จับตาแนวรับ SET Index ที่ 1,580-1,590 จุด คาดตลาดยังมีแรงขาย แนะช้อนหุ้นที่ลงมามาก

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ (28 ต.ค. – 1 พ.ย. 2562) ต้องจับตาปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อทิศทางของดัชนีหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นไทยถูกแรงเทขายออกมาในช่วง 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์ ซึ่งสวนทางกับการปรับตัวสูงขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆ หลังจากปัจจัยกังวลเรื่องสงครามการค้าที่ลดลงตามลำดับ (Bloomberg World Index +0.9% ; MSCI EM +1.2%) ซึ่งล่าสุดสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศว่าข้อตกลงการค้ากับจีนจะแล้วเสร็จในอีกไม่นานนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นมายืนที่ระดับ 62 เหรียญสหรัฐ จากผลบวกความคืบหน้าเรื่องข้อตกลงการค้าดังกล่าว ขณะที่กลุ่ม OPEC ก็เตรียมลดกำลังการผลิตรอบใหม่ คาดว่าจะเป็นบวกต่อหุ้นผู้ผลิตน้ำมัน ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาเก็งกำไรในน้ำมันอีกครั้ง

สำหรับประเด็นสำคัญในบ้านเราคือ กรณีที่สหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) กับสินค้าไทยจำนวน 573 รายการ จากทั้งหมดจำนวน 1,485 รายการที่ได้รับสิทธิ GSP ล่าสุดทางกระทรวงพาณิชย์ประเมินเบื้องต้นว่า การตัดสิทธิดังกล่าวจะกระทบมูลค่าส่งออกไทย ประมาณ 0.01% ซึ่งเมื่อประเมินผลต่อตลาดแล้วพบว่าบริษัทในตลาดหุ้นได้รับผลลบเล็กน้อย แต่จะส่งผลลบทางจิตวิทยาและบรรยากาศการลงทุนมากกว่า

ส่วนประเด็นสำคัญของสัปดาห์นี้ที่ต้องติดตามคือจะเป็นการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ในวันที่ 29-30 ต.ค. คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งจะบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก แต่อาจเป็นลบต่อหุ้นธนาคาร และติดตามการายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐ และของยุโรป ในวันที่ 30 ต.ค. และ 31 ต.ค. ตามลำดับ

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ KTBST ประเมินกรอบดัชนีฯ 1,580-1,612 จุดว่า คาดว่า ตลาดน่าจะยังมีแรงขายออกมาอยู่ แต่ดัชนีฯจะมีแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,580-1,590 จุด ที่คาดว่าจะมีการปรับตัวขึ้น (rebound) เนื่องจากมีปัจจัยที่หนุนตลาดอยู่นั่นคือเรื่องสงครามการค้าที่คลี่คลายและธนาคารกลาง (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคงต้องติดตามข่าวต่อเนื่องว่าโดยรวมแล้วจะมีปัจจัยทำให้ตลาดเกิดน้ำหนักในทางลบอีกหรือไม่ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน สัปดาห์นี้ KTBST จะให้น้ำหนักลงทุนกับหุ้นที่ราคาลงมามากจากเมื่อสัปดาห์ก่อน และหุ้นมีปัจจัยเฉพาะตัว โดยหุ้นแนะนำสัปดาห์ได้แก่ PTTEP, ADVANC ,LH , BDMS , RATCH, SISB

บทความก่อนหน้านี้CPF ได้คะแนน CG ในระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
บทความถัดไปดีเอสไอสั่งตรวจสอบคดี แม่มณี ถ้าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่จึงจะรับเป็นคดีพิเศษ