วนต่อเนื่อง พบระเบิดเพิ่มอีก 6 ลูก บึ้มแล้ว 2 เสาไฟฟ้าแรงสูงโค่น กู้ได้ 4 ลูก
บทความถัดไปกิ๊กส์อธิบาย – “โซลชาร์” เข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรในแมนฯ ยู